บูนาดารา เมื่อ "คุณค่า" มีค่ามากกว่า "มูลค่า"

 


 บูนาดารา เมื่อการ "กอดป่า"
ไม่ได้เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน

"บางครั้ง...สิ่งที่มนุษย์กำลังขาด ไม่ใช่เงิน..." แต่คือ...พื้นที่ที่ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีคุณค่า..ผมอยากชวนทุกคนลองหลับตาสักครู่...แล้วนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่ง...ไม่มีห้างสรรพสินค้า...ไม่มีตึกระฟ้า...ไม่มีแสงไฟระยิบระยับ...มีเพียงเสียงลม...เสียงคลื่น...เสียงนก...และป่าชายเลนที่กำลังหายใจ...ถ้าสถานที่แบบนี้ทำให้คุณรู้สึกสงบ...

ผมอยากบอกว่า...ที่นั่นอาจไม่ได้กำลังรักษา "ธรรมชาติ" แต่มันกำลังรักษา "เรา" วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี...ชื่อว่า...

"บูนาดารา"

 


และนี่ไม่ใช่เรื่องของการท่องเที่ยว...แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนคำว่า "มูลค่า" ให้กลายเป็น "คุณค่า" ทุกสรรพสิ่ง...ล้วนมีแง่งาม เราเคยเชื่อว่า... ชุมชนจะพัฒนาได้ ต้องมีงบประมาณ ต้องมีนักลงทุน ต้องมีโครงการใหญ่ ต้องสร้างของใหม่ แต่บูนาดารา... สอนผมอีกแบบหนึ่ง เขาไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า "เราจะสร้างอะไร" แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่า "เรามีอะไรอยู่แล้ว...ที่ยังไม่มีใครเห็น?" เพียงคำถามเดียว...ก็เปลี่ยนทั้งชุมชน


หมู่บ้านร้าง...ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่ง...ชื่อ "บังมะเยะ" เขาไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เขาเลือกจะรักพื้นที่แห่งนี้เหมือนบ้านของตัวเอง สิ่งแรกที่เขาทำ... ไม่ใช่สร้างอาคาร ไม่ใช่สร้างแลนด์มาร์ก แต่สร้าง... "ความหมาย" 

คำว่า บูนา คือชื่อหมู่บ้านเดิม...ที่วันนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว มันคือหมู่บ้านที่ตายไปจากแผนที่ แต่เขาเลือกชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่ ส่วนคำว่า ดารา มาจากคำในภาษามลายู แปลว่า..."ต้นพุทรา" เมื่อสองคำมารวมกัน จึงเกิดเป็น Buna Dara ชื่อที่ฟังดูเป็นสากล มีกลิ่นอายอาเซียน จำง่าย เล่าเรื่องได้และทำให้ผู้คนอยากรู้จัก ลองคิดดูนะครับ...คนส่วนใหญ่สร้างแบรนด์จากสิ่งใหม่ แต่ที่นี่...สร้างแบรนด์จาก "ความทรงจำ"

 

คนรวยที่สุด...ไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด แต่คือคนที่มองเห็น "ทุน" ที่คนอื่นมองไม่เห็น อ่าวเก่า...ที่เคยเผาเปลือกหอยทำปูน กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ป่าชายเลน...กลายเป็นมหาวิทยาลัยกลางแจ้ง เรือกอและ...กลายเป็นผลงานศิลปะ มันญี่ปุ่น...กลายเป็นสินค้าส่งร้านสะดวกซื้อระดับประเทศ ชันโรง...กลายเป็นธุรกิจที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่มีอะไรถูกสร้างขึ้นจากศูนย์ ทุกอย่าง... เกิดจากการมองเห็น "คุณค่า" ในสิ่งเดิม แล้วเติม "ความคิด" ลงไป


ประโยคหนึ่ง...ที่ผมไม่มีวันลืม บังมะเยะพูดว่า

"อย่าทำเพื่อสังคมอย่างเดียว ทำแล้วต้องทำเพื่อตัวเองด้วย
แต่เมื่อเราทำเพื่อตัวเอง ก็ต้องทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน"

ฟังดูธรรมดา...แต่เปลี่ยนวิธีคิดทั้งชีวิต เพราะการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่การเสียสละจนตัวเองล้มแต่คือการสร้างระบบที่ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน


ความโปร่งใส...คือรั้วที่แข็งแรงที่สุด หลายคนคิดว่า รั้วสร้างจากปูน แต่บูนาดารา... สร้างรั้วจาก "ความไว้ใจ" รายได้ทุกบาท ตรวจสอบได้ ชุมชนแบ่งรายได้ 10% คืนกลับไปช่วย เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ และมัสยิดทันทีที่ชาวบ้านเห็นว่า ผลประโยชน์ไม่ได้เข้ากระเป๋าใคร แต่กลับมาหาลูกหลานของตัวเอง ความระแวงก็หายไป คนทั้งหมู่บ้าน จึงกลายเป็นเจ้าของร่วม ไม่มีใครเป็นผู้ชมอีกต่อไป ทุกคนคือผู้สร้าง



การท่องเที่ยว...ที่ไม่ได้พาคนมา " ใช้ " แต่พาคนมาช่วย นักศึกษากลุ่มหนึ่งจากกรุงเทพฯ ไม่ได้มาเพื่อเล่นน้ำ ไม่ได้มาถ่ายรูป แต่เช่าเรือ... เพื่อออกไปเก็บขยะ ลองคิดดูครับ วันที่คนยอมจ่ายเงิน เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม วันนั้น... ขยะ ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น "โอกาสในการสร้างคน" และที่น่าทึ่งยิ่งกว่า คนที่มาปลูกต้นไม้ ยังสามารถกลับมาเยี่ยม ต้นไม้ของตัวเองในปีถัดไป การปลูกป่า จึงไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียว แต่มันสร้าง "ความผูกพัน" ระหว่างคนกับธรรมชาติ



ปริญญา... ไม่ได้มีแค่ในมหาวิทยาลัย ที่บูนาดารา ชาวบ้านที่เรียนจบประถม สามารถยืนบรรยาย ให้คนจบปริญญาโท ปริญญาเอก นั่งฟังได้เพราะพวกเขามี "ปริญญาชีวิต" ช่างเพ้นท์เรือ ที่ไม่เคยเรียนศิลปะ สร้างงานที่ไม่มีใครลอกได้ ชาวประมง อธิบายระบบนิเวศ ได้ดีกว่าหนังสือหลายเล่ม ภูมิปัญญา จึงไม่ใช่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่คือการลงมือใช้ชีวิต และวันนี้ ภูมิปัญญาเหล่านั้น สร้างรายได้ สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความภาคภูมิใจ กลับคืนสู่เจ้าของความรู้


ศาสนา... ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือเข็มทิศ ที่นี่... ธุรกิจหยุดได้ เพื่อให้ผู้คนไปละหมาดวันศุกร์ นักท่องเที่ยวแต่งกายให้เกียรติชุมชน ทุกคนเรียนรู้ ที่จะเคารพความแตกต่าง แทนที่จะพยายามเปลี่ยนกัน เพราะการพัฒนา ไม่จำเป็นต้องทำลายอัตลักษณ์ ตรงกันข้าม อัตลักษณ์ ต่างหาก ที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาหา



สุดท้าย...ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนไปเที่ยวบูนาดาราเท่านั้น แต่ผมอยากให้ทุกคน กลับไปมอง "บ้านของตัวเอง" ลองถามตัวเองว่า ชุมชนของเรา มีอะไร ที่เรามองข้าม มีเรื่องราวอะไร ที่ยังไม่มีใครเล่า มีภูมิปัญญาอะไร ที่ยังไม่มีใครเห็น เพราะบางที... ขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ได้อยู่ใต้ดิน แต่อยู่ใต้ความเคยชินของเราเอง บูนาดาราไม่ได้สอนให้เราปลูกป่า แต่สอนให้เราปลูก "ความหวัง" ไม่ได้สอนให้สร้างธุรกิจ แต่สอนให้สร้าง "ผู้คน" ไม่ได้สอนให้ไล่ล่ามูลค่า แต่สอนให้ค้นหา คุณค่า และเมื่อคุณค่าเกิดขึ้นมูลค่า...จะเดินตามมาเอง


ผมเชื่อว่า...ทุกชุมชนในประเทศไทย ล้วนมี "บูนาดารา" ซ่อนอยู่ คำถามจึงไม่ใช่ว่า...
เรามีต้นทุนหรือไม่ แต่คือ... เรากล้ามองเห็นคุณค่าของต้นทุนนั้นแล้วหรือยังนั่นเองครับ...


ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย | ตอนที่ 1

ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย | ตอนที่ 2

หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ คุณ มะเยะ แดเมาะ ประธานชุมชนท่องเที่ยวบูนาดารา  ในหัวข้อเรื่อง ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.40 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  คุณ มะเยะ แดเมา เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...


เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

พลิกวิธีคิด เปลี่ยนวิถีชีวิต 7 เคล็ดลับการจัดการจากหลักการทรงงานที่คาดไม่ถึง

 

พลิกวิธีคิด ชีวิตเปลี่ยน 7 เคล็ดลับการจัดการจากหลักการทรงงานที่คาดไม่ถึง

"ถ้าวันนี้...ผมถามทุกท่านว่า...ทำไมบางคนทำงานหนักกว่าเรา แต่กลับมีความสุขกว่าเรา? ทำไมบางองค์กรมีงบประมาณมหาศาล แต่กลับแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย? และทำไม...ชายคนหนึ่ง ผู้ทรงงานโดยไม่มีคำว่า 'เป็นไปไม่ได้' จึงสามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนนับล้านได้ ด้วยหลักคิดที่เรียบง่ายที่สุด"

หลายคนคิดว่า...โลกเปลี่ยนเร็ว เพราะ AI เศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว เพราะเทคโนโลยี แต่ผมกลับเชื่อว่า...สิ่งที่เปลี่ยนเร็วที่สุด ไม่ใช่โลก...แต่คือ ความคิดของมนุษย์ เพราะชีวิตของเรา... จะไม่มีวันเปลี่ยน ตราบใดที่เรายังใช้ วิธีคิดแบบเดิม

วันนี้...ผมไม่ได้จะมาพูดเรื่องการบริหารธุรกิจ ไม่ได้จะมาสอนการลงทุน แต่ผมจะชวนทุกคนกลับไปเรียนรู้ "หลักการทรงงาน" ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ซึ่งผมเชื่อว่า...นี่คือ "ตำราการบริหารจัดการชีวิต" ที่ล้ำสมัยที่สุดเล่มหนึ่งของโลก และผมอยากชวนทุกคนมาค้นพบ...

7 หลักคิด ที่อาจเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล

หลักที่ 1 ระเบิดจากข้างใน

คนส่วนใหญ่...ใช้เวลาทั้งชีวิต...วิ่งไล่ตามความฝันของคนอื่น เรียน...เพราะคนอื่นบอกว่าดี ทำงาน...เพราะสังคมบอกว่ามั่นคง ซื้อของ...เพราะคนอื่นมี สุดท้าย... เรามีทุกอย่าง...ยกเว้น "ความสุข" พระองค์ทรงสอนว่า... การพัฒนาที่แท้จริง... ต้องเริ่มจาก "ข้างใน" ไม่ใช่เริ่มจากสิ่งของ แต่เริ่มจากหัวใจ ไม่ใช่เริ่มจากเงิน แต่เริ่มจากปัญญา ผมอยากถามทุกคนว่า... ถ้าวันนี้... ไม่มีใครเห็นคุณ ไม่มีใครกดไลก์ ไม่มีใครปรบมือ คุณยังอยากทำสิ่งนั้นอยู่ไหม? ถ้าคำตอบคือ "ใช่"

นั่นแหละ... คือพลังที่แท้จริง เพราะความสำเร็จที่ยั่งยืน ไม่เคยเกิดจากเสียงเชียร์ แต่มาจากไฟที่ลุกอยู่ในใจของเราเอง


หลักที่ 2 แก้ปัญหาที่จุดเล็ก

เวลาเกิดปัญหา... มนุษย์ชอบหา "คนผิด" แต่คนสำเร็จ... หา "ต้นเหตุ" ผมเคยเห็นคนปลูกผัก ผักตายหมดแปลง เขาโทษเมล็ดพันธุ์ โทษดิน โทษปุ๋ย โทษอากาศ แต่สุดท้าย... เขาลืมรดน้ำ ชีวิตของเราก็เหมือนกัน บางครั้ง... สิ่งที่ทำให้ชีวิตพัง ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่คือเรื่องเล็ก... ที่เรามองข้ามทุกวัน เพราะฉะนั้น... ก่อนจะโทษโลก ลองถามตัวเองก่อนว่า... "เรากำลังมองข้ามอะไรอยู่หรือเปล่า"


หลักที่ 3 ทำตามลำดับขั้น

โลกยุคนี้... ทุกคนอยากรวยเร็ว อยากดังเร็ว อยากสำเร็จเร็ว แต่ธรรมชาติ... ไม่เคยเร่งรีบ ต้นไม้... ไม่มีต้นไหนโตในคืนเดียว เด็ก... ไม่มีคนไหนเดินได้ตั้งแต่วันแรก พระองค์ทรงสอนว่า ทุกอย่าง... ต้องค่อยเป็นค่อยไป ผมชอบเปรียบเทียบว่า... ชีวิตเหมือนการปอกมะม่วง ถ้าใจร้อน... กัดทั้งลูก สุดท้าย... ไม่ได้ลิ้มรสความหวาน แต่กลับเจอยางมะม่วงที่กัดปาก ความสำเร็จก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราข้ามขั้น เราจะต้องกลับมาเสียเวลา เรียนบทเรียนเดิมอีกครั้ง


หลักที่ 4 ไม่ติดตำรา


ความรู้... สำคัญ แต่การใช้ความรู้... สำคัญกว่า ทุกวันนี้ เรามีข้อมูลมากกว่าคนทั้งโลกเมื่อร้อยปีก่อน แต่ทำไม... เรายังแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะเราเชื่อข้อมูล มากกว่าความจริงตรงหน้า บางคนเห็นคลิปในอินเทอร์เน็ต ก็ทำตามทันที โดยไม่ดูว่า... พื้นที่ของตัวเอง เหมาะหรือไม่ นี่คือเหตุผลที่พระองค์ทรงเน้นเรื่อง "ภูมิสังคม" ไม่มีสูตรสำเร็จเดียว สำหรับทุกคน เพราะชีวิต... ไม่ใช่การ Copy & Paste แต่คือการเข้าใจบริบท แล้วออกแบบคำตอบ ที่เหมาะกับตัวเรา


หลักที่ 5 ขาดทุนคือกำไร

นี่อาจเป็นหลักคิดที่ย้อนแย้งที่สุด ในโลกที่ทุกคน... แข่งขันกันสะสมกำไร แต่พระองค์กลับสอนว่า... "ขาดทุน คือ กำไร" ฟังดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล แต่ลองคิดดู คนที่ให้ความรู้ ไม่ได้เสียความรู้ คนที่ให้กำลังใจ ไม่ได้เสียกำลังใจ คนที่แบ่งปันโอกาส กลับได้รับโอกาสมากขึ้น กำไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขในบัญชี แต่คือ ความไว้วางใจ ความสัมพันธ์ และคุณค่าที่ผู้คนจดจำ โลกธุรกิจเรียกสิ่งนี้ว่า Social Capital
แต่ผมเรียกมันว่า... "กำไรของหัวใจ"


หลักที่ 6 ใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ


ทุกปัญหา... มีคำตอบซ่อนอยู่ในตัวมันเอง น้ำเสีย ใช้ธรรมชาติบำบัด ขยะ เปลี่ยนเป็นพลังงาน ความผิดพลาด เปลี่ยนเป็นบทเรียน อุปสรรค เปลี่ยนเป็นโอกาส นี่คือศิลปะของผู้นำ ที่ไม่มองเห็นเพียงปัญหา แต่เห็น "ศักยภาพ" ซ่อนอยู่ในทุกวิกฤต เพราะบางครั้ง สิ่งที่เราพยายามกำจัด อาจเป็นสิ่งเดียวกัน ที่ช่วยให้เรารอดก็เป็นได้...


หลักที่ 7 ปลูกป่าในใจคน


ผมเชื่อว่า... ไม่มีโครงการไหนสำเร็จ ถ้าคนไม่เชื่อ ไม่มีองค์กรไหนเติบโต ถ้าคนหมดศรัทธา ไม่มีประเทศไหนพัฒนา ถ้าประชาชนไม่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลง พระองค์ไม่ได้เริ่มจากต้นไม้ แต่เริ่มจาก "หัวใจของคน" เพราะเมื่อหัวใจเปลี่ยน พฤติกรรมจะเปลี่ยน เมื่อพฤติกรรมเปลี่ยน สังคมจะเปลี่ยน และเมื่อสังคมเปลี่ยน ประเทศก็จะเปลี่ยน ดังนั้น... อย่ารอให้ใครมาปลูกป่าให้เรา จงเริ่มปลูก "ป่าแห่งความหวัง" ในหัวใจของตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ 


ผมอยากฝากไว้เพียงประโยคเดียว ชีวิตของคนเรา... ไม่ได้เปลี่ยน เพราะโชคดี ไม่ได้เปลี่ยน เพราะเงินมาก และไม่ได้เปลี่ยน เพราะเทคโนโลยี แต่เปลี่ยน... เพราะเรา "กล้าเปลี่ยนวิธีคิด"

23 หลักการทรงงาน ไม่ใช่เรื่องของอดีต แต่คือแผนที่ของอนาคต ไม่ใช่สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น แต่สำหรับนักเรียน คนทำงาน ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน และทุกคนที่อยากสร้างชีวิตที่มีคุณค่า ผมเชื่อว่า...

การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ไม่ใช่การเปลี่ยนโลก แต่คือการเปลี่ยนตัวเอง เพราะเมื่อคนหนึ่งคนเปลี่ยน ครอบครัวจะเปลี่ยน เมื่อครอบครัวเปลี่ยน ชุมชนจะเปลี่ยน เมื่อชุมชนเปลี่ยน ประเทศก็จะเปลี่ยน
และทั้งหมดนั้น... เริ่มต้นจากการ "ระเบิดจากข้างใน"

วันนี้... คุณพร้อมหรือยัง ที่จะเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อเปลี่ยนชีวิต
และร่วมกันเปลี่ยนอนาคตของประเทศไทย

 

ขอขอบพระคุณคนต้นเรื่อง  

  • อาจารย์ อดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 และ ประธานศูนย์การเรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • อาจารย์ อำนวย สังวาลย์เล็ก วิทยากรประจำศูนย์การเรียนรู้ สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนอนาคต

 


ถ้าผมให้คุณ "ต้นมะม่วง" หนึ่งต้น...คุณจะเห็นอะไร?
บทเรียนแห่งการ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ที่เปลี่ยนชีวิตคนธรรมดาให้สร้างอนาคตได้

เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เพราะการเปลี่ยนชีวิต...ไม่ได้เริ่มจากการมีมากกว่า แต่เริ่มจากการมองเห็นมากกว่า


"ถ้าวันนี้...ผมยื่นต้นมะม่วงให้คุณหนึ่งต้น" คุณคิดว่าคุณจะได้อะไร? (คุณอดุลย์กล่าว) คนส่วนใหญ่ตอบเหมือนกันแทบทุกครั้ง... "ก็ได้ลูกมะม่วงสิ" คำตอบนี้...ไม่ผิด แต่ยังไม่ครบ เพราะชีวิตของคนเรา หลายครั้งไม่ได้ติดอยู่ที่ "คำตอบผิด" แต่ติดอยู่ที่ "มองเห็นน้อยเกินไป"

คุณอดุลย์เชื่อว่า วันนี้ประเทศไทยไม่ได้ขาดทรัพยากร เราไม่ได้ขาดที่ดิน เราไม่ได้ขาดคนเก่ง เราไม่ได้ขาดองค์ความรู้ แต่สิ่งที่เราขาด คือ "วิธีมอง" เรามองเห็นต้นไม้...แต่ไม่เห็นป่า เรามองเห็นผลผลิต...แต่ไม่เห็นคุณค่า เรามองเห็นปัญหา...แต่ไม่เห็นโอกาส และเมื่อมองไม่เห็น... เราก็ไม่สามารถสร้างอนาคตได้

ศาสตร์พระราชาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ไม่ได้เป็นเพียงแนวทางสำหรับเกษตรกร แต่เป็นหลักคิดในการดำเนินชีวิตที่เริ่มจากสามคำง่าย ๆ คือ เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา ซึ่งเป็นแก่นของบทสนทนาต้นฉบับที่ยกตัวอย่างผ่าน "ต้นมะม่วง" เพื่ออธิบายการเรียนรู้และการต่อยอดทรัพยากรอย่างเป็นลำดับ

เข้าใจ...คือการมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

ถ้าปลูกมะม่วง...แล้วรู้ว่าจะได้ลูกมะม่วง นั่นคือ "เข้าใจ" แต่ชีวิตของคนเราจะหยุดอยู่แค่ตรงนั้นไม่ได้ เพราะคนที่เห็นเพียงผลไม้ ย่อมได้เพียงผลไม้ คนที่เห็นเพียงอาชีพ ย่อมได้เพียงอาชีพ แต่คนที่มองเห็น "คุณค่า" เขาจะสร้างทั้งชีวิต หลายคนบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ของแพง รายได้ลด การแข่งขันสูง ทุกอย่างเป็นความจริง แต่คำถามสำคัญกว่านั้นคือ... "เราเข้าใจปัญหาจริงหรือยัง?" เพราะปัญหาที่แท้จริง ไม่ใช่ราคามะม่วงตก แต่คือเรามีทางเลือกเพียงทางเดียว เมื่อรายได้มีทางเดียว ความเสี่ยงก็มีทั้งชีวิต

เข้าถึง...คือการค้นพบคุณค่าที่ซ่อนอยู่

ลองกลับไปที่ต้นมะม่วงต้นเดิม ต้นเดียวกัน แต่คราวนี้... อย่ามองแค่ลูกมะม่วง มองร่มเงา มองใบไม้ มองกิ่งไม้ มองรังมดแดง มองผึ้ง มองดิน มองปุ๋ย มองเมล็ดพันธุ์ มองการขยายพันธุ์ ทันใดนั้น...

ต้นมะม่วงต้นเดิม กลับไม่ใช่ต้นไม้ต้นเดิมอีกต่อไป เพราะเมื่อมุมมองเปลี่ยน คุณค่าก็เปลี่ยน นี่คือความหมายของ "เข้าถึง" ซึ่งต้นฉบับอธิบายผ่านการมองเห็นประโยชน์ของต้นมะม่วงทั้งร่มเงา ปุ๋ย กิ่งพันธุ์ ไข่มดแดง น้ำผึ้ง และทรัพยากรอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ ไม่ใช่เพียงผลผลิตหลัก โลกทุกวันนี้ไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่มีทรัพยากรมากที่สุด

แต่ให้รางวัลกับคนที่มองเห็นโอกาสได้มากที่สุด คนบางคนเห็นดิน อีกคนเห็นธุรกิจ คนบางคนเห็นวัชพืช อีกคนเห็นสมุนไพร คนบางคนเห็นปัญหา อีกคนเห็นตลาด ทั้งหมดใช้โลกใบเดียวกัน แต่ใช้ "สายตา" คนละแบบ

พัฒนา...คือการเปลี่ยนคุณค่าให้กลายเป็นอนาคต

สมมุติว่าพายุพัดผ่าน ลูกมะม่วงร่วงเต็มพื้น หลายคนบอกว่า... "เสียดาย" แต่บางคนถามว่า... "เราจะสร้างอะไรจากสิ่งนี้ได้?" มะม่วงกวน มะม่วงดอง มะม่วงแช่อิ่ม แยม ไอศกรีม ขนม หรือแม้แต่แบรนด์ของชุมชน ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ต้นมะม่วง

แต่อยู่ที่ "ความคิด" เพราะการพัฒนา ไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งใหญ่โตเสมอไป แต่หมายถึงการทำให้สิ่งเดิม...มีคุณค่ามากขึ้น นี่คือหัวใจของการพัฒนาที่บทสนทนาต้นฉบับยกตัวอย่างจากการแปรรูปผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่า ยืดอายุ และสร้างรายได้จากสิ่งที่มีอยู่ในพื้นที่ของตนเอง

ประเทศไทยจะเปลี่ยน...เมื่อคนไทยเปลี่ยนวิธีคิด เรามักถามว่า รัฐบาลจะช่วยอะไร หน่วยงานจะทำอะไร ใครจะมาลงทุน ใครจะมาแก้ปัญหา แต่บางครั้ง... คำถามที่สำคัญกว่าคือ

"วันนี้...เรามองเห็นศักยภาพของตัวเองแล้วหรือยัง"


เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากเงินก้อนใหญ่ แต่เริ่มจากความเข้าใจ ไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยีราคาแพง แต่เริ่มจากการเข้าถึงองค์ความรู้ และไม่ได้เริ่มจากการรอใคร แต่เริ่มจากการลงมือทำ ทีละก้าว ทีละวัน

ความสุข...คือจุดเริ่มต้นของความยั่งยืน คนจำนวนไม่น้อย เริ่มต้นทำทุกอย่างเพื่อขาย เมื่อขายไม่ได้ ก็หมดกำลังใจ แต่ถ้าเราเริ่มจากการทำให้ครอบครัวมีกิน มีใช้ก่อน แล้วค่อยต่อยอดสู่การแบ่งปันและสร้างรายได้ โอกาสของความยั่งยืนก็จะเพิ่มขึ้น นี่เป็นแนวคิดที่ต้นฉบับเชื่อมโยงกับหลักพึ่งตนเองและการค่อย ๆ ขยายสู่การพึ่งพากันในชุมชน

ความสุขไม่ใช่ปลายทาง ความสุขคือเชื้อเพลิง คนที่มีความสุขกับการเรียนรู้ จะพัฒนาได้ตลอดชีวิต คนที่มีความสุขกับการแบ่งปัน จะไม่มีวันจน และคนที่มีความสุขกับการสร้างคุณค่า จะไม่มีวันหมดไฟ

วันนี้...คุณมีต้นมะม่วงอะไรอยู่ในชีวิต?


บางคนมีสวน บางคนมีความรู้ บางคนมีฝีมือ บางคนมีประสบการณ์ บางคนมีเครือข่าย บางคนมีเวลา อย่าดูถูกสิ่งที่คุณมี เพราะสิ่งเล็ก ๆ ที่คุณมองข้าม อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทั้งชีวิต จำไว้...

"การเข้าใจ ทำให้เราเริ่มต้น" 

"การเข้าถึง ทำให้เราเห็นโอกาส" 

"การพัฒนา ทำให้โอกาสนั้นกลายเป็นอนาคต"

และวันที่คนไทยจำนวนมากเริ่มมองเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมี มากกว่าสิ่งที่ตัวเองขาด วันนั้นการพัฒนาจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในแปลงเกษตร แต่จะเกิดขึ้นในทุกครอบครัว ทุกชุมชน และทั้งประเทศ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด...

ไม่เคยเริ่มจากโลกภายนอก แต่มันเริ่มจาก "วิธีคิด" ของคนคนหนึ่ง และบางที... คนคนนั้น อาจเป็น "คุณ" วันนี้เองครับ...


ขอขอบพระคุณคนต้นเรื่อง  

  • อาจารย์ อดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 และ ประธานศูนย์การเรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • อาจารย์ อำนวย สังวาลย์เล็ก วิทยากรประจำศูนย์การเรียนรู้ สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

เข้าใจพื้นที่ ออกแบบอย่างพอเพียง สร้างรายได้ทุกวัน พัฒนาสู่ความยั่งยืน

 


ความจนไม่ได้เกิดจากการมีที่ดินน้อย
แต่เกิดจากการไม่รู้จักใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด


หลายคนเชื่อว่า หากอยากทำเกษตรให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีที่ดินหลายสิบไร่ ต้องมีเงินลงทุนหลักแสน ต้องมีเครื่องจักรครบครัน แต่ความจริงแล้ว...ความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่จำนวนไร่ หากวัดกันที่ "วิธีคิด"

ศาสตร์พระราชาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ ไม่เคยบอกให้ทุกคนทำเหมือนกัน แต่ทรงสอนให้ "เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจตนเอง และเข้าใจพื้นที่" แล้วออกแบบชีวิตให้เหมาะกับสิ่งที่เรามี

นั่นคือหัวใจของ การออกแบบพื้นที่เชิงภูมิสังคม พื้นที่เล็ก...ก็สร้างอนาคตที่ยิ่งใหญ่ได้หลายคนบ่นว่า
"ผมไม่มีที่ดิน" "อยู่บ้านจัดสรร" "มีแต่ปูน จะปลูกอะไรได้" แท้จริงแล้ว คำถามไม่ใช่ "มีพื้นที่เท่าไร" แต่คือ "ใช้พื้นที่ที่มีอย่างไร"

ระเบียงหน้าบ้านสามารถกลายเป็นสวนผัก กำแพงบ้านสามารถเป็นแปลงผักแนวตั้งดาดฟ้าสามารถเป็นสวนสมุนไพรวงบ่อซีเมนต์สามารถเลี้ยงปลามุมเล็ก ๆ หลังบ้านสามารถเลี้ยงไก่ไข่ทุกตารางเมตรสามารถสร้างอาหาร สร้างรายได้ และสร้างความสุขได้ หากเราออกแบบอย่างเข้าใจเพราะการออกแบบที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการซื้อของใหม่ แต่เริ่มจากการมองเห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่แล้ว ตะกร้าเก่า กะละมังแตก ถังสีใช้แล้ว หรือวัสดุเหลือใช้ ล้วนสามารถกลับมามีชีวิตใหม่ เป็นภาชนะปลูกผักที่สร้างคุณค่าได้มากกว่าที่คิดนี่คือ "เศรษฐกิจพอเพียง" ที่เริ่มต้นจากความคิด ไม่ใช่เงินทุนนั่นเองครับ...

อย่าปลูกเพราะอยากปลูก...จงปลูกเพราะชีวิตต้องกิน


คนจำนวนมากเลือกปลูกพืชตามกระแส แต่คนที่ประสบความสำเร็จ เลือกปลูกจาก "ความจำเป็น" คำถามแรกที่ต้องตอบคือ "เรากินอะไรทุกวัน" เมื่อคำตอบคือผัก...

เราก็ควรเริ่มจากผักกินใบเมื่อกินได้ทุกวัน รายจ่ายก็ลดลงทุกวันเงินที่เคยไหลออกจากกระเป๋า จะเริ่มเหลืออยู่ในบ้านรายได้ที่ดีที่สุด ไม่ใช่รายได้ที่หาเพิ่มได้เสมอไปแต่คือรายจ่ายที่เราลดได้ทุกวันนี่คือกำไรที่หลายคนมองข้าม

ออกแบบรายได้...ตั้งแต่รายชั่วโมง


การเกษตรไม่จำเป็นต้องรอเก็บเกี่ยวปีละครั้งหากออกแบบดี เราสามารถมีรายได้ตั้งแต่ "รายชั่วโมง"ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ "เห็ด" เห็ดนางฟ้าเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ใช้พื้นที่น้อย ไม่ต้องการแสงมาก และสามารถวางไว้ริมบ้าน ใต้ชายคา หรือแม้แต่ห้องที่มีความชื้นเหมาะสมทุก ๆ ไม่กี่ชั่วโมง เห็ดจะค่อย ๆ เติบโต พร้อมให้เก็บขายหรือประกอบอาหารจากนั้นจึงต่อยอดสู่รายวันต้นอ่อนทานตะวัน 

ผักบุ้ง พืชอายุสั้น เพียงไม่กี่วันก็เก็บเกี่ยวได้ ต่อด้วยรายสัปดาห์ สมุนไพร ผักสวนครัว ผักกินใบ และสุดท้ายคือรายเดือน รายปี จากไม้ผล ไม้ยืนต้น และป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เมื่อเราวางแผนเช่นนี้รายได้จะไม่ขาดช่วงแต่จะไหลเข้ามาเป็นระยะตลอดทั้งปี

อย่าทำตามคนอื่น...จนลืมมองพื้นที่ของตัวเอง


หลายคนไปดูงานโคก หนอง นา กลับมาขุดสระ ปลูกป่า ลงทุนหลักแสน สุดท้ายน้ำไม่อยู่ ดินไม่เหมาะ ผลผลิตไม่เกิด ไม่ใช่เพราะศาสตร์พระราชาใช้ไม่ได้ แต่เพราะเรา "ลอกแบบ" โดยไม่เข้าใจศาสตร์พระราชาไม่ใช่สูตรสำเร็จ แต่เป็นหลักคิด พื้นที่ดินทราย ย่อมออกแบบต่างจากดินเหนียว พื้นที่น้ำมาก ย่อมต่างจากพื้นที่แล้ง คนมีเวลาน้อย ย่อมต่างจากคนทำเกษตรเต็มเวลา ทุกพื้นที่มีคำตอบของตัวเอง เพียงเราต้องเข้าใจ "ภูมิศาสตร์" และ "สังคม" นี่คือความหมายของคำว่า "ภูมิสังคม"

ความรู้ คือทุนที่สำคัญที่สุด


ยุคนี้ การเรียนรู้ไม่ใช่เรื่องยาก องค์ความรู้มีอยู่รอบตัว หนังสือ ศูนย์เรียนรู้ ปราชญ์ชาวบ้าน อินเทอร์เน็ต YouTube Facebook ทุกอย่างคือห้องเรียน แต่ความรู้เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องลงมือทำ ทดลอง ผิดพลาด แก้ไข เรียนรู้ แล้วทำใหม่ เพราะประสบการณ์ คือครูที่ดีที่สุดนะครับ

เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ


หลายคนอยากประสบความสำเร็จเร็ว แต่ธรรมชาติไม่เคยเร่งรีบ ต้นไม้ต้องใช้เวลา เมล็ดพันธุ์ต้องใช้เวลา ชีวิตก็เช่นกัน เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ปลูกหนึ่งต้น เลี้ยงไก่ห้าตัว เพาะเห็ดสิบก้อน เมื่อทำได้ จึงค่อยขยาย ความมั่นคง ไม่ได้เกิดจากการลงทุนครั้งใหญ่ แต่เกิดจากการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ปรัชญาที่เปลี่ยนชีวิต


ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่การปฏิเสธความร่ำรวย แต่คือการสร้างความมั่นคงก่อนความมั่งคั่งไม่ใช่การหยุดฝัน แต่คือการวางรากฐานให้ความฝันแข็งแรง ดังบทกลอนที่สะท้อนหัวใจของศาสตร์พระราชาไว้ได้อย่างงดงาม

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง   ไม่ไช่การเลี่ยงทางเดิน
อุปสรรคก็เป็นแค่ส่วนเกิน       มุ่งหน้าเดินบนทางสายกลาง
พอประมาณไปตามฐานะ       อุตสาหะไปตามเหตผล
ภูมิคุ้มกันสร้างไว้จะไม่จน       ความรู้ตนต้องอยู่คู่คุณธรรม
-
อาจารย์ อดุลย์ วิเชียรชัย -

โลกอาจเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นทุกวัน เศรษฐกิจอาจผันผวน ภัยธรรมชาติอาจรุนแรงขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่มีวันเปลี่ยน คือ "คุณค่าของการพึ่งพาตนเอง" ไม่ว่าคุณจะมีพื้นที่เพียงระเบียงห้อง หรือมีที่ดินหลายสิบไร่ จงเริ่มต้นจากการเข้าใจพื้นที่ เข้าใจชีวิต และเข้าใจตัวเอง เพราะเมื่อเราออกแบบชีวิตอย่างพอเพียง พื้นที่เล็ก ๆ ก็สามารถกลายเป็นแหล่งอาหาร กลายเป็นแหล่งรายได้ กลายเป็นห้องเรียนของลูกหลาน และกลายเป็นมรดกแห่งความยั่งยืนที่จะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ความมั่งคั่งที่แท้จริง...ไม่ได้เริ่มต้นจากเงินในกระเป๋า แต่เริ่มต้นจากปัญญาในหัวใจ และการลงมือทำในวันนี้นั่นเองครับ...

 

ขอขอบพระคุณคนต้นเรื่อง  

  • อาจารย์ อดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 และ ประธานศูนย์การเรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • อาจารย์ อำนวย สังวาลย์เล็ก วิทยากรประจำศูนย์การเรียนรู้ สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

จากวิศวกรกรุงเทพฯ สู่ปราชญ์เกษตรแห่งคลองหก

 

ศูนย์การเรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก จังหวัดปทุมธานี
 

จากวิศวกรกรุงเทพฯ สู่ปราชญ์เกษตรแห่งคลองหก


5 บทเรียน "พลิกชีวิต" ที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ผืนดิน
แต่เปลี่ยนความหมายของคำว่า "ความสำเร็จ"

เราเติบโตมากับความเชื่อว่า... เรียนสูง จะได้งานดี ทำงานบริษัทใหญ่ จะมีเงินเดือนสูง มีตำแหน่ง มีโบนัส มีบ้าน มีรถ นั่นคือชีวิตที่ประสบความสำเร็จแต่มีคำถามหนึ่งที่คนจำนวนมากไม่เคยกล้าถามตัวเอง...

หากวันหนึ่งคนที่เรารักล้มป่วย ความสำเร็จที่เราสร้างมาทั้งชีวิต จะพาพวกเขากลับมายิ้มได้หรือไม่? คำถามนี้เอง คือจุดเปลี่ยนชีวิตของ คุณอดุลย์ วิเชียรชัย อดีตวิศวกรหนุ่มผู้ใช้เวลากว่า 9 ปีอยู่ท่ามกลางตึกสูงในกรุงเทพมหานคร

เขาเคยเป็นคนที่องค์กรไว้วางใจ สามารถสร้างผลกำไรให้บริษัทได้มหาศาล วางระบบโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมืออาชีพ แต่กลับพบความจริงอันเจ็บปวดว่า...

"เราทำให้บริษัทรวยได้...แต่กลับทำให้ครอบครัวรวยไม่ได้" ในวันที่พ่อแม่เริ่มเจ็บป่วย ในวันที่เวลาไม่อาจซื้อคืนได้ในวันที่เงินเดือนหลักแสน กลับไม่มีค่าพอจะชดเชยการไม่ได้อยู่ดูแลคนที่รัก เขาจึงตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต ลาออกจากงานที่หลายคนใฝ่ฝัน ถือหนังสือเพียงเล่มเดียว เดินกลับสู่บ้านเกิด...ตำบลคลองหก จังหวัดปทุมธานี

หลายคนบอกว่าเขา "บ้า" แต่วันนี้...พื้นที่เกษตรของเขากลายเป็นศูนย์เรียนรู้สัมมาชีพที่มีผู้คนจากทั่วประเทศเดินทางมาเรียนรู้ เขาไม่ได้เพียงปลูกต้นไม้ แต่กำลังปลูก "ความหวัง" ไม่ได้เพียงสร้างผลผลิต แต่กำลังสร้าง "คน" และไม่ได้เพียงเปลี่ยนพื้นที่นา แต่กำลังเปลี่ยนวิธีคิดของผู้คนทั้งสังคมครับ...


เกษตรไทยฝ่าวิกฤตโลก ด้วยพลังเศรษฐกิจพอเพียง


นี่คือ 5 บทเรียนชีวิตที่ทรงคุณค่า ซึ่งพิสูจน์ว่า...

ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่สิ่งที่เรามี แต่คือชีวิตที่เราออกแบบด้วยมือของเราเอง


บทเรียนที่ 1

เมื่อความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในสลิปเงินเดือน แต่อยู่ในโต๊ะอาหารของครอบครัว โลกธุรกิจสอนให้เราวิ่งเร็วขึ้น ทำงานหนักขึ้น แข่งขันมากขึ้น แต่แทบไม่มีใครสอนว่า... จะใช้ชีวิตอย่างไรให้คนที่เรารักมีความสุข คุณอดุลย์ มองเห็นข้อจำกัดของระบบเศรษฐกิจแบบ Linear Economy ที่ทุกอย่างผูกติดกับเงินเดือนเพียงช่องทางเดียวตราบใดที่ยังทำงาน รายได้ก็ยังไหลเข้าแต่เมื่อชีวิตสะดุดทุกอย่างก็หยุดทันทีเขาจึงเริ่มตั้งคำถามใหม่ว่า "ถ้าเราออกแบบชีวิตได้เหมือนออกแบบโรงงาน" "เราจะออกแบบระบบที่สร้างอาหาร สร้างรายได้ และสร้างความสุขไปพร้อมกันได้หรือไม่" คำตอบของเขาคือ...โคกหนองนา การกลับบ้านจึงไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการใช้ศาสตร์ของวิศวกรมาออกแบบชีวิตใหม่ เปลี่ยนจากการรอเงินเดือนเป็นการสร้างระบบที่มีรายได้หลายทางมีอาหารทุกวัน มีเวลาสำหรับครอบครัว และมีความสุขที่เงินซื้อไม่ได้เพราะท้ายที่สุดแล้ว...ความร่ำรวยที่ยั่งยืน ไม่ใช่การมีเงินมากที่สุดแต่คือการมีชีวิตที่ไม่ต้องหวาดกลัวว่าจะสูญเสียทุกอย่างในวันพรุ่งนี้นั่นเองครับ...


บทเรียนที่ 2

น้ำ...คือหัวใจของทุกชีวิต และระบบที่ดี เริ่มต้นจากการบริหารน้ำวิศวกรไม่เคยมองปัญหาเพียงผิวเผิน คุณอดุลย์ ก็เช่นกัน ก่อนปลูกต้นไม้ ก่อนสร้างรายได้ ก่อนสร้างศูนย์เรียนรู้ เขาเริ่มจากคำถามง่ายที่สุด "น้ำจะมาจากไหน" เพราะหากไม่มีน้ำ ทุกความฝันก็เป็นเพียงภาพวาดบนกระดาษ เขานำศาสตร์พระราชา  "ทฤษฎีใหม่ 30 : 30 : 30 : 10" มาประยุกต์กับพื้นที่กว่า 18 ไร่ ขุดสระเก็บน้ำ ทำคลองไส้ไก่ เชื่อมโยงน้ำให้หมุนเวียนทั่วพื้นที่ สร้างระบบที่น้ำไม่ใช่เพียงสิ่งที่ไหลผ่าน แต่เป็น "ทุน" ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต น้ำเลี้ยงนา นาเลี้ยงคน ต้นไม้สร้างความชุ่มชื้น สัตว์เลี้ยงสร้างปุ๋ย ปุ๋ยกลับไปเลี้ยงดิน ดินกลับมาเลี้ยงต้นไม้ ทุกสิ่งหมุนเวียนอย่างสมดุล นี่คือ Circular Economy ที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่ในห้องประชุม แต่เกิดขึ้นบนผืนดิน และพิสูจน์ให้เห็นว่า... เมื่อเราออกแบบ "ระบบ" ระบบจะย้อนกลับมาดูแลเราเอง...


บทเรียนที่ 3

ความสำเร็จไม่เคยเติบโตในดินดี แต่เติบโตจากความเพียรของคนที่ไม่ยอมแพ้ เมื่อกลับมาถึงบ้าน พื้นที่ตรงหน้าไม่ใช่สวนสวย แต่คือผืนนาเสื่อมโทรม ดินแข็ง อินทรียวัตถุน้อย ปลูกอะไรก็ไม่งอก หลายคนคงยอมแพ้ แต่เขาเลือกเดินตามศาสตร์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 "แห้งชาม น้ำชาม" ค่อย ๆ เติมอินทรียวัตถุ ค่อย ๆ ฟื้นชีวิตดิน ค่อย ๆ รอ เพราะธรรมชาติไม่มีปุ่มเร่งความเร็ว จากดินที่เคยตาย ค่อย ๆ กลายเป็นผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ เขาปลูกป่า 5 ระดับ ไม้ใหญ่ ไม้กลาง ไม้พุ่ม พืชคลุมดิน พืชหัวใต้ดิน ทุกระดับทำหน้าที่แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดเกื้อกูลกัน เหมือนสังคมที่ทุกคนมีคุณค่า ผลลัพธ์คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่สามารถผลิตอาหารได้ตลอดปี กินได้ ใช้ได้ ขายได้ และเหลือแบ่งปัน นี่คือบทเรียนสำคัญว่า...ธรรมชาติไม่เคยปฏิเสธคนขยันมีแต่คนที่เลิกเดินก่อนจะเห็นผลลัพธ์เท่านั้นเองครับ...

 

บทเรียนที่ 4

อย่าขายผลผลิต...จงสร้างคุณค่า หลายคนปลูกเห็ด แต่คุณอดุลย์ สร้าง "ระบบธุรกิจจากเห็ด" เขาสังเกตทุกอย่างเหมือนนักวิจัย ดอกเห็ดเติบโตเร็วเพียงใด ช่วงเวลาไหนควรเก็บ อุณหภูมิเท่าไร ความชื้นเท่าไร ทุกข้อมูลถูกนำมาพัฒนา จนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งสำคัญกว่าการปลูกเห็ด คือการไม่หยุดอยู่แค่การขายเห็ดสด เขาแปรรูปเป็นเห็ดทอดกรอบ ข้าวเกรียบเห็ดสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สุขภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งเดิม และที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เขาเปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านนำผลผลิตมาจำหน่ายร่วมกัน ไม่ปล่อยให้ใครต้องเผชิญปัญหาตลาดเพียงลำพัง เพราะเขาเชื่อว่า คนเดียวรวย...คือความสำเร็จส่วนบุคคลแต่ถ้าทั้งชุมชนอยู่ได้ นั่นคือความสำเร็จที่แท้จริงครับ...


บทเรียนที่ 5

คนที่อยู่รอดในโลกอนาคต ไม่ใช่คนที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือคนที่ใช้ทรัพยากรได้ดีที่สุด คำว่า "ทำแบบคนจน" ในความหมายของคุณอดุลย์ ไม่ใช่การยอมจน แต่คือการไม่ปล่อยให้ทรัพยากรแม้เพียงชิ้นเดียวสูญเปล่า กิ่งไม้ที่หลายคนเผาทิ้ง กลายเป็นถ่าน ถ่านกลายเป็นเชื้อเพลิง น้ำส้มควันไม้กลายเป็นสารป้องกันศัตรูพืช เศษพืชกลายเป็นปุ๋ย มูลสัตว์กลายเป็นพลังงาน ทุกสิ่งหมุนเวียนกลับมาเป็นประโยชน์ นี่คือการสร้าง Resilience หรือภูมิคุ้มกันของชีวิต โลกวันนี้เต็มไปด้วยวิกฤต เศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนสูงขึ้น สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง แต่คนที่พึ่งพาตัวเองได้ จะไม่หวั่นไหวกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เพราะเขาไม่ได้ฝากความหวังไว้กับโลกภายนอก แต่สร้างโลกของตัวเองให้มั่นคงจากภายในนั่นเองครับ...


บทส่งท้าย

ชีวิตที่ดีที่สุด...ไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากการออกแบบ เรื่องราวของคุณอดุลย์ วิเชียรชัย ไม่ใช่เรื่องของการลาออกจากงานประจำ ไม่ใช่เรื่องของการกลับไปทำเกษตร และไม่ใช่เรื่องของ โคกหนอง นา เพียงอย่างเดียว แต่คือเรื่องของ "การกล้าตั้งคำถามกับชีวิต" เขาพิสูจน์ให้เราเห็นว่า วิศวกรสามารถเป็น เกษตรกรได้ เกษตรกรสามารถเป็นนักนวัตกรรมได้ และผืนดินธรรมดา สามารถกลายเป็นมหาวิทยาลัยชีวิตของผู้คนทั้งประเทศได้ เขาเชื่อเสมอว่า "ความผิดพลาดครั้งแรก คือครู ความผิดพลาดครั้งที่สอง คืออาจารย์ และความผิดพลาดครั้งที่สาม คือศาสตราจารย์ ที่จะทำให้เราเก่งขึ้น" คำพูดนี้ไม่ใช่เพียงข้อคิด แต่คือปรัชญาของคนที่กล้าล้ม กล้าลุก และกล้าเรียนรู้ตลอดชีวิต...

วันนี้... บางทีสิ่งที่เราต้องสำรวจ อาจไม่ใช่ยอดเงินในบัญชี แต่คือ "ต้นทุนชีวิต" ที่เรามีอยู่แล้ว เราอาจไม่ได้มีที่ดิน 26 ไร่ แต่เรามีเวลา เรามีความรู้ เรามีสองมือ และเรามีหัวใจที่พร้อมเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้ว... ชีวิตที่มั่นคง ไม่ได้เกิดจากการวิ่งให้เร็วกว่าใคร แต่เกิดจากการรู้ว่า เรากำลังวิ่งไปเพื่ออะไร และเมื่อวันนั้นมาถึง... คุณจะค้นพบว่า ความสุขไม่ใช่ปลายทางของความสำเร็จ แต่ความสุข คือรากฐานของความสำเร็จที่ยั่งยืนตลอดชีวิต จริงไหมครับ...

 

ขอขอบพระคุณคนต้นเรื่อง  

  • อาจารย์ อดุลย์ วิเชียรชัย เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2565 และ ประธานศูนย์การเรียนรู้สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

  • อาจารย์ อำนวย สังวาลย์เล็ก วิทยากรประจำศูนย์การเรียนรู้ สัมมาชีพชุมชน ตำบลคลองหก

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม