7 เคล็ดลับ วิธีกำจัดพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง อย่างยั่งยืน




7 เคล็ดลับ วิธีกำจัดพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง อย่างยั่งยืน


 การผัดวันประกันพรุ่ง ในทางจิตวิทยาก็คือพฤติกรรมที่ทำให้คุณเป็นเสมือนคนที่พ่ายแพ้ และไร้ซึ่งความรักแม้กระทั้งตัวคุณเอง บางคนถึงขั้นมีพฤติกรรมลงโทษตนเอง ในบางครั้งก็ไม่ยากทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำถึงแม้ถ้าทำแล้วมันคือประโยชน์สุงสุดในชีวิตก็ตาม

พฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่ง แท้จริงแล้วมันก้คือนิสัยที่เราสร้างให้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เรามีชีวิตในวัยเด็ก และพฤติกรรมผัดวันประกันพรุ่งมักจะทำให้เราเข้าใจว่าการผัดวันประกันพรุ่งคือการป้องกันตัวซึ่งมันอาจเกิดขึ้นแบบอัตโนมัตโดยที่เราไม่รู้ตัว เสมือนกับมันทำให้เรามีอำนาจในขณะนั้นๆ จากสถาณการที่ไร้ซึ่งอำนาจในระยะเวลานั้น
 
สมมุตว่าช่วงชีวิตที่ตอนเป็นเด็ก หรือสังเกตพฤติกรรมเด็กๆ เมื่อถูกพ่อแม่ดุ หรือตะคอก ให้ทำอะไรที่เด็กไม่ยากจะทำสักอย่าง อาทิ หยุดเดี๋ยวนี่นะ หรือ มานี่เดี๋ยวนี้นะ ไปล้างจานเดี๋ยวนี้นะ  ซึ่งเด็กไม่สามารถปฎิเสธได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เด็กคนนั้นก็จะอู๋ หรือจะพยายามหาข้ออ้างต่างๆเพื่อใม่ให้อยากทำในสิ่งที่ตนไม่อยากทำทั้งๆที่ไม่สามารถปฎิเสธที่จะไม่ทำตามที่พ่อหรือแม่สั่งได้ อาทิ ดุหนังให้จบก่อน ดูกาตูนให้จบก่อนเป็นต้น…

เมื่อเด็กคนนั้นเติบโตขึ้น จะติดนิสัยผัดวันกระกันพรุ่งมาจนโต อาจมีพฤติกรรม อาทิเช่น เลื่อนการจ่ายค่าบัตรเครดิต เลื่อนจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จนอาจถูกตัดเป็นต้น และอาจรวมถึงการเลื่อนผัดผ่อนงานที่เป็นประโยขน์กับตนเองจนกระทั่งทำให้พลาดโอกาศดีๆในชีวิตไป

เรามาดูกันว่าหนทางทีเราจะหลุดพ้นนิสัยผัดวันประกันพรุ่ง ก็คือการสร้างนิสัยใหม่ขึ้นมาแทนที่นิสัยเดิมๆของเรานั้นเอง

 เทคนิคการสร้างนิสัยใหม่เพื่อขจัดพฤติกรรมอาการผัดกันประกันพรุ่ง
  

1- การตัดสินใจ เราจะต้องตัดสินใจไปเลยว่าชิวิตนี้ที่จริงแล้วเราต้องการอะไร เช่น หากเราตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องตื่น หกโมงเช้าของทุกๆวัน คุณต้องทำเลยเริ่มตั้งแต่เช้าวันรุ่งขึ้น และลงมือทำอย่างไม่มีข้อแม้ใดๆ 

2- ห้ามมีข้อแม้ใดๆเลยเด็ดขาด อย่ายอมให้ตนเองมีข้อแม้ใดๆเกิดขึ้น โดยเด็ดขาด ย้ำนะครับห้ามมีข้อแม้โดยเด้ดขาด โดยเฉพาะช่วงเวลาทีเรานั้นกำลังสร้างนิสัยใหม่นี้ สมมุติว่าคุณตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องตื่นหกโมงเช้าทุกวัน แล้วออกวิ่งเพื่อออกกำลังกาย คุณเพียงตื่นขึ้นมาแล้วสวมชุดออไปวิ่งโดยไม่ต้องสนใจใครและไม่ต้องฟังใครทั้งสิ้น

3- ห้ามบอกคนอื่นๆว่าคุณกำลังสร้างนิสัยใหม่ๆเพื่อเอาชนะนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอยุ่  ข้อนี้หลายๆท่านอาจจะมีข้อโต้แย้ง เพราะถ้าใครเคยอ่านหนังสือแปลต่างประเทศ หรือเคยเข้าฟังสัมมนาต่างๆ ก้ได้รับรู้ว่าเราควรบอกคนอื่นๆเพื่อให้เป็นการเพิ่มพลังให้กับตนเอง แต่วิธีบอกคนอื่นนั้น ใช้กับสังคมบ้านเราไม่ได้ผล เราต้องอยู่ในโลกแห่งความจริงและยอมรับความเป็นจริง เพราะถ้าเราบอกคนอื่นๆในสิ่งที่เราทำ โดยเฉพาะคนทีเคยเห็นว่าเราเป็นอย่างไรแล้ว ผู้คนเหล่านั้น ก้จะบอกคุณกลับทางด้านลบ อาทิ คุณไม่มีวันทำได้หรอก และฯลฯ ที่จะสะท้อนมาในด้านลบ สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้คุณท้อแท้สิ้นหวังที่จะลงมือทำในที่สุด เชื่อผมเถอะอย่าบอกใครๆจนกว่าคุณจะทำมันสำเร็จ

4- สร้างภาพในใจตนเอง คุณจะต้องเห็นภาพจิตนาการในสิ่งที่คุณต้องการจะเป็น เสมือนกับว่าคุณได้ทำมันสำเร็จแล้ว สำหรับข้อนี้ผมอยากให้คุณตั้งเป้าให้สูงๆเข้าไว้เพราะการตั้งเป้าหมายสูงแล้วสร้างภาพให้เห้นเสมือนว่าคุณได้มันมาแล้วมันจะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นด้วยพลังจิตใต้สำนึก และพยายามไปให้ถึงเป้าหมายนั้นๆให้ได้ ถึ้งแม้คุณจะยังไม่ได้ถึงเป้าหมายที่วางไว้แต่มันก้ทำให้คุณพัฒนาตนเองไปเยอะที่เดียว เหมือคำพูดที่ว่า ตีลูกให้ถึงดวงจันทร์ ถึงจะพลาดมันก็ยังอยู่ท่ามกลางดวงดาว ที่สำคัญ การตั้งเป้าหมายสูงๆมันไม่ได้ทำให้คุณเสียตังสักหน่อย...

5- สร้างข้อความเพื่อตอกย้ำจิตใต้สำนึกของตนเอง การที่คุณสร้างข้อความเพื่อตอกย้ำตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะทำให้สิ่งเหล่านี้มันฝังลงในจิตใต้สำนึกของคุณเอง และให้คุณนั้นสร้างข้อความเป็นประโยคบอกเล่า และพูดกับตนเองซ้ำๆทุกครั้งที่มีเวลา หรือเวลาก่อนที่คุณจะนอน เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งคุณจะเห็นควมมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้น

6- ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ที่ทำอย่างไม่ลดละ  คุณต้องดำรงไว้ซึ่งวินัยจนกว่าเป้าหมายคุณจะสำเร็จ ทำจนทุกอย่างกลายเป็นนิสัย และเมื่อกลายเป็นนิสัยทุกอย่างจะกลายเป็นอัตโนมัติดโดยที่คุณไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

7- ให้รางวัลกับตนเองเมื่อคุณทำสำเร็จ การให้รางวัลกับตนเองคือวิธีการเสริมแรงทางจิตวิทยา ที่จะเชื่อมโยงรางวัลที่ได้เข้ากับระบบจิตใจต้สำนึก และคุณจะได้รับพฤติกรรมแห่งความสุขนี้แบบอัตโนมัติแบบที่คุณไม่รู้ตัวและสิ่งที่ดีงามจะเข้ามาหาคุณอย่างที่คุณไม่คาดฝัน จักวาลจะมองสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริงให้กับคนที่คู่ควรเสมอ…

จงสร้างนิสัย และฝึกใช้กระบวนการที่กล่าวมาทั้ง 7 ข้อ เพื่อให้คุณหลุดพ้นจากนิสัยผัดวันประกันพรุ่งอย่างถาวร และสร้างนิสัยใหม่ให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เพียงคุณ สร้างนิสัยใหม่ๆเดือนละ 1 นิสัย ก็เท่ากับว่าคุณมีนิสัยใหม่ 12 นิสัยต่อปี และเมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี นั้นเท่ากับว่าคุณมีนิสัยใหม่ 60 นิสัยเลยที่เดียวนั้นก็หมายความว่า คุณจะเป็นคนใหม่อย่างสมบูรณ์แบบอย่างที่คุณไฝฝันไว้ เพราะถ้าคุณไม่ทำเวลามันก็ผ่านไปอยู่ดี เห็นไหมครับการเปลี่ยนนิสัยผัดวันประกันพรุ่งไม่อยากอย่างที่คิดเลย.... ^_^


เงินเฟ้อ Inflation คืออะไร? และเงินเฟ้อมันเกี่ยวอะไรกับเรา


หลายคนเมื่อได้ยินคำว่าเงินเฟ้อคงเกิดอาการงงๆ ว่าที่จริงแล้ว เงินเฟ้อมันคืออะไรกันแน่นะทำไมเราถึงได้ยินบ่อยจัง แล้วมันมีผลกระทบต่อประเทศและตัวเราอย่างไรละ แต่ในความเป็นจริงแล้วเงินเฟ้อเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับเราทุกๆคนซึ่งจะส่งผลถึงการใช้จ่ายและการดำเนินชีวิตประจำวันของเราๆนี่ละ งั้นเรามาลองทำความรู้จักกับภาวะเงินเฟ้อกันดีกว่าครับ



เงินเฟ้อ  มีศัพท์ภาษาอังกฤษว่า “Inflation” เป็นภาวะทางเศรษฐกิจที่ระดับราคาและบริการโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ หรือเป็นภาวะที่ค่าเงินลดลงไปเรื่อยๆหรือภาวะที่ระดับราคาสินค้าสูงขึ้นเรื่อยๆ (Rising Prices) พุดง่ายๆก็คือเงินที่เรามีมันด่อยค่าลงไปเรื่อยๆ ค่าของเงินลดลง ปริมาณเงินอยู่ในมือประชาชนมากเกินไป   เป็นเหตุให้เงินจำนวนเดียวกันนี้ ไม่สามารถจะซื้อสินค้าและบริการจำนวนเดียวกันได้ เมื่อเวลาล่วงเลยไป ยกตัวอย่างกันง่ายๆกันเลยดีกว่า เช่น ราคาน้ำมันในอดีตเคยอยู่ที่ 20 บาทต่อลิตร แล้วเราเคยเติมน้ำมัน 10 ลิตร จะใช้เงิน 200 บาท แต่ปัจจุบัน ราคาน้ำมันได้กลายเป็น 40 บาทต่อลิตร หากเราใช้เงินเท่าเดิมคือ 200 บาท เราจะเติมน้ำมันได้เพียง 5 ลิตร ไม่ใช่ 10 ลิตรแบบที่เคยเติมได้ นั้นก็หมายความว่า การเกิดภาวะเงินเฟ้อ จะทำให้เงินจำนวนเงินเท่าเดิมที่เราถืออยู่มีค่าลดลง หรือด่อยค่าลงนั้นเอง ทั้งนี้การที่สินค้ามีระดับราคาสูง (High Prices) จะยังไม่ถือว่าเป็นเงินเฟ้อ ซึ่งราคาสินค้าและบริการจำเป็นต้องสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงจะเป็นเงินเฟ้อได้ 

เงินเฟ้อเกิดเมื่อราคาของสินค้าต่าง ๆ มีการปรับตัวสูงขึ้น แต่จริง ๆ แล้วการเกิดภาวะเงินเฟ้อนี้ไม่จำเป็นที่ว่า สินค้าทุกตัวต้องมีราคาสูงขึ้นเหมือนกันหมด อาจเป็นได้ที่สินค้าบางชนิดมีราคาสูงขึ้น แต่อีกบางชนิดมีราคาลดลง แต่สิ่งที่สำคัญ นั่นคือ ราคามวลรวมทั้งหมดโดยค่าเฉลี่ยแล้วสูงขึ้น และสิ่งที่เรานำมาวัดความเปลี่ยนแปลงของระดับราคา คือ ดัชนีราคา (Price Index) ซึ่งเป็นดัชนีนี้จัดทำโดย กระทรวงพาณิชย์ โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคาสินค้าและบริการต่างๆ ที่ผู้บริโภคซื้อหาได้ รวมถึงดัชนีราคาผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ซึ่งนำเอาราคาสินค้าและบริการทั้งหมดที่ผลิตในประเทศมาคำนวณ ซึ่งในประเทศไทยสำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่รับผิดชอบในการคำนวณและประกาศตัวเลขเงินเฟ้ออย่างเป็นทางการ

ผลดีของอัตราเงินเฟ้อ โดยหลักการภาวะเงินเฟ้อช่วยสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนใช้จ่ายและลงทุนเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อทำให้เงินที่เก็บไว้มีมูลค่าน้อยลงเรื่อยๆ การเพิ่มการใช้จ่ายและลงทุน เช่น หุ้น ทองคำ และฯลฯ ถือเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจและเกิดการหมุนเวียนของเงินได้มากขึ้น

เงินเฟ้ออาจเกิดได้จากอุปสงค์มวลรวมเพิ่มขึ้น แรงดึงทางด้านอุปสงค์ เกิดขึ้นจากระบบเศรษฐกิจมีความต้องการปริมาณสินค้าและบริการมากกว่าที่มีอยู่ในขณะนั้นๆจึงดึงให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ การเพิ่มขึ้นของความต้องการสินค้าและบริการอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเงิน การดำเนินนโยบายการคลังของภาครัฐบาล การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในต่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคของประชาชน และอีกสาเหตุคือ เกิดจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น   เนื่องจากระดับราคาวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นปัจจัยการผลิตมีราคาสูงขึ้น หรืออัตราค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น เป็นเหตุให้ราคาสินค้าสูงตามไปด้วย อาทิ การเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงาน การเกิดวิกฤตการณ์ทางธรรมชาติ การเพิ่มกำไรของผู้ประกอบการ การเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้านำเข้า ซึ่งอาจเพิ่มไปตามภาวะ ตลาดโลก หรือผลของอัตราแลกเปลี่ยน

ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ต้องเป็นนโยบายการเงิน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจให้เหมาะสม  หน่วยงานสำคัญที่กำหนดนโยบายการเงิน คือ ธนาคารแห่งประเทศไทย  นโยบายการเงินที่สำคัญ คือ  การกำหนดอัตราดอกเบี้ย การกำหนดเงินสดสำรองกฎหมายของธนาคารพาณิชย์  การกำหนดอัตราซื้อลดการซื้อขายพันธนบัตรรัฐบาล และการแก้ปัญหาต้องรวมถึง นโยบายการคลัง (fiscal policy) หมายถึงนโยบายเกี่ยวกับการใช้รายได้และรายจ่ายของรัฐเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดแนวทาง เป้าหมาย และการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจเช่นเดียวกับการดำเนินนโยบายการเงิน ถึงตอนนี้คงเข้าใจแล้วไช้ไหมครับว่าอัตตราเงินเฟ้อนั้นที่จริงมันอยู่เคียงข้างเรามาตั้งแต่เราเกิดกันเลยทีเดียวและเป็นสิ่งที่เราต้องรู้เพื่อที่จะรับมือกับเงินเฟ้อในอนาคตเพื่อการปรับตัวสู้โลกเศรษฐกิจที่ขยายตัวและเจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดของประเทศที่พัฒนาแล้ว ..... ^_^ …..

ภาวะเงินฝืด Deflation คืออะไร แล้วมันน่ากลัวจริงหรือ...



 

เงินฝืดหลายๆคนอาจเกิดความวิตกกังวลถ้ามันเกิดขึ้นอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของเศรษฐกิจประเทศ อาจมีคนตกงาน มีผลกับเงินที่เราถืออยุ่เราลองมาทำความรู้จักกับภาวะเงิดฝืดกันดีกว่าครับว่าจริงๆแล้วมันน่ากลัวจริงหรือ


ภาวะเงินฝืด หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Deflation ความหมายพอสังเขปก็คือ ภาวะที่ราคาสินค้าและบริการในตลาดลดลง เพราะไม่มีคนซื้อ ทำให้ผู้ผลิตต้องลดกำลังการผลิตเพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคซื้อสินค้า ถ้าอยู่ในภาวะนี้นานๆ การจ้างงานก็จะลดลง ค่าของเงินเพิ่มขึ้น ปริมาณเงินอยู่ในมือประชาชนน้อยเกินไป  ผลที่ตามมาจะก่อให้เกิดผลเลวร้ายต่อเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน


ทั้งนี้การที่ปริมาณเงินหมุนเวียนมีไม่เพียงพอต่อขนาดของระบบเศรษฐกิจ แต่ไม่ไช่ว่าสินค้าทุกชนิดจะต้องลดราคา แต่เมื่อเราดูจากราคาสินค้าจากมวลรวมแล้วแบบถั่วเฉลียราคาลดลงนั้นเอง โดยปกติ อาการของภาวะเงินฝืดที่เห็นได้ชัดคือ เราจะเห็นตัวเลขเงินเฟ้อที่เป็นตัวเลขติดลบ โดยตัวเลขที่ติดลบดังกล่าว จะต้องมีสาเหตุมาจากการที่ราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปลดลงเรื่อยๆ ทั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับทางด้านอุปทาน (Supply side) และทางด้านอุปสงค์ (Demand side) และอาจมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย


ประเภทเงินฝืดมีทั้งเงินฝืดแบบอ่อน เงินฝืดแบบนี้ถือว่าเป็นผลดีต่อระบบเศรฐกิจ เพราะจทำให้ราคาสินค้าในตลาดทั่วๆไปลดลงประชาชนสามารถหาซื้อสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงและได้สินค้าในปริมาณที่มากขึ้น  แต่ถ้าเงินฝืดเริ่มเข้าข่ายแบบปานกลางและแบบเงินฝืดระดับรุนแรง จะมีผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ แบบเห็นได้ชัดและเกิดผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจระดับประเทศได้เลยทีเดียว...


สาเหตุของเงินฝืดเกิดจากปริมาณความต้องการในการซื้อสินค้าหรือบริการมีน้อยกว่าความต้องการในการขายสินค้าหรือบริการ ทำให้สินค้าเหลือเกินความต้องการ ราคาสินค้าลดลง และทั้งนี้อาจเกิดจากรัฐบาลเก็บภาษีมากเกินไป ทำให้ปริมาณเงินที่ประชาชนจะซื้อสินค้ามีน้อยลง ประชาชนเก็บเงินไว้กับตัวมากเกินไป ทำให้การบริโภคมวลรวมลดลง และขาดการหมุนเวียนของระบบเงินสด มีการส่งเงินตราออกไปต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศมีน้อย และเงินฝืดมักจะเป็นผลพวงมาจากภาวะฟองสบู่แตก   ทำให้เกิดปัญหาเกิดหนี้เสีย และความเชื่อมั่นต่อการลงทุนลดน้อยลง    ทำให้ภาคการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินค้าเชื่อมากขึ้นนั้นเอง....


ผลกระทบของเงินฝืดทำให้ผู้ผลิตขาดทุน การค้าซบเซา การผลิตเลิกกิจการ ลูกจ้างแรงงานตกงาน เกิดปัญหาว่างงาน เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีจากผู้มีรายได้และผู้ผลิตได้ตามเป้าหมาย ในขณะเดียวกันรัฐบาลต้องแบกภาระในการแก้ปัญหาคนว่างงานและภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ


เราจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืดที่ส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจได้อย่างไรกันเป็นปัญหาที่ควรคบคิดและต้องระวังของการเกิดเงินฝืดซึ่งเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดภาวะเงินฝืดได้โดยอาศัยการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบต่าง ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น จากการใช้นโยบายการเงิน เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย หรือการใช้นโยบายการคลัง เช่น การลดภาษี การใช้จ่ายของภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างงานและการลงทุน และอีก ฯลฯ...

 
ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
Bloger   :
    http://www.dolravee.com/
Facebook :    https://goo.gl/qNF1ak
Youtube  :    https://goo.gl/F6d8A4

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม