เปลี่ยนรายจ่ายเป็นสวัสดิการ ถอดรหัส กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล”

 

เปลี่ยน “รายจ่าย” เป็น “สวัสดิการ” ถอดรหัสท่าเสาโมเดล
เมื่อชาวบ้านลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของห่วงโซ่เศรษฐกิจ 

 

  • เมื่อ "นโยบายบนหอคอยงาช้าง" ไม่ใช่คำตอบของคนรากหญ้า

ทำไมยิ่งเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ทันสมัยจนถึงฉบับที่ 13 แต่ภาพความจริงที่เห็นกลับเป็นเกษตรกรไทยที่ "ยิ่งทำยิ่งจน"? ทรัพยากรที่เคยอุดมสมบูรณ์ถูกเปลี่ยนเป็นต้นทุนที่ควบคุมไม่ได้ จนคนกลุ่มนี้ต้องกลายเป็นเพียง "ลูกจ้างในที่ดินของตัวเอง"

กับดักที่มองไม่เห็นของการแก้จนคือการรอคอยความช่วยเหลือจากเบื้องบนเพียงอย่างเดียว “ท่าเสาโมเดล” จึงถือกำเนิดขึ้นจากความเจ็บปวดจริงในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 เมื่อที่ดินถูกยึด ลูกหลานต้องหนีไปขายแรงงานในเมืองหลวง และภาพสะท้อนที่ตอกย้ำความล้มเหลวของระบบเดิมได้ดีที่สุดคือภาพของ “เกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตอาหาร แต่กลับต้องควักเงินซื้อข้าวเช้ากิน” ความย้อนแย้งนี้เองที่จุดประกายให้ชาวบ้านตำบลท่าเสา จังหวัดกาญจนบุรี ลุกขึ้นมาสร้างระบบเศรษฐกิจที่พวกเขากำหนดอนาคตได้เอง


  • จุดหักมุมที่ 1 "ข้อมูลครัวเรือน" คืออาวุธที่ทรงพลังกว่าเงินงบประมาณ

ความผิดพลาดที่พบได้บ่อยในโครงการแก้จนคือการเริ่มที่ "การแจกเงินทุน" แต่ท่าเสาโมเดลเลือกเริ่มที่ "การวิจัย" เพื่อค้นหาความอธิปไตยทางการเงินที่หายไป การเริ่มต้นนี้ไม่ได้ใช้เงินมหาศาล แต่ใช้การ "เก็บข้อมูล" อย่างละเอียดในระดับครัวเรือนเพื่อหาว่าเงินของพวกเขารั่วไหลไปที่ไหน

จากการสำรวจข้อมูลกว่า 2,000 ครัวเรือน พบสถิติที่น่าตกใจว่ารายจ่ายมหาศาลไม่ได้ไปไหนไกล

  • อันดับ 1 ค่าน้ำมัน สูงถึง 17 ล้านบาทต่อปี

  • อันดับ 2 ค่าเล่าเรียน 15 ล้านบาทต่อปี

  • อันดับ 3 ค่าข้าวสาร 11 ล้านบาทต่อปี (ข้อมูลปี 2562)

การรู้รายจ่ายคือจุดเริ่มต้นของการสร้าง "อำนาจต่อรอง" เมื่อเรารู้ว่าเงินไหลออกไปที่ไหน เราจึงเริ่มสร้าง "เขื่อน" เพื่อกักเก็บเม็ดเงินนั้นไว้ในชุมชนแทนการปล่อยให้ไหลสู่กลุ่มทุนภายนอกทั้งหมด

"ถ้าจะแก้ไขปัญหา เราต้องรู้รากเหง้าของปัญหา การรู้รากเหง้าของปัญหา ก็คือวันนี้ต้องทำฐานข้อมูลครัวเรือนออกมาให้ชัดเจนว่า ปัญหาจริงๆ ของเขาอยู่ตรงไหน"อาจารย์พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง

สะดวกซื้อ สะดวกขาย สะดวกใจ ใช้ร้านค้าชุมชน “ท่าเสาโมเดล” 


  • จุดหักมุมที่ 2 เมื่อเราเป็น "เจ้าของตลาด" ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกก็ไม่ใช่คู่แข่ง

ในระบบเศรษฐกิจเดิม เกษตรกรคือ “Risk-takers” (ผู้แบกรับความเสี่ยง) ที่ต้องสู้กับฟ้าฝนและศัตรูพืชนานนับปี แต่กลับต้องเป็น “Price-takers” (ผู้ยอมรับราคา) เพราะพ่อค้าคนกลางคือผู้กำหนดราคาทั้งปัจจัยการผลิตและผลผลิต พ่อค้าใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการสร้างกำไรที่มากกว่าเกษตรกรทำทั้งปี

ท่าเสาโมเดลพลิกเกมนี้ด้วยการตั้ง "ร้านค้าชุมชน" และ "ธนาคารหมู่บ้าน" โดยใช้แต้มต่อที่ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกไม่มี นั่นคือ "ความเป็นเจ้าของ" เมื่อชาวบ้านเปลี่ยนจากผู้บริโภคมาเป็นหุ้นส่วน พวกเขาจึงเลือกเดินเข้าร้านตัวเองเพื่อสร้างสวัสดิการให้ตนเอง และนี่คือ "กฎเหล็ก 2 ข้อ" ที่ทำให้ร้านค้าท่าเสาเติบโตต่อเนื่องกว่า 20 ปี

  • ไม่ให้เชื่อ ตัดวงจรหนี้เสียและรักษาความคล่องตัวของเงินสดเพื่อเอาชนะระบบ "เงินเชื่อ" ของนายทุนที่มักบวกราคาสินค้าเพิ่มเป็นเท่าตัว

  • ตรวจสอบการโกง ให้สมาชิกทุกคนเป็น "หูเป็นตา" เพราะกำไรทุกบาทคือสวัสดิการของพวกเขาเอง

หากคำนวณจากคนกาญจนบุรี 8 แสนคน ที่มีรายจ่ายพื้นฐานอย่างน้อยคนละ 100 บาทต่อวัน นั่นคือเม็ดเงินกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี หากชุมชนรวมตัวกันเป็น "คู่ค้า" แทนการเป็น "คู่แข่ง" เงินหมื่นล้านนี้จะกลายเป็นพลังอำนาจที่ต่อรองได้กับทุกกลุ่มทุน


  • จุดหักมุมที่ 3 ปันผล 15% และสวัสดิการที่ "แบงก์" ให้ไม่ได้

หัวใจสำคัญของท่าเสาโมเดลคือการสร้าง "ระบบนิเวศสังคม" (Social Ecosystem) ที่ดูแลคนตั้งแต่เกิดจนตาย โดยจัดสรรผลกำไรที่เกิดขึ้นกลับคืนสู่พื้นที่อย่างเป็นธรรม

ตารางเปรียบเทียบ การฝากเงินทั่วไป vs การถือหุ้นในร้านค้าชุมชนท่าเสา

หัวข้อเปรียบเทียบ
การฝากเงินธนาคารทั่วไป
การถือหุ้นในร้านค้าชุมชนท่าเสา

ผลตอบแทน (ปันผล)

ประมาณ 0.25 - 2% ต่อปี

10% - 15% ต่อปี

สวัสดิการชุมชน

ไม่มี

กองทุนงานศพ, ทุนการศึกษา, สวัสดิการกลุ่ม

การหมุนเวียนของเงิน

ไหลออกจากพื้นที่สู่ส่วนกลาง

หมุนเวียนในชุมชน เพื่อสร้างงานและอาชีพ

การบริหารจัดการ

ธนาคารเป็นผู้กำหนด

สมาชิกตรวจสอบและกำหนดทิศทางได้

ผลกระทบจากพ่อค้าคนกลาง

สูง (ไม่สามารถแทรกแซงราคาได้)

ต่ำ (ชุมชนร่วมกันพยุงราคาและต่อรอง)

ความพิเศษอีกอย่างคือการจัดสรรกำไร 10% เข้าสู่ "กองทุนผู้นำที่มีจิตสาธารณะ" เพื่อแก้ปัญหาภาวะ "ผู้นำหมดไฟ" (Leader Burnout) ที่ในอดีตมักต้อง "ควักเนื้อ" จ่ายค่าน้ำมันหรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวเพื่อทำงานส่วนรวม ระบบนี้จึงทำให้คนดีมีที่ยืนและขับเคลื่อนชุมชนได้อย่างยั่งยืน


  เรื่องเล่าจากชุมชน “ท่าเสาโมเดล”

  • จุดหักมุมที่ 4 การดึง "ลูกหลาน" กลับบ้านด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี

จากความสำเร็จระดับตำบล วันนี้ท่าเสาโมเดลกำลังยกระดับสู่ "กาญจนบุรีโมเดล" ผ่านความร่วมมือเชิงสถาบัน (MOU) กับ 5 พันธมิตรหลัก ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล, มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี, พัฒนาชุมชนจังหวัด, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

เป้าหมายคือการนำ "นวัตกรรม" มาสร้างงานที่มั่นคงในถิ่นเกิด

  • ระบบบาร์โค้ดและแอปพลิเคชัน ยกระดับการบริหารจัดการให้เป็นมืออาชีพเทียบเท่าร้านสะดวกซื้อสากล

  • การผลิตแบบ OEM ผลิตสินค้าแบรนด์ชุมชนเอง (เช่น น้ำดื่ม, ปุ๋ย, พืชผักปลอดภัย) เพื่อลดต้นทุนโฆษณาและเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ

  • ศูนย์กระจายสินค้าระดับจังหวัด เชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลางอย่างสมบูรณ์

นี่คือวิสัยทัศน์ที่จะดึงลูกหลานที่จบการศึกษากลับมาเป็น "พนักงานและเจ้าของ" ในบ้านเกิด ไม่ต้องรอวันหยุดสงกรานต์ถึงจะได้กลับมาดูแลพ่อแม่ แต่สามารถสร้างครอบครัวที่อบอุ่นและเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจชุมชน

  • จาก "ท่าเสา" สู่ระดับประเทศ—เศรษฐกิจที่กำหนดได้ด้วยมือเราเอง

ความสำเร็จของท่าเสาโมเดล ซึ่งการันตีด้วย "รางวัลเลิศรัฐระดับดีเด่น" จาก กพร. พิสูจน์ให้เห็นว่าความยั่งยืนไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดงบประมาณ แต่ขึ้นอยู่กับ "ความโปร่งใสและการวางระบบ" ที่คนในชุมชนร่วมใจกันสร้างขึ้น

เมื่อเราเลิกเป็นเพียง "ผู้บริโภค" ที่คอยวิ่งตามโลก แต่ลุกขึ้นมาเป็น "ผู้กำหนดเศรษฐกิจ" ด้วยมือของตัวเอง เราจะพบว่าเราไม่จำเป็นต้องยากจนตลอดไป หากเรากล้าที่จะเปลี่ยน "รายจ่าย" ให้กลายเป็น "สวัสดิการ" เพื่อพวกเราทุกคน

คำถามทิ้งท้ายที่น่าคิด

  • หากชุมชนของคุณเริ่มเก็บข้อมูลครัวเรือนในวันนี้ คุณคิดว่าจะเจอความลับอะไรที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของคนในหมู่บ้าน?

  • ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิกเป็นผู้บริโภคที่คอยตามโลก แต่ลุกขึ้นมาเป็นผู้กำหนดเศรษฐกิจด้วยมือของเราเอง?

 

ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน | ตอนที่ 1
กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน | ตอนที่ 2

หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ อ.พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในหัวข้อเรื่อง กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.37 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  อ.พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน – โมเดลธุรกิจสร้างรายได้พัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน

 


"เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ" โดยคุณกัลยากร ตานันท์ (พี่แอร์) ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรยั่งยืนบ้านสบแฝก ซึ่งนำเสนอนวัตกรรมการเพาะเห็ดโคนน้อยเพื่อเป็นอาชีพเสริมและอาชีพหลัก โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ระยะเวลาการผลิตที่สั้นเพียง 7-12 วัน และการใช้ต้นทุนต่ำแต่ให้ผลตอบแทนสูง โมเดลนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงผลกำไรเชิงพาณิชย์ แต่ยังขับเคลื่อนในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในชุมชนผ่านเครือข่ายความร่วมมือจากภาควิชาการและอุตสาหกรรม


ประเด็นสำคัญระดับวิกฤต

  • นวัตกรรมความเร็ว เห็ดโคนน้อยสามารถสร้างรายได้ภายใน 7 วัน และจบวงจรการผลิตใน 12 วัน

  • การเข้าถึงง่าย เริ่มต้นได้ด้วยเงินลงทุนเพียง 550 บาท สำหรับชุดทดลองสร้างอาชีพ

  • เทคโนโลยีอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้โรงเรือนระบบปิด Smart Farm เพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ช่วยให้ผลิตได้ตลอดทั้งปี

  • ผลลัพธ์ทางสังคม มุ่งเน้นการสร้างรายได้ให้กลุ่มเปราะบาง 5 ประเภท รวมถึงผู้ว่างงานจากโควิด-19 และผู้พิการ


 ที่มาและแรงบันดาลใจ จากวิกฤตครอบครัวสู่ภูมิปัญญาชุมชน

การเริ่มต้นเพาะเห็ดโคนน้อยของคุณกัลยากรเกิดจากความจำเป็นส่วนตัวและความกตัญญูต่อบิดา

  • จุดเริ่มต้น บิดาป่วยด้วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายและเบื่ออาหาร แต่สามารถรับประทาน "เห็ดโคนต้มเกลือ" ได้ดี คุณกัลยากรจึงสนใจหาวิธีเพาะเห็ดที่รสชาติคล้ายเห็ดโคนป่าซึ่งหาทานยากและมีราคาแพง

  • การศึกษาเรียนรู้ ในปี 2562 ได้เข้าอบรมการเพาะเห็ดโคนน้อยที่อำเภอสันทราย โดยเริ่มต้นด้วยก้อนฟางเพียง 2 ก้อนเนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ในขณะนั้น

  • การต่อยอด จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ได้พัฒนาสู่การลองผิดลองถูกร่วมกับสามี (พ่อเอก) จนสามารถสร้างสูตรการผลิตเชื้อเห็ดและก้อนเห็ดเองเพื่อลดต้นทุน


 นวัตกรรมการผลิตและเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะ

ความสำเร็จของ "เห็ดโคนน้อยบ้านสวน" อยู่ที่การผสานภูมิปัญญาชาวบ้านเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่

การพัฒนาสูตรและวัสดุปลูก

  • การใช้ฟางข้าว แทนที่การใช้กากถั่วแบบโบราณซึ่งทำให้ดอกเห็ดมีสีดำ การใช้ฟางข้าวช่วยให้ได้ดอกเห็ดที่สวยและลดต้นทุนเนื่องจากในพื้นที่ตำบลแม่แฝกใหม่มีการปลูกข้าวตลอดปี

  • การผลิตเชื้อเอง พัฒนาห้องเขี่ยเชื้อและผลิตเชื้อเห็ดเองผ่านความช่วยเหลือจากโครงการ 1 ตำบล 1 มหาลัย (U2T) ทำให้ไม่ต้องพึ่งพาเชื้อจากแหล่งภายนอกที่มีคุณภาพไม่คงที่


 โรงเรือนอัจฉริยะ (Smart Greenhouse)

จากการสนับสนุนของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ได้มีการสร้างโรงเรือนต้นแบบที่ประกอบด้วย

  • ระบบควบคุมอัตโนมัติ เซนเซอร์ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้น หากอุณหภูมิเกิน 38 องศาเซลเซียส ระบบพ่นหมอกและพัดลมจะทำงานโดยอัตโนมัติ

  • การเชื่อมต่อ IoT สามารถติดตามสภาวะในโรงเรือนผ่านกล้องวงจรปิดและรับการแจ้งเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือ

  • ประสิทธิภาพ โรงเรือนอัจฉริยะช่วยให้สามารถเพาะเห็ดได้ทุกฤดูกาล แม้ในฤดูหนาวหรือฤดูฝนที่ปกติเห็ดโคนน้อยจะไม่ออกดอก


โมเดลธุรกิจและความคุ้มค่าทางการเงิน

 เห็ดโคนน้อยถูกขนานนามว่า "เห็ด 7 วันทำเงิน" เนื่องจากมีรอบการเก็บเกี่ยวที่รวดเร็วและชัดเจน

 





ศักยภาพเชิงพาณิชย์

  • ตลาดความต้องการสูง เป็นที่ต้องการของกลุ่มคนรักสุขภาพ ผู้รับประทานมังสวิรัติ และผู้ที่ชื่นชอบอาหารป่า

  • การบริหารจัดการ การมีโรงเรือนหมุนเวียน (เช่น 10 โรงเรือน) จะช่วยให้มีรายได้เข้าทุกวันตลอดทั้งเดือน สร้างรายได้หลักหมื่นบาทต่อเดือนได้จริง


วิสาหกิจชุมชนเพื่อสังคมและกลุ่มเป้าหมาย

วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรยั่งยืนบ้านศพแฝก มุ่งเน้นการสร้าง "ความสุข" และ "คุณภาพชีวิต" มากกว่าผลกำไรสูงสุด

  • ศูนย์เรียนรู้ชุมชน เปิดสอนฟรีให้กับชาวบ้านในอำเภอสันทรายทั้ง 12 ตำบล และเครือข่ายจากภาคเหนือ

  • การสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง (5 กลุ่มหลัก)

    1. ผู้ตกงานจากวิกฤตโควิด-19

    2. ผู้พิการหรือครอบครัวผู้พิการ

    3. ผู้ติดเชื้อ HIV

    4. ผู้สูงอายุ

    5. ผู้พ้นโทษที่ประพฤติดี

  • กลไกการช่วยเหลือ แจกจ่ายก้อนเห็ดให้กลุ่มเปราะบางนำไปเพาะก่อน เมื่อได้ผลผลิตจึงนำมาขายคืนให้วิสาหกิจฯ โดยหักเพียงต้นทุน ส่วนกำไรทั้งหมดตกเป็นของชาวบ้านเพื่อใช้ดำรงชีพ


การแปรรูปและการสร้างเครือข่ายในอนาคต

เพื่อให้เกิดความยั่งยืน วิสาหกิจฯ ได้วางแผนขยายผลผ่านกลยุทธ์ต่างๆ

  • การแปรรูปสินค้า พัฒนาผลิตภัณฑ์ "คุกกี้เห็ดโคนน้อย" และ "แหนมเห็ดโคนน้อย" เพื่อเพิ่มมูลค่าและยืดอายุการเก็บรักษา

  • หลักสูตรการเรียนรู้ มีทั้งหลักสูตร 1 วัน (พื้นฐานและการแปรรูป) และหลักสูตร 3 วัน (การสร้างโรงเรือนต้นทุนต่ำ 500 บาท การหมักฟาง และการดูแล)

  • เครือข่ายความร่วมมือ ทำงานร่วมกับเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคม CBMC โครงการธุรกิจปันกัน เพื่อเชื่อมโยงตลาดและองค์ความรู้ระดับประเทศ

  • เป้าหมายสูงสุด ต้องการให้สมาชิกในชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดหนี้สินครัวเรือน และสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุตรหลานผ่านรายได้ที่มั่นคงจากเห็ดโคนน้อย

"เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน... เราไม่ได้แค่ส่งเสริมให้ปลูก แต่เราพร้อมจะรับซื้อคืนและถ่ายทอดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน"กัลยากร ตานันท์

 

ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ตอน 1
เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ตอน 2

หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ พี่แอร์ กัลยากร ตานันท์ ประธานวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรยั่งยืนบ้านสบแฝก เชียงใหม่ ในหัวข้อเรื่อง เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.28 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  พี่แอร์ กัลยากร ตานันท์ เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...


เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

7 วันเปลี่ยนชีวิต ถอดบทเรียน "เห็ดโคนน้อย"

 

7 วันเปลี่ยนชีวิต ถอดบทเรียน "เห็ดโคนน้อย"
นวัตกรรมแก้จนที่เริ่มจากความกตัญญู

ในโลกของการเกษตรที่หลายคนมองว่าต้องรอคอยเป็นปีและมีความเสี่ยงสูง จะมีพืชชนิดใดที่สามารถเปลี่ยน "ฟางข้าว" ให้กลายเป็น "ทองคำสีขาว" ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์? เรื่องราวของ "พี่แอร์" แห่งบ้านสพแฝก คือข้อพิสูจน์ว่านวัตกรรมที่ผสมผสานระหว่างหัวใจที่กตัญญูและความคิดสร้างสรรค์ สามารถเปลี่ยนเห็ดดอกเล็กๆ ให้กลายเป็นเครื่องมือแก้จนที่ทรงพลังที่สุดชิ้นหนึ่งในยุคนี้


เมื่อวิกฤตกลายเป็นจุดเริ่มต้นของปาฏิหาริย์ 7 วัน

ย้อนกลับไปในปี 2562 ชีวิตของ "พี่แอร์" (กัลยากร ตานันท์) เผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อเธอต้องตัดสินใจทิ้งงานประจำเพื่อกลับบ้านมาดูแลคุณพ่อวัย 72 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย ในช่วงเวลานั้นร่างกายของคุณพ่อทรุดโทรมหนักจนแม้แต่การดื่มน้ำเปล่าก็ยังอาเจียนออกมา แต่ปาฏิหาริย์เล็กๆ กลับเกิดขึ้นเมื่อคุณพ่อสามารถทาน "เห็ดโคนต้มเกลือ" ได้เพียงอย่างเดียวและทานได้มากเป็นพิเศษ

ทว่าเห็ดโคนป่านั้นหาทานยากและออกเพียงปีละครั้ง ด้วยความกตัญญูที่อยากให้พ่อได้ทานของอร่อยในทุกวัน พี่แอร์จึงเริ่มศึกษา "เห็ดโคนน้อย" หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ "เห็ดถั่ว" หรือ "เห็ดหัวเน่า" ซึ่งมีรสชาติใกล้เคียงเห็ดโคนป่าแต่เพาะได้ตลอดปี จากก้อนเชื้อเพียงไม่กี่ก้อน ในวันนั้นที่พี่แอร์ยอมรับว่า "ไม่มีเงินซื้อ" จนต้องเริ่มจากความรู้ที่ได้รับจากอำเภอสันทราย ได้กลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม "เห็ด 7 วันทำเงิน" ที่ไม่ได้เพียงเยียวยาหัวใจคนในครอบครัว แต่ยังกลายเป็นทางรอดของชุมชนในยามที่ลมหายใจทางเศรษฐกิจเริ่มติดขัด


 พลิกกฎเกณฑ์เวลาเกษตรกรรม "7 วันทำเงิน" ไม่ใช่แค่คำโฆษณา

ความโดดเด่นของเห็ดโคนน้อยคือ "ความเร็ว" ที่ทำลายทุกกฎเกณฑ์เดิมของการเกษตร ในขณะที่ชาวบ้านในตำบลแม่แฝกใหม่เคยฝากชีวิตไว้กับ "มันอาลู" (มันฝรั่ง) หรือลำไยที่ต้องรอผลผลิตเป็นปีและถูกควบคุมโดยนายทุนที่กว้านซื้อที่ดินไปกว่า 360 ไร่ แต่เห็ดโคนน้อยกลับมอบ "อิสรภาพทางเวลา" ให้กับเกษตรกรรายย่อย

  • วงจรเงินเร็ว เริ่มเก็บผลผลิตได้ในวันที่ 7 และสิ้นสุดรอบการผลิตเพียง 12 วัน ซึ่งเป็นความเร็วที่ตอบโจทย์รายได้รายวันอย่างแม่นยำ

  • ความคุ้มค่าที่จับต้องได้ จากชุดเริ่มต้น 550 บาท (ก้อนฟาง 20 ก้อน) สามารถสร้างรายได้กลับมา 800-1,200 บาท ภายใน 12 วัน

  • ทางรอดในวิกฤต ในช่วงโควิดที่รายได้หยุดชะงัก รายได้จากการเก็บเห็ดเพียงไม่กี่วันช่วยให้พี่แอร์มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ ในขณะที่คนรอบข้างกำลังเผชิญกับหนี้สินที่พอกพูน

"คำว่าเห็ด 7 วันทำเงิน คือสิ่งที่ทำให้เราว้าวและไม่ท้อ เพราะเรารู้ว่าในเวลาเพียงอึดใจเดียว เราจะมีเงินกลับเข้ามาเลี้ยงลูกและครอบครัวได้จริง" — พี่แอร์ กัลยากร


 
โรงเรือนอัจฉริยะในร่าง "ช่างชาวบ้าน" (High-Tech meets Low-Tech)

พี่แอร์ยกระดับเห็ดพื้นบ้านสู่ Smart Farm ด้วยนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล "ยอดเยี่ยม" จากกรมอุตสาหกรรม โดยความน่าสนใจอยู่ที่ความย้อนแย้งของรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูธรรมดา ใช้ถุงขยะสีดำและวัสดุพื้นบ้านราคาประมาณ 55,000 บาท แต่ภายในกลับควบคุมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

  • เทคโนโลยีที่กินได้ มีระบบเซนเซอร์พ่นหมอกและพัดลมระบายอากาศอัตโนมัติที่จะทำงานทันทีเมื่ออุณหภูมิเกิน 38 องศาเซลเซียส เพื่อควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะสมที่สุดสำหรับการออกดอก

  • ควบคุมผ่านสมาร์ทโฟน พี่แอร์สามารถติดตามความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวงจรปิดและสั่งการระบบได้จากมือถือ

  • พลังแห่งความร่วมมือ โรงเรือนนี้เกิดจากการรวมพลังของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1 เชียงใหม่, มทร.ล้านนา (โดยเฉพาะทีมวิศวะไฟฟ้าที่มาช่วยวางระบบให้ 3 วัน) และการใช้หัวแก๊ส 10 KB เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการนึ่งก้อนเชื้อ


โมเดลธุรกิจที่ "หัวใจ" มาก่อน "กำไร" (Social Enterprise)

วิสาหกิจชุมชนเกษตรกรยั่งยืนบ้านสพแฝก ดำเนินงานภายใต้แนวคิด Social Enterprise (SE) ที่มุ่งเน้นการเยียวยากลุ่มเปราะบาง 5 ประเภท ได้แก่ ผู้ตกงานจากโควิด, ผู้พิการ, ผู้ติดเชื้อ HIV, ผู้สูงอายุ และผู้ที่พ้นโทษจากทัณฑสถาน

กลไกการสร้างศักดิ์ศรี พี่แอร์ใช้วิธี "แจกก้อนเห็ดให้ไปเพาะก่อน" เพื่อลดอุปสรรคเรื่องเงินทุนสำหรับผู้ยากไร้ เมื่อเก็บผลผลิตได้แล้วจึงค่อยนำมาหักต้นทุนคืน พี่แอร์วิเคราะห์ว่า "ความเร็ว 7 วัน" คือหัวใจสำคัญ เพราะกลุ่มเปราะบางเหล่านี้ไม่สามารถรอคอยรายได้เป็นเดือนหรือเป็นปีได้ พวกเขาต้องการ "เงินวันนี้" เพื่อประทังชีวิตวันพรุ่งนี้...


บทเรียนจากความล้มเหลว "อย่าซื้อแค่ก้อน แต่ต้องสร้างเชื้อเอง"

พี่แอร์เคยเกือบถอดใจเมื่อครั้งขาดทุนจากการซื้อก้อนเห็ดจากนายทุน (1,000 ก้อน ราคา 8,000 บาท) ซึ่งได้ผลผลิตไม่มีคุณภาพ ดอกเล็ก ขาลีบ จนขายไม่ได้ บทเรียนนี้สอนให้เธอรู้ว่า " YouTube คืออาจารย์ที่ดีที่สุด" และความยั่งยืนที่แท้จริงคือการพึ่งพาตนเอง

  • ฟางข้าว vs กากถั่ว พี่แอร์ค้นพบว่าการใช้ "ฟางข้าว" ในท้องถิ่นมาทำก้อนเชื้อเอง ให้ผลผลิตที่สวยและดอกใหญ่กว่าก้อนเชื้อจากกากถั่วของนายทุนอย่างเห็นได้ชัด

  • ลดต้นทุนครึ่งต่อครึ่ง จากเดิมที่ต้องซื้อก้อนละ 8 บาท เมื่อผลิตเชื้อและก้อนเองทำให้ต้นทุนลดลงกว่า 50% และยังสามารถควบคุมคุณภาพให้ตรงตามความต้องการของตลาดได้


พลังของการแบ่งปันและความรู้ที่ "เรียนฟรี"

ปัจจุบันพี่แอร์ได้รับการยอมรับในฐานะ "ปราชญ์เห็ดโคนน้อย" ที่เปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ทุกคน ตั้งแต่เด็กนักเรียนไปจนถึงผู้สูงอายุ โดยมี "มัคคุเทศก์น้อย" ลูกชายชั้น ป.4 คอยช่วยอธิบายความรู้ให้แก่ผู้มาเยือน

  • หลักสูตร 1 วันเปลี่ยนอาชีพ สอนตั้งแต่การปั้นก้อน การเขี่ยเชื้อ ไปจนถึงการแปรรูปเป็น "คุกกี้เห็ดโคนน้อย" เพื่อเพิ่มมูลค่า

  • เครือข่ายจักรยานสร้างรายได้ ในชุมชนมี "คนปั่นจักรยานขายเห็ด" ที่มารับเห็ดสด (กิโลกรัมละ 120-150 บาท) ไปวิ่งขายตามหมู่บ้าน สร้างรายได้เสริมวันละ 300-500 บาท ช่วยให้คนตกงานมีอาชีพโดยไม่ต้องลงทุนสูง


เห็ดดอกเล็กๆ กับการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่

จากความกตัญญูที่ต้องการเพียงให้พ่อได้อิ่มท้องในวาระสุดท้าย สู่โมเดลธุรกิจที่ช่วยคนนับร้อยให้มีศักดิ์ศรีและมีกิน เห็ดโคนน้อยพิสูจน์แล้วว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องดูหรูหรา แต่อยู่ที่การตอบโจทย์ความเดือดร้อนของคนจริงๆ ปัจจุบันพี่แอร์ยังก้าวต่อไปสู่การแปรรูปเป็น "แหนมเห็ด" และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ร่วมกับภาคีเครือข่ายอย่าง โครงการธุรกิจปันกัน CBMC และ มทร.ล้านนา เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ไกลกว่าเดิม...

"หากคุณมีเวลาเพียง 7 วันในการสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิต คุณจะเลือกเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รอบตัวเหมือนพี่แอร์หรือไม่?" เพราะในฟางข้าวหนึ่งกำมือ อาจมีทางรอดที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่... อยู่ที่ว่าคุณจะเปิดใจเรียนรู้มันหรือไม่เท่านั้นเองนะครับ...

 ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ตอน 1
เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ ตอน 2


หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ พี่แอร์ กัลยากร ตานันท์ ประธานวิสาหกิจชุมชน เกษตรกรยั่งยืนบ้านสบแฝก เชียงใหม่ ในหัวข้อเรื่อง เห็ดโคนน้อย 7 วันทำเงิน สร้างงาน สร้างอาชีพ จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.28 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  พี่แอร์ กัลยากร ตานันท์ เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม