ห้องเรียนทำเงิน • เรียนรู้ • ลงมือทำ • สร้างผลงานจริง • พระโขนง Sandbox Boot Camp

 


ผ่านมาอย่างว้าว...พร้อมรอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ กับกิจกรรม
พระโขนง Sandbox Boot Camp

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569

 "เมื่อโลกเปลี่ยนจากยุคแรงงาน...สู่ยุคปัญญา
รายได้ในอนาคตจะไม่ได้เกิดจากสิ่งที่เรามี แต่อยู่ที่สิ่งที่เราสามารถสร้างได้"

วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 คือวันที่ความรู้ทั้งหมดจากสองวันที่ผ่านมา ถูกหลอมรวมให้กลายเป็น "การลงมือทำ" อย่างแท้จริง หากวันแรกคือการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความคิด วันที่สองก็คือวันที่เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเริ่มผลิใบ และเตรียมเติบโตเป็นต้นไม้แห่งโอกาสในชีวิตของเยาวชนทุกคนนั่นเอง...

โลกในศตวรรษที่ 21 เปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าที่ระบบการศึกษาแบบเดิมจะตามทัน หลายอาชีพกำลังหายไป ขณะที่อาชีพใหม่ ๆ ถือกำเนิดขึ้นทุกวัน โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสามารถกลายเป็นสำนักงาน กล้องตัวเล็ก ๆ สามารถกลายเป็นโรงงานผลิตสื่อ และเด็กมัธยมคนหนึ่งก็สามารถสร้างรายได้จากความคิดสร้างสรรค์ของตนเองโดยไม่จำเป็นต้องรอเรียนจบ

 

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ "เด็กไทยจะใช้เทคโนโลยีเป็นหรือไม่" เพราะคนรุ่นใหม่เติบโตมากับเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ...

"เด็กไทยจะใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าให้กับชีวิตและสังคมได้หรือไม่ต่างหาก"

นั่นคือเหตุผลที่ Session 3 ของโครงการ "ห้องเรียนทำเงิน" ถูกออกแบบให้เป็น Digital Creator Bootcamp ห้องเรียนที่ไม่ได้มุ่งสอนให้เด็กเป็นเพียงผู้ใช้สื่อ แต่สร้างให้พวกเขาเป็น "ผู้สร้างสื่อ" ที่มีความรู้ มีความรับผิดชอบ และสามารถเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นรายได้อย่างยั่งยืน

 


Digital Literacy & Mentor Introduction
เพราะการรู้เท่าทัน...สำคัญกว่าการรู้ใช้

กิจกรรมเริ่มต้นในเวลา 08.15 น. ด้วยการเรียนรู้ Digital Literacy สำหรับ Content Creator มือใหม่ โดยทีม A-List 1 สถาบันพระปกเกล้า

โลกออนไลน์ในปัจจุบันเต็มไปด้วยโอกาส แต่ก็เต็มไปด้วยความเสี่ยง ข่าวปลอม การหลอกลวง การละเมิดลิขสิทธิ์ และข้อมูลที่บิดเบือนสามารถแพร่กระจายได้ในเวลาไม่กี่นาที ดังนั้น ผู้ผลิตคอนเทนต์ที่ดีจึงต้องมี "ภูมิคุ้มกันทางปัญญา" ควบคู่กับความสามารถด้านเทคโนโลยี

ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ การเคารพลิขสิทธิ์ การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และการสื่อสารอย่างรับผิดชอบต่อสังคม เพราะคอนเทนต์หนึ่งชิ้นไม่ได้ส่งผลเพียงต่อยอดผู้ชม แต่ยังส่งผลต่อความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของผู้คนจำนวนมาก

การเป็น Content Creator จึงไม่ใช่เพียงการสร้างคลิปที่สนุกหรือภาพที่สวยงาม หากคือการใช้พลังของการสื่อสารเพื่อสร้างคุณค่าและสร้างการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี


เส้นทางการเป็น Content Creator
คุณธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา(นัดเป็ด)กรรมการสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย


เส้นทางการเป็น Content Creator
จากคนธรรมดา...สู่ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ช่วงเวลา 10.00–12.00 น. ได้รับเกียรติจาก คุณธนิษฐ์ เจียรสวัสดิ์วัฒนา (นัดเป็ด) กรรมการสมาคมคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไทย ถ่ายทอดประสบการณ์จากการทำงานจริงในโลกของคอนเทนต์

นักเรียนผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ตั้งแต่การค้นหาตัวตน การสร้าง Personal Brand การวางกลยุทธ์การสื่อสาร การผลิตคอนเทนต์อย่างมีคุณภาพ การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม ตลอดจนแนวทางการสร้างรายได้จากช่องทางดิจิทัล

 


แต่เหนือกว่าความรู้ด้านเทคนิค คือบทเรียนเรื่อง "จริยธรรม" ในยุคที่ยอดวิวสามารถซื้อได้ ยอดไลก์สามารถปั่นได้ และกระแสสามารถถูกสร้างขึ้นได้เพียงชั่วข้ามคืน สิ่งที่จะทำให้ครีเอเตอร์ยืนหยัดได้ในระยะยาว ไม่ใช่จำนวนผู้ติดตาม หากคือความจริงใจ ความรับผิดชอบ และความน่าเชื่อถือ คอนเทนต์ที่ดีอาจสร้างรายได้แต่คอนเทนต์ที่มีคุณธรรม จะสร้างทั้งรายได้ ความไว้วางใจ และผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมนั่นเองครับ

Group Workshop & Content Creator Contest
ภายใต้การนำของ
คุณชนกนันท์ ลลิตนิธิ (Antslens)

 

 
Group Workshop & Content Creator Contest
ห้องเรียนที่เปลี่ยนผู้เรียนให้เป็นผู้สร้าง

หลังพักรับประทานอาหารกลางวัน ผู้เข้าร่วมทุกคนได้เข้าสู่กิจกรรมที่เข้มข้นที่สุดของวัน คือ Group Workshop & Content Creator Contest ภายใต้การนำของ คุณชนกนันท์ ลลิตนิธิ (Antslens) และทีมงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

ไม่มีการนั่งฟังบรรยาย ไม่มีการจดเลกเชอร์ ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป มีเพียงโจทย์จริง เวลาจริง ความกดดันจริง และการทำงานเป็นทีมจริง

ผู้เข้าร่วมต้องร่วมกันคิด วางแผน เขียนบท ถ่ายทำ ตัดต่อ และนำเสนอผลงานภายในเวลาที่กำหนด กระบวนการทั้งหมดสะท้อนการทำงานของ Content Creator มืออาชีพอย่างแท้จริง


ตลอดระยะเวลาสองชั่วโมง เสียงหัวเราะ เสียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และภาพของเยาวชนที่ช่วยเหลือกัน กลายเป็นหลักฐานสำคัญว่า การเรียนรู้ที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการฟังเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการลงมือทำ

ทุกทีมอาจได้คะแนนไม่เท่ากัน แต่ทุกทีมได้บทเรียนที่มีคุณค่าเท่ากันเพราะความผิดพลาดในวันนี้ คือประสบการณ์ที่จะช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า

 

ทีมงานมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

 
พิธีประกาศผลและปิดโครงการ
จุดสิ้นสุด...ที่กำลังเริ่มต้นอนาคต

เวลา 15.00 น. บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงปรบมือ และความภาคภูมิใจ เมื่อมีการประกาศผลการแข่งขัน มอบรางวัลแก่ทีมที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมทุกคนแต่รางวัลที่มีค่าที่สุดในวันนี้ ไม่ใช่โล่ ไม่ใช่ประกาศนียบัตร และไม่ใช่ภาพถ่ายแห่งความสำเร็จ หากคือความเชื่อใหม่ที่เกิดขึ้นในหัวใจของเด็กทุกคนนั่นเองครับ...

ความเชื่อว่า... "ฉันก็สร้างคุณค่าได้"  "ฉันก็สร้างรายได้ได้"  "ฉันก็เปลี่ยนชีวิตของตัวเองได้" และเมื่อเยาวชนคนหนึ่งค้นพบศักยภาพของตนเอง เขาจะไม่เพียงเปลี่ยนอนาคตของตนเอง แต่จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ครอบครัว ชุมชน และสังคมรอบข้าง นี่คือเป้าหมายที่แท้จริงของโครงการ "ห้องเรียนทำเงิน"

เราไม่ได้สร้างเพียงคอนเทนต์ เราไม่ได้สร้างเพียงผู้ประกอบการ เราไม่ได้สร้างเพียงรายได้ แต่เรากำลังสร้าง "คน" คนที่คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าให้กับสังคม เพราะเราเชื่อมั่นว่า...

การศึกษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสอนให้เด็กจำคำตอบ แต่คือการสร้างความกล้าที่จะตั้งคำถาม ความสามารถที่จะลงมือทำ และหัวใจที่พร้อมลุกขึ้นสร้างโอกาสให้กับตนเองและผู้อื่นนั่นเองครับ...


เมื่อห้องเรียนเปลี่ยนเป็นพื้นที่แห่งการลงมือทำ เมื่อความรู้เชื่อมโยงกับโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อเยาวชนได้รับโอกาส ได้รับความไว้วางใจ และได้รับพี่เลี้ยงที่พร้อมเดินเคียงข้าง "ห้องเรียน" ก็จะไม่ใช่สถานที่ที่จบลงเมื่อเสียงกริ่งดัง แต่จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวัง ความสามารถ และความเป็นไปได้ไม่รู้จบ และนี่คือความหมายของ "ห้องเรียนทำเงิน"

ห้องเรียนที่ไม่ได้สอนเพียงวิธีหารายได้ หากกำลังสร้างพลเมืองรุ่นใหม่ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และผู้นำการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ ที่จะร่วมกันสร้างอนาคตของประเทศไทยให้เติบโตด้วยปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และหัวใจที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้.... แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่ในกิจกรรมใครั้งต่อ ๆ ไปนะครับผม...

 

 

สมาชิกกลุ่ม อเมทิสต์ นักสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ผู้ขับเคลื่อนการแปลี่ยนแปลง
และผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมโครงการ ห้องเรียนทำเงิน (พระโขนง Sandbox)

 


ภายใต้โครงงานนวัตกรรมเพื่อสังคมของนักศึกษา
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 1 (A-LIST) สถาบันพระปกเกล้า

 

"ห้องเรียนทำเงิน" จุดประกายความคิด เปลี่ยนชีวิตด้วยการเรียนรู้

 



ผ่านมาอย่างว้าว...พร้อมรอยยิ้ม และแรงบันดาลใจ กับกิจกรรม
พระโขนง Sandbox Boot Camp

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569

"เงินไม่ได้เปลี่ยนชีวิตคน... แต่ความรู้เรื่องเงินต่างหาก ที่เปลี่ยนอนาคตของคนได้"

หากจะนิยามบรรยากาศของ พระโขนง Sandbox Boot Camp ในวันแรกด้วยคำเพียงไม่กี่คำ ก็คงเป็น... "เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เต็มไปด้วยพลัง และเต็มไปด้วยความหวัง" ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผู้เข้าร่วมเดินเข้าสู่ห้องเรียนแห่งนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่า เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทุกคนจะเดินออกไปพร้อมหัวใจที่แตกต่างจากเดิม

หลายคนเดินเข้ามาพร้อมคำถาม... "เราจะสร้างรายได้จากอะไร?" "เรามีความสามารถพอหรือไม่?" และ "โลกยุคนี้ยังมีโอกาสเหลือสำหรับคนธรรมดาไหม?"

แต่เมื่อวันแห่งการเรียนรู้สิ้นสุดลง...คำถามเหล่านั้นค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความเชื่อมั่น และประกายไฟแห่งความหวังก็เริ่มลุกขึ้นในหัวใจของทุกคน เพราะ "ห้องเรียนทำเงิน" ไม่ได้สอนให้คนรวย...แต่กำลังสอนให้คนธรรมดา มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง...


คณะวิทยากร : ผศ.รณรงค์ จันใด รองคณบดีฝ่ายบริหาร
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมนเทอร์ (Mentor)
ของโครงการ และสมาชิก อเมทิสต์ 


เมื่อ "ความรู้ทางการเงิน" คือจุดเริ่มต้นของอิสรภาพ

หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตหาเงิน แต่กลับไม่เคยมีโอกาสเรียนรู้วิธีบริหารเงิน เราเรียนคณิตศาสตร์มาหลายปีแต่ไม่เคยมีวิชา "การวางแผนชีวิต" เราเรียนวิทยาศาสตร์ แต่ไม่เคยมีบทเรียนเรื่อง "การสร้างความมั่นคงทางการเงิน"

นี่คือเหตุผลที่ Session 1 : Financial Literacy กลายเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากกว่าการนั่งฟังบรรยาย เพราะนี่คือการเปลี่ยน "วิธีคิด" ก่อนจะเปลี่ยน "วิถีชีวิต" ได้รับเกียรติจาก ครูในโครงการ "ครูสตางค์" ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเงินอย่างเข้าใจง่าย เชื่อมโยงกับชีวิตจริง และสามารถนำไปใช้ได้ทันที

บรรยากาศเริ่มต้นด้วยกิจกรรม Money Makeover เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วห้อง กำแพงค่อย ๆ พังทลาย กลายเป็นทีมเดียวกันเพราะการเรียนรู้ที่ดีที่สุด ไม่ได้เกิดจากการนั่งฟังเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจากการเปิดใจเรียนรู้ร่วมกันนั่นเองครับ...


ครูในโครงการ "ครูสตางค์" ธนาคารแห่งประเทศไทย


ความฝัน...ต้องมีแผน

กิจกรรม Dream on Timeline ไม่ได้ชวนให้ทุกคนฝันลอย ๆ แต่ชวนให้ทุกคน "ออกแบบอนาคต" หลายคนเพิ่งค้นพบว่า แท้จริงแล้ว เป้าหมายชีวิตกับเป้าหมายทางการเงิน คือเรื่องเดียวกัน เพราะเมื่อรู้ว่าชีวิตอยากเดินไปทางไหน เราก็จะรู้ว่าต้องบริหารเงินอย่างไร เงินจึงไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นเครื่องมือเครื่องมือที่จะพาเราไปถึงชีวิตที่เราเลือกครับ...

 บรรยากาศกิจกรรม พระโขนง Sandbox Boot Camp

 

รายได้...ไม่ควรมีเพียงทางเดียว

โลกยุคใหม่เปิดโอกาสมากกว่าที่เคย กิจกรรม 4 Channels of Income ทำให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นว่า รายได้ไม่ได้มีแค่เงินเดือน แต่ยังมีรายได้จากทักษะ จากความคิดสร้างสรรค์ จากการลงทุน จากโลกดิจิทัลจากการแบ่งปันความรู้ หลายคนเริ่มเห็นเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยนึกถึงหลายคนเริ่มเชื่อว่า

"โอกาสไม่ได้หายไปไหน...เราเพียงยังมองไม่เห็นมัน"

บรรยากาศกิจกรรม พระโขนง Sandbox Boot Camp

 

ทักษะ คือทรัพย์สินที่ไม่มีใครแย่งไปได้

ช่วง Development with Skills คือช่วงเวลาที่ทุกคนได้กลับมาทบทวนตัวเอง โลกอาจเปลี่ยนทุกวันอาชีพอาจเปลี่ยนทุกปี เทคโนโลยีอาจเปลี่ยนทุกเดือน แต่คนที่พัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จะไม่มีวันหมดโอกาส กิจกรรม Feedback & Reflection ทำให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมอง หลายคนกล้ายอมรับข้อผิดพลาด หลายคนกล้าเปิดใจรับคำแนะนำ และหลายคนเริ่มเชื่อว่า "การพัฒนาตัวเอง คือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด"

 Discover Your Identity & Create Your Story
โดยทีม คุณบุรินทร์ ซุ่นหลี ชวนค้นหาตัวตนและสร้างคอนเทนต์ที่สะท้อนคุณค่า


ช่วงบ่าย...เมื่อทุกคนเริ่มค้นพบตัวเอง

หลังพักกลางวัน ห้องเรียนเปลี่ยนจากเรื่อง "เงิน" สู่เรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ "ตัวตน" ใน Session Discover Your Identity & Create Your Story ได้รับเกียรติจาก คุณบุรินทร์ ซุ่นหลี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์และการสื่อสารดิจิทัล ถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเข้มข้น 

เพราะโลกทุกวันนี้ ไม่ได้ต้องการให้ทุกคนเหมือนกัน แต่ต้องการให้ทุกคน "กล้าเป็นตัวเอง" ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ว่า คอนเทนต์ที่ดีที่สุด ไม่ใช่คอนเทนต์ที่เลียนแบบคนอื่น แต่คือเรื่องราวที่เกิดจากตัวตนจริง เมื่อเรารู้จักตัวเอง เราจะรู้ว่าควรสื่อสารอะไร และเมื่อสื่อสารได้อย่างจริงใจ คุณค่าก็จะส่งต่อถึงผู้คน


 Workshop: Storyboard Design Challenge
โจทย์จริงของ
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

จากไอเดีย...สู่ผลงานจริง

ไฮไลต์สำคัญของวัน คือกิจกรรม Storyboard Design Challenge โจทย์จริง เวลาจริง การทำงานจริง จาก มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณพัสสิณี ลาภสุนทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมถ่ายทอดโจทย์ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ข้อเสนอแนะอย่างใกล้ชิด ทุกทีมต่างระดมความคิด ถกเถียง วิเคราะห์ วางโครงเรื่อง ออกแบบ Storyboard และนำเสนอแนวคิดของตนเอง ห้องเรียนเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงของความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีกรอบจำกัด ไม่มีใครแข่งขันเพื่อเอาชนะกันแต่ทุกคนแข่งขันกับตัวเองเพื่อสร้างผลงานที่ดีที่สุดนี่คือภาพสะท้อนของการเรียนรู้ที่แท้จริง

Workshop: Storyboard Design Challenge
โจทย์จริงของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงได้รับเกียรติจาก
คุณพัสสิณี ลาภสุนทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด
มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

ห้องเรียนที่ไม่ได้สร้างเพียง "ความรู้" แต่สร้าง "ความเชื่อ"

เมื่อกิจกรรมวันแรกสิ้นสุดลง สิ่งที่ผู้เข้าร่วมได้รับ ไม่ใช่เพียงเอกสารประกอบการเรียน แต่คือมุมมองใหม่ในการใช้ชีวิต พวกเขาได้เรียนรู้การบริหารจัดการการเงินอย่างเป็นระบบ มองเห็นโอกาสในการสร้างรายได้จากหลากหลายช่องทาง เข้าใจว่าทักษะคือทุนที่มีค่าที่สุดในโลกยุคใหม่ ค้นพบจุดแข็งและตัวตนของตนเอง ได้ฝึกการคิดเชิงสร้างสรรค์ การทำงานเป็นทีม และการนำเสนอผ่านโจทย์จากสถานการณ์จริง เหนือสิ่งอื่นใด...

พวกเขาเริ่มเชื่อว่า

 "ความสำเร็จไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นผลลัพธ์ของการเรียนรู้
การลงมือทำ และการไม่หยุดพัฒนาตัวเอง"

เพราะ "ห้องเรียนทำเงิน" ไม่ได้สอนให้หาเงินเพียงอย่างเดียวแต่กำลังสร้างคนที่พร้อมสร้างคุณค่าให้กับสังคมกำลังสร้างคนที่รู้จักคิด รู้จักวางแผนรู้จักลงมือทำและรู้จักเปลี่ยนโอกาสให้กลายเป็นผลลัพธ์วันแรกของ พระโขนง Sandbox Boot Camp จึงไม่ได้จบลงพร้อมการปิดห้องเรียนแต่มันคือการเปิดประตูบานใหม่ประตูที่นำไปสู่ความเชื่อมั่น ประตูที่นำไปสู่โอกาสและประตูที่นำไปสู่อนาคตที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะเป็นผู้กำหนดด้วยมือของตนเองครับ...

เพราะ "ห้องเรียนทำเงิน" ไม่ได้สร้างเพียงผู้เรียน แต่กำลังสร้างผู้ลงมือทำ สร้างผู้ประกอบการ สร้างนักสร้างสรรค์ และสร้างความหวังให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และนี่...เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ทุกคนเคยจินตนาการไว้ครับ...


 

สมาชิกกลุ่ม อเมทิสต์ นักสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคม ผู้ขับเคลื่อนการแปลี่ยนแปลง
และผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสังคมโครงการ ห้องเรียนทำเงิน (พระโขนง Sandbox)

 


ภายใต้โครงงานนวัตกรรมเพื่อสังคมของนักศึกษา
หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 1 (A-LIST) สถาบันพระปกเกล้า

เริ่มแล้ว... "พระโขนง Sandbox Boot Camp"

 


เริ่มแล้ว... "พระโขนง Sandbox Boot Camp" เมื่อห้องเรียน
ไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อเรียน แต่มีไว้เพื่อ "สร้างคน" ที่จะเปลี่ยนโลก

วันที่ 2 - 3 กรกฎาคม 2569หอประชุมโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย จะไม่ใช่เพียงอีกสองวันของการจัดกิจกรรม หากแต่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งสำคัญ ที่จะปลุกศักยภาพของเยาวชนให้ลุกขึ้นมาเป็น "ผู้นำการเปลี่ยนแปลง" ของสังคม

เพราะโลกใบนี้ไม่ได้ต้องการเพียงคนที่มีความรู้ แต่ต้องการคนที่กล้าคิด กล้าลงมือทำ และกล้าสร้างอนาคตที่ดีกว่าเดิม

AMETHYST (อเมทิสต์) กลุ่มนักสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovators) ผู้ขับเคลื่อนโครงการ พระโขนง Sandbox เชื่อมั่นว่า "โอกาส" ไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่สามารถออกแบบและสร้างขึ้นได้ หากเราเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริง

พระโขนง Sandbox Boot Camp จึงถูกออกแบบให้เป็นมากกว่ากิจกรรมอบรม แต่เป็นพื้นที่แห่งการค้นพบศักยภาพ พื้นที่แห่งแรงบันดาลใจ และพื้นที่แห่งการเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นแผนปฏิบัติการที่จับต้องได้นั่นเองครับ...

 


ตลอดสองวันของการเรียนรู้ นักเรียน ผู้เข้าร่วมจะได้สัมผัสกระบวนการเรียนรู้แบบ Experiential Learning ที่เชื่อว่าประสบการณ์คือครูที่ดีที่สุด ได้เรียนรู้แนวคิดการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) ที่ไม่ได้สร้างเพียงธุรกิจ แต่สร้างคุณค่าให้สังคม ได้เสริมสร้างความรู้ด้านการเงิน (Financial Literacy) เพื่อให้สามารถบริหารชีวิตและอนาคตได้อย่างมั่นคง และได้ร่วมออกแบบนวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovation) ที่ตอบโจทย์ปัญหาจริงของชุมชนครับ

เหนือสิ่งอื่นใด กิจกรรมนี้คือเวทีที่เชื่อมโยงพลังของภาคการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ให้มาร่วมกันสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่ทำให้เยาวชนไม่เพียง "เรียนเพื่อสอบ" แต่ "เรียนเพื่อสร้างอาชีพ สร้างคุณค่า และสร้างการเปลี่ยนแปลง"

นี่คือหัวใจของโครงการ "ห้องเรียนทำเงิน "พระโขนง Sandbox" ห้องเรียนที่เชื่อว่าการศึกษาต้องนำไปสู่การพึ่งพาตนเอง การสร้างรายได้ และการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ในการนี้ กลุ่ม AMETHYST ขอเรียนเชิญ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาหลักสูตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 1 ตลอดจนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เข้าร่วมกิจกรรม พระโขนง Sandbox Boot Camp ในวันที่ 2–3 กรกฎาคม 2569หอประชุมโรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่ายแห่งความร่วมมือ และร่วมออกแบบอนาคตที่เปิดโอกาสให้เยาวชนสามารถเติบโตเป็นผู้สร้างเศรษฐกิจ สร้างสังคม และสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม

เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มต้นจากคนเพียงไม่กี่คนที่กล้าลุกขึ้นลงมือทำ และเราเชื่อว่า...คนเหล่านั้น กำลังจะถือกำเนิดขึ้นที่ พระโขนง Sandbox Boot Camp แห่งนี้ครับ

AMETHYST ไม่ได้เป็นเพียงกลุ่มผู้จัดกิจกรรม หากแต่คือกลุ่มของนักสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นักออกแบบโอกาส และผู้สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ ที่มุ่งพัฒนา "คน" ให้เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชน ประเทศ และโลก ให้ก้าวไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน...

 


แผนที่เดินทาง โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย

แล้วพบกันนะครับ... จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง
อาจเริ่มต้นจากการก้าวเข้ามาในห้องประชุมแห่งนี้ เพียงหนึ่งก้าวของท่าน
อาจกลายเป็นก้าวสำคัญของสังคมทั้งสังคมก็เป็นได้ครับ...


AMETHYST เราคือใคร จากการสร้าง "คน" สู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

 

 

AMETHYST (อเมทิสต์) เราไม่ได้กำลังสร้างโครงการ...
แต่เรากำลังสร้าง "คน" ที่จะเปลี่ยนโลก

โลกในวันนี้ไม่ได้ขาดเทคโนโลยี ไม่ได้ขาดเงินทุน และไม่ได้ขาดองค์ความรู้ แต่สิ่งที่โลกกำลังขาด คือ "คน" ที่กล้าลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง คนที่ไม่รอให้โอกาสเดินมาหา แต่สร้างโอกาสขึ้นมาด้วยมือของตนเอง

คนที่ไม่รอให้สังคมแก้ปัญหา แต่ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ และนี่คือเหตุผลที่ AMETHYST (อเมทิสต์) ถือกำเนิดขึ้น เราไม่ใช่เพียงกลุ่มคนที่รวมตัวกันทำกิจกรรมเพื่อสังคม เราไม่ใช่เพียงเครือข่ายอาสาสมัคร เราไม่ใช่เพียงผู้จัดอบรม หรือผู้พัฒนาโครงการ แต่เราเชื่อว่า...

"มนุษย์ทุกคน คือทรัพยากรที่ทรงคุณค่าที่สุดของประเทศ"

หากเราเปลี่ยนชีวิตคนได้เพียงหนึ่งคน ชีวิตนั้นจะเปลี่ยนครอบครัว ครอบครัวจะเปลี่ยนชุมชน ชุมชนจะเปลี่ยนสังคม และสังคมจะเปลี่ยนประเทศ นั่นคือภารกิจของเรา

สร้างคน สร้างโอกาส สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

และนั่นคือความหมายของการเป็นสมาชิกกลุ่ม AMETHYST นั่นเองครับ...

 


ความหมายของตราสัญลักษณ์ AMETHYST


AMETHYST เปรียบเสมือนอัญมณีที่ผ่านการเจียระไน เช่นเดียวกับการพัฒนามนุษย์ที่ต้องอาศัยการเรียนรู้ ประสบการณ์ คุณธรรม และโอกาส จนกลายเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าให้กับสังคม

โลโก้จึงไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของกลุ่มองค์กร แต่เป็น วิสัยทัศน์ของการสร้าง "พลเมืองแห่งอนาคต (Shaping Future Citizens)"


อักษร "A"


ตัวอักษร A คือ Amethyst และ Aspiration (แรงบันดาลใจ)

สื่อถึงการกล้าที่จะฝัน กล้าที่จะเริ่มต้น และกล้าที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง เป็นสัญลักษณ์ของผู้นำรุ่นใหม่ที่พร้อมพัฒนาตนเองและสังคม

เส้นสีทองที่พาดผ่านตัว A เปรียบเสมือนการก้าวข้ามข้อจำกัด เปลี่ยนศักยภาพให้กลายเป็นโอกาส



วงแหวนสีม่วง

วงแหวนหมายถึง ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ (Learning Ecosystem) ที่เชื่อมโยง

  • ครอบครัว 
  • โรงเรียน
  • ชุมชน
  • ภาครัฐ
  • ภาคเอกชน
  • ภาคประชาสังคม


ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างพื้นที่แห่งโอกาสให้เยาวชนเติบโต



อัญมณี 4 ทิศ

อัญมณีทั้ง 4 เม็ด คือ 4 คุณค่าหลัก (Core Values) ของ AMETHYST

  • INTEGRITY


ซื่อสัตย์ มีคุณธรรม และยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง เราสร้างคนที่ไม่เพียงเก่ง แต่ต้องเป็นคนดี มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม

  • INNOVATION


กล้าคิด กล้าสร้างสรรค์ และกล้าเปลี่ยนแปลง เราเชื่อว่าการเรียนรู้ต้องไม่หยุดอยู่ในห้องเรียน แต่ต้องสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต

 

  • CITIZENSHIP


พลเมืองที่มีจิตสาธารณะและรับผิดชอบต่อส่วนรวม เราปลูกฝังเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่เห็นคุณค่าของผู้อื่น เคารพความหลากหลาย และร่วมสร้างสังคมที่ยั่งยืน


  • LEADERSHIP


ภาวะผู้นำเพื่อการรับใช้สังคม (Leadership for Impact) เราพัฒนาผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ ทำงานร่วมกับผู้อื่น และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

 

วงกลมสีทอง

สีทองหมายถึง คุณค่า ความเป็นเลิศ และความยั่งยืน วงกลมยังสะท้อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างพลเมืองแห่งอนาคต

 

สีม่วงอเมทิสต์

สีม่วงของอเมทิสต์เป็นสัญลักษณ์ของ

  • ปัญญา (Wisdom)
  • วิสัยทัศน์ (Vision)
  • ความคิดสร้างสรรค์ (Creativity)
  • ความเป็นผู้นำ (Leadership)
  • การเปลี่ยนแปลงเชิงบวก (Transformation)


สื่อถึงการพัฒนาคนให้เติบโตทั้งความรู้ คุณธรรม และจิตสำนึกต่อสังคม

 

ความเชื่อมโยงกับ AMETHYST Framework

ตราสัญลักษณ์นี้สะท้อนแนวคิดของ 6 ทฤษฎีหลัก

  • Human Capital Theory → อักษร A คือการลงทุนเพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษย
  • Experiential Learning → วงแหวนแห่งการเรียนรู้และการลงมือทำ
  • Empowerment Theory → การเจียระไนอัญมณี เปรียบกับการค้นพบศักยภาพในตนเอง
  • Ecological Systems Theory → วงแหวนที่เชื่อมโยงทุกภาคส่วนเป็นระบบนิเวศแห่งโอกาส
  • Social Learning Theory → การเติบโตผ่านเครือข่าย Mentor ชุมชน และการเรียนรู้ร่วมกัน
  • Theory of Change → การหลอมรวมคุณค่าทั้งหมดจนเกิดผลกระทบต่อสังคม



AMETHYST คือการเจียระไนศักยภาพของมนุษย์ให้เปล่งประกาย ผ่านคุณธรรม นวัตกรรม ความเป็นพลเมือง และภาวะผู้นำ เพื่อสร้างคน สร้างโอกาส และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนนั่นเองครับ...

 


เราคือใคร

AMETHYST คือกลุ่มนักสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อสังคม (Social Innovators) เราเป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เป็นนักออกแบบโอกาส เป็นผู้สร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ และเป็นผู้พัฒนาโครงการ "ห้องเรียนทำเงิน (พระโขนง Sandbox)"

เราเชื่อว่า... การศึกษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การสอนให้จำ แต่คือการสอนให้ "ลงมือทำ" การพัฒนาที่ดีที่สุด ไม่ใช่การช่วยเหลือตลอดไป แต่คือการสร้างศักยภาพให้คนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะการให้ปลา ทำให้คนอิ่มเพียงวันเดียว แต่การสร้างคนให้มีความสามารถในการจับปลา จะทำให้เขาเลี้ยงดูครอบครัวได้ตลอดชีวิต และอาจสร้างงานให้คนอีกหลายร้อยคนในอนาคต นี่คือเหตุผลที่ AMETHYST ไม่ได้สร้างเพียง "ผู้เรียน" แต่เราสร้าง "ผู้สร้างโอกาส"

 

ห้องเรียนทำเงิน

ห้องเรียนที่ไม่ได้สอนเพียงให้สอบผ่าน แต่สอนให้มีรายได้ มีอาชีพ และมีอนาคต ห้องเรียนทำเงิน คือ Sandbox แห่งการเรียนรู้ ที่เปลี่ยนห้องเรียนธรรมดาให้กลายเป็นสนามทดลองของชีวิตจริง ผู้เรียนไม่ได้เรียนเพื่อเก็บคะแนน แต่เรียนเพื่อสร้างผลงานไม่ได้เรียนเพื่อท่องจำแต่เรียนเพื่อแก้ปัญหาไม่ได้เรียนเพื่อรอสมัครงานแต่เรียนเพื่อสร้างงาน ผู้เรียนจะได้ฝึกคิด ฝึกทำ ฝึกขาย ฝึกบริหารเงิน ฝึกทำธุรกิจ ฝึกสร้างคอนเทนต์ ฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่น และเรียนรู้จากสถานการณ์จริงเพราะโลกแห่งการทำงานไม่ได้ถามว่า "คุณจำบทเรียนได้หรือไม่" แต่ถามว่า "คุณสร้างคุณค่าอะไรให้โลกได้บ้าง"

 


 6 ทฤษฎีหลัก (Core Theories) ของ AMETHYST

รากฐานทางวิชาการที่ขับเคลื่อนการสร้าง "คน" สู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

1. Human Capital Theory (ทฤษฎีทุนมนุษย์)

ผู้พัฒนาแนวคิดสำคัญ: Theodore W. Schultz และ Gary S. Becker (เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์)

แนวคิดหลัก

Schultz และ Becker อธิบายว่า "มนุษย์" คือทุนที่มีคุณค่าที่สุดของประเทศ การลงทุนด้านการศึกษา ทักษะ สุขภาพ และประสบการณ์ ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทั้งต่อบุคคล องค์กร และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

AMETHYST เชื่อว่า เยาวชนทุกคนคือ "ทุนแห่งอนาคต" การพัฒนาความรู้ ทักษะอาชีพ ความคิดสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำ และคุณธรรม จะทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างรายได้ พึ่งพาตนเอง และสร้างคุณค่าให้กับสังคมได้อย่างยั่งยืน

 


 

2. Experiential Learning Theory (ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์)

ผู้คิดค้น: David A. Kolb

แนวคิดหลัก

Kolb เสนอว่า การเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่สุดเกิดจาก "การลงมือทำ" และการสะท้อนบทเรียนจากประสบการณ์ โดยประกอบด้วยวงจรการเรียนรู้ 4 ขั้น ได้แก่

  • Concrete Experience (ประสบการณ์จริง)

  • Reflective Observation (การสะท้อนคิด)

  • Abstract Conceptualization (สรุปเป็นองค์ความรู้)

  • Active Experimentation (นำไปทดลองใช้)


การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

โครงการ "ห้องเรียนทำเงิน" ออกแบบให้ผู้เรียนสร้างธุรกิจจริง ผลิตคอนเทนต์จริง บริหารเงินจริง และแก้ปัญหาจริง เพื่อให้เกิดทักษะที่ใช้ได้จริงในชีวิตและการทำงาน

 


 

3. Empowerment Theory (ทฤษฎีการเสริมสร้างพลังอำนาจ)

ผู้บุกเบิกแนวคิด: Julian Rappaport
และได้รับการพัฒนาต่อโดย Marc A. Zimmerman

แนวคิดหลัก

Empowerment คือการสร้างพลังจากภายใน ให้บุคคลเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง สามารถตัดสินใจ กำหนดอนาคต และจัดการชีวิตของตนเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือตลอดไป

การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

AMETHYST ไม่ได้สร้างผู้รับความช่วยเหลือ แต่สร้าง "ผู้สร้างโอกาส" ให้เยาวชนมีความมั่นใจ กล้าคิด กล้าทำ กล้าล้ม และกล้าลุกขึ้นมาเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในสังคม

 


 

4. Ecological Systems Theory (ทฤษฎีระบบนิเวศของมนุษย์)

ผู้คิดค้น: Urie Bronfenbrenner

แนวคิดหลัก

Bronfenbrenner อธิบายว่า การพัฒนาของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากตัวบุคคลเพียงลำพัง แต่ได้รับอิทธิพลจากระบบแวดล้อมหลายระดับ ได้แก่

  • Microsystem (ครอบครัว โรงเรียน เพื่อน)

  • Mesosystem (ความสัมพันธ์ระหว่างระบบ)

  • Exosystem (องค์กร ชุมชน สื่อ)

  • Macrosystem (วัฒนธรรม นโยบาย สังคม)

  • Chronosystem (การเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา)


การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

AMETHYST ทำงานร่วมกับครอบครัว โรงเรียน ภาคธุรกิจ หน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย และภาคประชาสังคม เพื่อสร้าง "ระบบนิเวศแห่งโอกาส" ที่เอื้อต่อการเติบโตของเยาวชน

 


 

5. Social Learning Theory (ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคม)

ผู้คิดค้น: Albert Bandura

แนวคิดหลัก

Bandura อธิบายว่า มนุษย์เรียนรู้ผ่านการสังเกต การเลียนแบบ และการได้รับแรงเสริมจากบุคคลต้นแบบ (Role Model) การมี Mentor ที่ดีจึงสามารถเร่งการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากผู้ประกอบการ นักสร้างนวัตกรรม ผู้เชี่ยวชาญ และเครือข่ายวิชาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและพัฒนาทักษะจากประสบการณ์ของผู้ที่ประสบความสำเร็จจริง

 


 

6. Theory of Change (ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลง)

ผู้บุกเบิกแนวคิด: Carol H. Weiss
ต่อมาได้รับการพัฒนาและนำไปใช้โดยองค์กรระดับโลก เช่น United Nations (UN), World Bank, USAID, และ The Rockefeller Foundation

แนวคิดหลัก

Theory of Change เป็นกรอบการออกแบบและประเมินผลโครงการที่อธิบายเส้นทางของการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นเหตุเป็นผล ตั้งแต่

  • Input

  • Activity

  • Output

  • Outcome

  • Impact

ทำให้ทุกกิจกรรมสามารถตรวจสอบได้ว่าก่อให้เกิดผลลัพธ์และผลกระทบที่ต้องการหรือไม่

การประยุกต์ใช้ใน AMETHYST

ทุกโครงการของ AMETHYST ตั้งแต่ "ห้องเรียนทำเงิน (พระโขนง Sandbox)" ไปจนถึงกิจกรรมพัฒนาศักยภาพเยาวชน ถูกออกแบบตามหลัก Theory of Change เพื่อให้สามารถติดตาม วัดผล และพัฒนาผลกระทบเชิงสังคม (Social Impact) ได้อย่างเป็นระบบ

 


ปรัชญาของ AMETHYST

Butterfly Effect (ปรากฏการณ์ผีเสื้อกระพือปีก)

ผู้ริเริ่มแนวคิด: Edward N. Lorenz นักคณิตศาสตร์และนักอุตุนิยมวิทยา ผู้บุกเบิก Chaos Theory (ทฤษฎีความโกลาหล)

แนวคิด

Lorenz ค้นพบว่า การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในสภาวะเริ่มต้น สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันอย่างมหาศาลในอนาคต จนเกิดวลีที่มีชื่อเสียงว่า

"A butterfly flapping its wings in Brazil can set off a tornado in Texas."

สำหรับ AMETHYST แนวคิดนี้ไม่ใช่ "ทฤษฎีหลัก" แต่เป็น ปรัชญาและแรงบันดาลใจของกลุ่ม

เราเชื่อว่า...

"การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตของเยาวชนหนึ่งคน
สามารถสร้างผลกระทบอันยิ่งใหญ่ต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมได้"

ทุกโอกาสที่เรามอบให้กับคนหนึ่งคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ส่งต่อไปยังคนอีกนับพันในอนาคตนั้นเองครับ...


AMETHYST กับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

การทำงานของเราเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกอย่างเป็นรูปธรรม

SDG 1 : ขจัดความยากจน
เราสร้างโอกาสในการมีรายได้และการพึ่งพาตนเอง ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพและผู้ประกอบการรุ่นใหม่

SDG 4 : การศึกษาที่มีคุณภาพ
เราออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงชีวิตจริง ให้ผู้เรียนได้รับทั้งความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่นำไปใช้ได้จริง

SDG 8 : งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เราส่งเสริมการสร้างอาชีพ การจ้างงาน และผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เติบโตควบคู่กับคุณค่าทางสังคม

SDG 10 : ลดความเหลื่อมล้ำ
เราเปิดพื้นที่แห่งโอกาสให้เยาวชนและผู้ที่เข้าไม่ถึงทรัพยากร ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเท่าเทียม

SDG 17 : ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
เราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีองค์กรใดสร้างได้เพียงลำพัง จึงทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ชุมชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้ที่เข้มแข็ง

เราอาจไม่ใช่กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด แต่เราจะเป็นคนกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่หยุดสร้างคน เราอาจไม่ได้เปลี่ยนโลกในชั่วข้ามคืน แต่เราจะไม่หยุดเปลี่ยนชีวิตทีละคน เพราะเราเชื่อว่า...

ทุกศักยภาพที่ได้รับโอกาส คือเมล็ดพันธุ์ของการเปลี่ยนแปลง
ทุกเยาวชนที่ลุกขึ้นยืนได้ด้วยตนเอง คือความสำเร็จของสังคมทั้งประเทศ

และทุกก้าวเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นในวันนี้ จะกลายเป็นคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า

AMETHYST สร้างคน สร้างโอกาส สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน

บทความที่ได้รับความนิยม