แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐกิจพอเพียง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เศรษฐกิจพอเพียง แสดงบทความทั้งหมด

เศรษฐกิจพอเพียง EP.1 | สงครามทำให้คนตื่น แต่เศรษฐกิจพอเพียงทำให้คนรอด


อยู่รอดในวันล่มสลาย! เศรษฐกิจพอเพียงในยุคสงครามครั้งใหม่

ถ้าโลกใบนี้ลุกเป็นไฟในพริบตา ถ้าเช้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม ไม่มีอาหารในร้านสะดวกซื้อ คุณจะทำอย่างไร?

คำถามนี้อาจเคยฟังดูเว่อร์ไปสำหรับยุคก่อนแต่ในวันนี้ — เมื่อข่าวสงครามสะท้อนอยู่ทุกหน้าจอเมื่อราคาน้ำมันพุ่งพรวด อาหารขาดแคลน พรมแดนถูกปิดกั้นคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

มนุษย์ยุคใหม่มักเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ในวันที่ระบบโลกพังพินาศ เงินอาจไม่ต่างจากกระดาษ เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ความร่ำรวยแต่คือ “การอยู่รอด”


โลกกำลังเผชิญสงครามหลายแนวรบ

สงครามที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามรบแต่คือสงครามทางเศรษฐกิจ สงครามข่าวสาร สงครามพลังงานและเหนือสิ่งอื่นใด...คือสงครามของการแย่งชิง “ทรัพยากรพื้นฐาน” น้ำ อาหาร พลังงาน ที่ดิน และความมั่นคงทางชีวภาพ

คุณอาจคิดว่าแค่มีงาน มีเงิน มีบ้านก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าทุกอย่างที่คุณมีไม่สามารถกินได้ ไม่สามารถปลูกเองได้และไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย...วันหนึ่งเมื่อวิกฤตเกิดขึ้นจริงๆ คุณจะไม่ใช่ผู้รอด คุณจะเป็นเหยื่อ


เศรษฐกิจพอเพียง : คำตอบที่โลกเคยมองข้าม

หลายคนเคยคิดว่าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงคือ “สูตรชาวบ้าน” ล้าหลัง ช้า และไม่ทันยุคดิจิทัลแต่ในวันที่โลกถูกทดสอบอย่างรุนแรง แนวคิดนี้กลับกลายเป็น เข็มทิศชีวิตที่แม่นยำที่สุด เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้แปลว่าแค่ปลูกผัก เลี้ยงไก่ แต่มันคือ “การจัดระบบชีวิต” ให้เราสามารถยืนอยู่ได้แม้โลกทั้งใบจะสั่นคลอน

  • พอเพียง ไม่ใช่ความจน

  • พอเพียง คือความฉลาดในการพึ่งพาตัวเอง

  • พอเพียง คือความมั่นคงที่เงินซื้อไม่ได้


ลองจินตนาการ...ถ้าคุณมีแปลงผักหลังบ้าน มีบ่อน้ำเก็บไว้ใช้ มีความรู้ในการแปรรูปอาหาร มีชุมชนที่ดูแลกันและกัน แม้โลกภายนอกจะลุกเป็นไฟ แต่บ้านของคุณจะยังอุ่น ท้องคุณจะยังอิ่ม และใจคุณจะยังมั่นคง


การเตรียมตัวที่แท้จริง คือการ "กลับคืนสู่สามัญ"


เราถูกสอนให้แข่งขัน สะสม และเร่งรีบ จนลืมไปว่า “ชีวิตไม่ได้ต้องการมากขนาดนั้น” เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นเสมือนการ “เบรก” ให้เราหยุดคิด หยุดวิ่ง แล้วหันมามองว่า อะไรคือของจริงในชีวิตเรา

มันไม่ใช่รถหรู ไม่ใช่สมาร์ทโฟน ไม่ใช่บ้านหลังโต แต่
คือ “ทักษะในการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง
คือ “การมีอาหารที่เราปลูกเอง
คือ “การมีเครือข่ายคนที่จริงใจและช่วยเหลือกันได้

และที่สำคัญที่สุด คือการมี “หัวใจที่มั่นคง” ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ


สงครามทำให้คนตื่น แต่แนวคิดพอเพียงทำให้คนรอด

เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่ทางเศรษฐกิจหรือการเมือง แต่คือทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ

สงครามอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความล่มสลายทางชีวิตนั้น “ป้องกันได้” ถ้าเรารู้จักเตรียมตัว รู้จักสร้างระบบพึ่งตนเอง รู้จักปลูก สะสม และแบ่งปัน

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนให้เราหนีโลก แต่สอนให้เรายืนหยัดอยู่ในโลก โดยไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใด


ถึงเวลา “ปลูกชีวิต” แทนการรอคอย


อย่ารอให้ทุกอย่างพัง อย่ารอให้ข้าวสารหมดร้าน อย่ารอให้ลูกหลานคุณถามว่า “เราจะอยู่ยังไงต่อดี?


เริ่มวันนี้ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ


  • ปลูกต้นไม้

  • เก็บเมล็ดพันธุ์

  • หัดทำอาหารง่ายๆ จากของพื้นบ้าน

  • ลดการพึ่งพาระบบใหญ่

  • สร้างชุมชนเล็กๆ ที่ดูแลกันได้


เพราะในวันที่โลกมืดลง แสงสว่างจะไม่ได้มาจากไฟฟ้าแต่มาจาก “แสงในใจ” ของคนที่ไม่ลืมรากของตนเอง

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “เส้นทางรอด” ที่มั่นคง สงบ และทรงพลังที่สุดในยุคที่โลกกำลังพังทลายต่อหน้าเรา...

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น.
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ใส่ปุ๋ยต้องรดน้ำตามไหม? | คุยกับ อ.ตรี ตอน 6

  

วันนี้จะทั้งตอบฅำถามและเขียนเป็นบทความให้ อาจารย์อาคมที่ขอมา

เริ่มที่ "ปุ๋ยไม่มีขา รากไม่มีมือ" หลายรายอ่านแล้วก็งงๆ ความหมายก็คือ เวลาเราใส่ปุ๋ย หลายคนมักจะไม่ค่อยสนใจเรื่ององค์ประกอบว่าใส่แล้วปุ๋ยแล้ว จะเข้าไปในพืชได้อย่างไร? หรือ พืชเอาไปใช้ได้อย่างไร? เนื่องจากทุกอย่างที่ใส่ลงไปในดินก่อนที่พืชจะนำไปใช้ต้องละลายเป็นสารละลาย หรือ แตกตัวเป็นอิออนก่อนถึงจะถูกดูดเข้าสู่ต้นไม้ ดังนั้นหลายคนมักจะถามว่าหว่านปุ๋ยเสร็จแล้วต้องรดน้ำมั้ย ก็ให้สังเกตุว่าใส่ปุ๋ยเสร็จ ปุ๋ยตกลงไปก็อยู่ตรงนั้น และขณะเดียวกันเมื่อมันตากแดดตากลมมากๆ

ธาตุบางตัวก็จะสูญเสียในอากาศโดยเฉพาะไนโตรเจน ดังนั้น จะสังเกตุว่าการออกแบบการใส่ปุ๋ย ผมจะออกแบบให้พืชสามารถนำไปใช้ได้เลย หรือ ฝากไว้กับวัสดุที่ใส่เสริมลงไปในดินในรูปของวัสดุฟื้นฟูดินสูตรต่างๆ หรือ แบบที่ย่อยแล้ว (สูตร 2) หรือ ใส่เสริมลงไปโดยเป็นสารละลาย หรือ ให้อยู่ในรูปอินทรีย์ คีเลต (Chelate)

(ปุ๋ยคีเลต (Chelate) เป็นคำศัพท์ที่ใช้ในบริบทของปุ๋ยและการให้ธาตุอาหารในการเกษตร ปุ๋ยคีเลต หมายถึงปุ๋ยที่ประกอบไปด้วยธาตุอาหารที่ถูกผูกเข้ากับสารอื่นที่เรียกว่า chelating agent (สารเชลเลต) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนำธาตุอาหารเข้าสู่พืช)

ดังนั้น สรุปเวลาจะใส่ปุ๋ย ต้องไม่ถามว่าใส่ปุ๋ยแล้วต้องรดน้ำมั้ย สองปัจจัยที่จะใส่เท่าไหร่ เมื่อไหร่ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพของต้น คุณภาพของดิน และ ฝนฟ้า อากาศ ข้อนี้คงจะไม่เป็นปัญหาอีกเรื่องที่จะต้องถามว่าจะสังเกตุอย่างไร? ก็ให้สังเกตุส่วนของพืชที่ยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ ฟื้นตัวไหม หรือถ้าเป็นยางก็ให้สังเกตุผลผลิตที่ค่อยๆฟื้นตัวนะครับ 

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ

  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

สรีระของพืชที่เกษตรกรควรรู้ : หน้าที่การทำงานของรากพืช | คุยกับ อ.ตรี ตอน 5


บทความวันนี้ผมอยากจะพูดเรื่องสรีระของพืชที่มีความเกี่ยวข้องกับพื้นภูมิความรู้ที่เราเกษตรกรต้องรู้และนำไปใช้กัน สรีระของพืชที่เกษตรกรต้องรู้ ก็คือ ต้นพืชมีองค์ประกอบที่ใช้ในการดำรงค์ชีพ คือ ราก ลำต้น กิ่งก้าน ใบ ดอก ผล แต่วันนี้จะขอพูดเรื่องรากในส่วนสำคัญๆ ที่อยากให้สมาชิกเข้าใจและสามารถนำไปใช้ได้ก่อน...

ราก คือ อวัยวะของพืชส่วนที่ใช้ดูดซับน้ำ และสารอาหาร มี 2 ประเภท คือ รากอากาศ และ รากในดิน ในส่วนของรากอากาศจะอยู่ในพืชประเภทกล้วยไม้ต่างๆ กาฝาก เป็นต้น จะมีรากที่ใช้เกาะยึดอาศัยพยุงตัว แต่ไม่เบียดเบียนและแย่ง หรือดูดทำลายพืชที่ให้อาศัยเป็นหลักเกาะยึด แต่อีกชนิดนึ่งจะสร้างรากแทงเข้าไปในเนื้อเยื้อพืชที่มันเกาะอยู่ แล้วแย่งดูดน้ำเลี้ยงที่พืชอาศัยเกาะอยู่ในลักษณะกาฝากกับพืชอีกชนิดที่มีรากหยั่งลึกลงไปในดินหรือในน้ำ และวันนี้จะขอใช้บทความนี้อธิบายให้สมาชิกบางท่านได้เข้าใจถึง "หน้าที่การทำงานของรากพืช"

แต่หน้าที่หลักที่พืชใช้รากในการดูดซับสารอาหารแล้ว พืชยังใช้รากในการยึดเกาะให้ลำต้น การจัดแบ่งรากนอกจากแบ่งในลักษณะดังกล่าวแล้ว รากพืชบางส่วนของพืชบางชนิดยังมีการพัฒนาเป็นทุ่นลอยน้ำ เช่น รากของแพงพวย ดังนั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหน้าที่ ที่พืชแต่ละชนิด พัฒนาปรับสภาพตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม...

รากพืชเมื่อพัฒนาจากเมล็ดจะมีขนาด และการแตกกิ่งก้านออกมาต่างชนิดต่างขนาดกันซึ่งพอจัดแบ่งตามขนาดดังนี้ รากแก้ว รากกิ่ง รากแขนง รากฝอย และ รากขน โดยไม้ล้มลุกจะมีรากแขนง และ รากขนเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับชนิดของพืช และ พืชใช้รากเหล่านี้แตก และยื่นส่งรากฝอยออกไป เพื่อให้รากขนที่ปลายรากฝอยได้ขยับหาแหล่งดูดซับสารอาหารที่อยู่ในดินออกไปทีละนิดที่ละนิด โดยที่ปลายรากฝอยเหล่านี้ที่มีรากขนอยู่ จะเกิดใหม่ และเมื่อรากขนเก่ามีอายุ 2-4 วันก็จะหมดอายุ และ ตายไป ในปลายรากขน จะมีจุลินทรีย์จำนวนมากอาศัยอยู่ทั้งใน และ ด้านนอกรอบๆ รากขน 

ที่ค่อยแตกตัวธาตุอาหารที่น้ำละลายไม่ได้ให้รากสามารถดูดซับไปใช้ได้ ดังนั้นการใช้ยา และ สารเคมีต่างๆ ที่เราใช้เพื่อป้องกันรา และ โรคต่างๆ ล้วนแล้วค่อยๆ มีผลต่อชีวิตในดินทั้งสิ้น เมื่อถึงจุดๆหนึ่งก็จะไปแสดงต่อสุขภาพ หรือ ความแข็งแรงของพืช ที่นี้ก็เรามาดูอีกทีเรื่อง คือ เหล่าจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อยู่ทั้งภายใน และ ภายนอกรากขน พืชจะส่งสารประเภท คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) ที่สังเคราะห์เสร็จจากใบส่วนนึงมาเลี้ยงราก และ แบ่งปันส่วนนึงให้กับเหล่าจุลินทรีย์เหล่านี้...

จากเหตุผลดังกล่าว ก็คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นข้อเตือนใจถึงเหล่าชาวสวนปลูกยางทั้งหลายเรื่องการกรีดยาง และ การใช้ฮอร์โมนเร่งน้ำยาง จนกระทั้งไม่มีน้ำยางเหลือเพื่อส่งไปเลี้ยงราก และ เหล่าจุลินทรีย์ดังกล่าว เหมือนคนถูกถ่ายเลือดบ่อยจนเกินจากที่ร่างกายจะผลิตได้ทัน เมื่อร่างกายผลิตไม่ทัน ร่างกายก็จะไม่มีเลือดที่ทั้งทำหน้าที่ส่งออกซิเจน และ อาหารที่ให้พลังงานกับชีวิตไปให้เซลล์ต่างๆ ในร่างกาย และ ขนย้ายของเสียจากส่วนต่างๆ ไปฟอกที่ไตและตับ

สำหรับสมาชิกที่ปลูกยางคงได้คำำตอบคร่าวๆ แล้วนะครับ ส่วนสมาชิกที่ชอบพ่นยาฆ่าต่างๆ ก็เช่นเดียวกัน พ่นฆ่าอย่างเช่น ไฟท็อป แต่ในความเป็นจริงไม่ได้ฆ่าแค่ไฟท๊อป แต่มันฆ่า และทำลายหลายอย่างในบริเวณนั้น หยุดเถอะครับ หยุดเถอะ! 

การใช้แนวทางที่ขาดการเรียนรู้ในองค์ความรู้รวม เหมือนดังเช่นกับคำว่า "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ว่าท่านเข้าใจในเรื่องที่ท่านทำจริงๆ แล้วยัง? ท่านเข้าถึงความรู้ดังกล่าวแค่ไหน? เหล่านี้ล้วนจะทำให้เราและท่านพัฒนาอาชีพเกษตรกรของท่านได้อย่างยั่งยืน ด้วยความปราถนาดีจาก การเกษตรรูปแบบ PRM การเกษตรที่เป็นอภิปรัชญตาสำหรับเกษตรกรทุกผู้ทุกคนครับ...

พระหัตถ์ของพ่อ ร.9 ภาพเดียวที่สื่อได้ทุกอย่าง

มือที่เราเหล่าชาว PRM ต้องเอาเป็นแบบอย่าง
"ลูกพ่อ รักพ่อ เราจะเดินตามพ่อ"

พ่อที่เป็นแบบอย่างทั่วโลก จนทั่วโลกยอมรับ
"5 ธันวา วันดินโลก"
วันที่เกษตรรุ่นใหม่พัฒนาใช้เป็นฐานในการเพาะปลูก

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

การใส่ปุ๋ยในอากาศปิดหลายวันมีผลต่อพืชอย่างไร? (ต่อ) | คุยกับ อ.ตรี ตอน 4

ขอต่อบทความที่เกี่ยวกับเรื่องการใส่ปุ๋ยจำเป็นมั้ยต้องรอให้ฝนทิ้งช่วง รอให้ดินโศกน้ำ ค่อยใส่ปุ๋ย บอกเลยครับ จากอธิบายการใช้น้ำ และการคายน้ำของพืช ตัวที่เราต้องยึดเป็นหลักคือตัวที่ให้พลังงานกับพืชที่ใช้ในการเปลี่ยนน้ำไปเป็นไอคายออกมา กับ อีกกรณีหนึ่ง คือเปลี่ยนน้ำเป็นสารอาหารใช้ในตัวพืช ดังนั้น หากฝนหยุดตกและมีแสงแดดแรงกล้า เราสามารถใส่ปุ๋ยได้ทันที เพราะเมื่อมีการคายน้ำ และใช้น้ำระบบท่อน้ำในโครงสร้างของพืชจะขาดน้ำและเกิดแรงดึงดูด หรือ ออสโมซิส (Osmosis) ซึ่งการดูดเข้าจะเข้ามาพร้อมกับการละลายที่เป็นอิออนของธาตุอาหาร...

 โอเครครับ เอาพอเข้าใจแบบง่ายและเห็นภาพเพื่อให้พวกเราได้คำตอบเพื่อนำไปปฏิบัติ

ส่วนคำถามที่ว่า หากอากาศปิดหลายๆวัน แสงแดดไม่พอเพียงให้พืชใช้สังเคราะห์แสงแบบที่ อ.เป็ดท่านถามเพื่อหาฅำตอบและความเข้าใจให้สมาชิกนั้น กรณีนี้ให้พิจารณาถึงความแข็งแรงของต้น ว่าพืชมีความแข็งแรงขนาดไหน แล้วมีการสะสมอาหารของพืชสมบูรณ์เพียงพอมั้ย พืชมีภาระการเลี้ยงดูต้น หรือ มีกำลังฟื้นฟูต้น หรือ มีผลผลิตติดผลมากจนจะทำให้พืชทรุด เพราะหากพืชปรุงอาหารไม่ได้หลายๆวัน ในการผลิต ผลผลิตจำนวนมาก เพื่อให้โตภายในกรอบรอบวันที่กำหนด เมื่อปรุงอาหารไม่ได้ก็จะไปดึงจากส่วนต่างๆของส่วนอื่นไปใช้ ทำให้พืชมีความสมบูรณ์ถอยหลัง ในกรณีดังกล่าวหากฟ้าปิดเกิน 3-4 วัน เราอาจให้น้ำเกลือกับพืชแบบคนป๋วยคือการฉีดพ่นทางใบอีกทางครับ

ส่วนอีกคำถามที่ คุณปุ้ย ถามให้กับสมาชิกแบบขอแบบเร่งด่วนว่า ช่วงนี้ฝนตกหนักน้ำท่วมขัง เราจะดูแลลทุเรียนอย่างไรหลังน้ำท่วมขัง ก็ง่ายๆเรื่องแรก รีบเปิดทางน้ำไม่ให้น้ำท่วมขังนานเกิน เรื่องที่ ต้องงดเว้น คือการเข้าไปย้ำใต้ทรงพุ่ม เพราะช่วงนี้รากจะอ่อนแอ หรือ เสียหาย โรคจะเข้าโจมตีได้ง่าย เรื่องที่สามคือเมื่อให้น้ำจนดินเริ่มโศกน้ำ ให้กระตุ้นรากให้แตกใหม่เพิ่ม ในแนวทางการเกษตรรูป PRM จะใช้วิธีหว่านโซคอนเพื่อกระตุ้นรากใหม่ เรื่องที่ห้าให้เสริมธาตุย่อยธาตุเสริมต่างๆ และสังเกตุถึงการแตก และกระจายรากใหม่ เพราะพอน้ำท่วมหรือฝนตกหนัก น้ำฝนและน้ำที่หลากจะละลายเอาธาตุอาหารต่างๆไปด้วยครับ...

เช้าวันจันทร์ ตลอดจนทั้งวัน ผมติดภาระกิจพา ท่าน ผ.อ.พัฒนาที่ดินจังหวัด และ สมาชิกบางท่าน ดูงานการเกษตร PRM ที่ทำกันที่จ.สุพรรณ อยุธยาและ อาจรวมถึงกาญจนบุรี ด้วย รวมทั้งแก้ปัญหาการแก้ปัญหาการขาดธาตุของพืชหลังฝนตกและน้ำท่วมขัง วันนี้จึงอาจจะไม่ได้เขียนบทความที่เพิ่มเติมให้ นอกจากบทความที่ค้างเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เพราะ 2-3 วันที่ผ่านมากำลังเร่งทำงานหลายเรื่องรวมทั้งอัดคลิปบางเรื่องส่งให้ท่าน อ.อาคม ครับ...

 

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^
 

การใส่ปุ๋ยในอากาศปิดหลายวันมีผลต่อพืชอย่างไร? | คุยกับ อ.ตรี ตอน 3


เมื่อวานเขียนบทความเล่าให้ฟังว่า เมื่อมีแสงแดด พืชใช้น้ำอยู่ 2 กรณีโดยเมื่อพืชคายน้ำเพื่อระบายความร้อนของแสงแดดที่สาดส่องลงมา ทำให้ปริมาณน้ำในโครงสร้างพืชลดลงนอกจากปริมตรน้ำในท่ออาหารลดลงแล้ว เกิดความเข้มข้นของน้ำในท่อน้ำ เนื่องจากพืชคลายน้ำออกไป จากเงื่อนไขใน 2 กรณี จึงทำให้เกิดแรงดูดซับในส่วนของรากขน ดูดซับน้ำจากภายนอกระบบรากขนพร้อมกับธาตุอาหารที่ละลายน้ำ และที่จุลินทรีย์ในดินแตกตัวให้เข้าสู่ระบบรากมาพร้อมน้ำ 

ด้วยน้ำที่เป็นสารละลายเหล่านี้ จะถูกดึงส่งต่อเซลล์ต่อเซลล์ของระบบท่อส่งน้ำเข้าสู่ใบพืชเพื่อเปลี่ยนน้ำและคาร์บอนไดออกไซค์ที่จับจากอากาศ และสภาพแวดล้อมเป็นน้ำตาล ก่อนเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแป้งแล้วส่งต่อออกมาเปลี่ยนรูปตามส่วนต่างๆ ของพืช

เมื่อทราบข้อมูลคร่าวๆ ที่ทวนให้แล้ว ที่นี้ก็จะขอทวนเรื่องเมื่อพืชดูดน้ำและธาตุอาหารเข้าระบบรากโดยการออสโมซีส ความเข้มข้นภายในรากจะต้องสูงกว่าบริเวณรอบรากขน ขบวนการ ออสโมซิส (Osmosis) จึงจะเกิดความสมบูรณ์ หากว่าความเข้มข้นของธาตุอาหาร และน้ำมีความเข้มข้นสูง ก็จะเกิดขบวนการที่เรียกว่า พลาสโมไลซิส (Plasmolysis) คือน้ำในนะบบรากจะถูกดึงออกสู่ภายนอกระบบราก ทำให้พืชสูญเสียน้ำ พืชจะแสดงอาการเหยี่ยวเฉาหากสูญเสียน้ำมากๆ อาจทำให้พืชช๊อกตาย ที่พวกเราเรียกว่าใส่ปุ๋ยจนดินเค็มไป

จากเหตุผลดังกล่าวจึงพอสรุปได้ว่า หากเราจะใส่ปุ๋ยต้องใส่เป็นระยะยิ่งทุกวันได้ยิ่งดี แต่ใส่น้อยๆ ใส่แบบเจือจาง เพราะพืชต้องการธาตุอาหารที่เป็น ธาตุคาร์บอน ไฮโตรเจน และ ออกซิเจน เป็นหลัก ส่วนอื่นอีกสิบกว่าตัวไม่ว่าจะเป็น N P K ที่บอกว่าใช้เยอะแล้วรวมกับธาตุย่อยธาตุเสริมตัวอื่น ยังไม่ถึง 1% ของน้ำหนักต้นเลย ดังนั้นการใส่ธาตุอาหารให้พืชต้องรู้จักพิจารณา 

งานวิจัย PRM จึงพัฒนาวิชาการใส่ปุ๋ยที่มีทั้งส่วนกินได้ทันที และฝากไว้กับวัสดุที่ผสมคลุกเคล้าลงไปให้ อีกทั้งวัสดุดังกล่าวได้นำวัสดุเหลือใช้ทางด้านการเกษตรมาใช้ซึ่งในวัสดุดังกล่าวก็คือซากพืชซากสัตว์ที่ก่อตัวมาจากธาตุอาหาร เมื่อสลายตัวก็จะปลดปล่อยธาตุอาการได้ครบ ในส่วนนั้นเราจึงค่อยมาดูว่าพืชผลิใบใหม่แสดงอาการขาดธาตุอะไร? ในกรณีนี้จึงค่อยเติมเสริมเพิ่ม จึงเกิดวัสดุปรับปรุงดินสูตร 4 ในรูปปุ๋ยสูตรน้ำให้ทุกคนได้ใช้ผสมเพิ่มเติมใน สูตร 2 และ สูตร 3

ส่วนวิธีการใส่ปุ๋ยในปัจจุบัน ที่พวกเราใส่ปุ๋ยเคมี N P K ที่ผ่านมา ผมไม่ขอวิจารณ์เยอะ แต่จะชี้เปรียบเทียบให้เห็นเหมือนเราเลี้ยงลูก เราสามารถที่จะตามใจหรือมักง่ายกับลูกได้ แต่จะนำมาซึ่งการขาดธาตุอาหารแบบไม่สมดุลย์

ลูกเราสามารถที่จะกินเนื้อสัตว์ต้มเปล่าๆบวกกับข้าวเปล่าทุกวันได้ แต่เมื่อกินไปนานๆ ลูกเราก็จะเกิดอาการขาดเกลือแร่ และวิตามิน เช่นเดียวกับพืช ด้วยความที่เกษตรกรไม่รู้ซึ้งถึงความจริงของการใส่ธาตุอาหารและเข้าใจว่ายิ่งใส่เยอะยิ่งดี เหล่านี้ที่งาน  PRM ต้องเสาะหาความจริงมาให้ชาวเราได้ใช้เป็นหลักปฏิบัติที่ถูกต้อง 

คงจะขอพรุ่งนี้ต่อเนื้อหาให้ เพราะวันนี้ทั้งฟอกไต และงานเต็มไปหมด พรุ่งนี้แต่เช้าจะต่อเนื้อหาให้อีกทีนะฅรับ...

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

การฟื้นฟูต้นไม้ในฤดูฝน | คุยกับ อ.ตรี ตอน 1

ช่วงเวลาฝนตก นั่งมองน้ำฝนที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า อดไม่ได้ที่จะหา เหตุและผลว่า ทำไมแค่น้ำฝนหยดลงมา กลับทำให้ต้นไม้ทั้งโลกฟื้นตัว

วันนี้ขอนำบทความเรื่องการฟื้นฟูต้นไม้ในฤดูฝนมาถอดบทความให้สมาชิกได้อ่านทำความเข้าใจกัน ในฤดูฝนเป็นฤดูที่เหมาะสมกับการฟื้นฟูพืชทุกชนิด มีการเติมเต็มไนโตรเจนทางธรรมชาติแบบสมดุลย์ เพราะไนโตรเจนในอากาศที่ละลายน้ำฝน พร้อมความชื้นลงมากับฝนเป็นสัดส่วนทางธรรมชาติที่ธรรมชาติออกแบบไว้จนเป็นสัดส่วนที่พืชยอมรับ 

หากมากกว่านั้นพืชก็จะอวบอ้วนจนเป็นปัญหากับตัวพืชเอง เพราะโรคกับแมลงจะเข้าโจมตีได้ง่าย แต่บางพื้นที่ ที่แม้มีฝนตก รดพรมแต่ต้นไม้ไม่งาม ก็เพราะสัดส่วนของธาตุอาหารในดินที่เป็นองค์ประกอบตัวอื่นไม่สมดุลย์ ทำให้พืชเจริญเติบโตแบบไม่สมดุลย์

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมถึงได้บัญญัติวิธีการให้ธาตุอาหารพืช แบบเจือจาง และถี่ๆ โดยผ่ายขบวนการให้โดยทางอ้อม คือฝากไปกับวัสดุฟื้นฟูดินในแต่ละสูตรและวิธีการใช้ต่างๆ เพื่อให้ในดินมีธาตุอาหารที่ค่อยเสริฟให้กับรากพืชตลอดเวลาที่พืชออสโมซีสเอาน้ำ  และธาตุอาหารไปใช้ 

บทความนี้คงตัดข้อสงสัยที่พวกเราชอบหาฅำตอบจากผมว่า วัสดุฟื้นฟูดินต้องใส่กี่วันครั้ง? ทำไมใส่น้อยจัง?  ใส่แค่นี้จะพอเหรอ? นี้แหละ "อภิปรัชญาตาพีอาร์เอ็ม"

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^
 

พืชดึงอาหารขึ้นไปใช้อย่างไร ? | คุยกับ อ.ตรี ตอน 2

 

เมื่อวานบทความเกิดจากมองเม็ดฝนที่ค่อยๆหล่นจากฟากฟ้า ทำให้เกิดความสงสัยว่าแค่น้ำฝนทำไมเมื่อร่วงหล่นลงมา กลับทำให้พืชพรรณพลิกฟื้นคืนสภาพสมบูรณ์ทั่วถ้วน ไม่ว่าจะเป็นไม้เล็กไม้ใหญ่ แม้หญ้าแพรกที่เรี่ยติดดินก็ทะลึ่งรับความสดชื่น เพราะอะไรพวกเราก็พอรู้แล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องรู้แบบคร่าวๆว่าพืชดึงธาตุอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างไร ?

บทความเรื่องพืชดึงอาหารขึ้นไปใช้อย่างไร? เมื่อมีแสงแดด พืชใช้น้ำอยู่ 2 กรณี คือ ในการคายความร้อนของแสงแดดที่สาดส่องลงมา เมื่ออุณหภูมิสูงเกินกว่าสภาพที่พืชรองรับได้ พืชก็จะใช้ขบวนการนำความร้อนไปเปลี่ยนน้ำเป็นก๊าชแล้วคายออกมา ดังนั้นอากาศจะร้อนแค่ไหน เราเคยสังเกตุบ้างมั้ยว่าใบไม้ที่ตากแดดตลอดเวลา เมื่อเอามือจับดูจะมีอุณหภูมิที่เย็นปกติ นั้นเพราะเกิดขบวนการคายน้ำตามที่กล่าวมาแล้ว ส่วนอีกกรณีต้นไม้ใช้น้ำที่ดูดขึ้นมา บวกกับกาชคาร์บอนไดออกไซค์ที่ใบจับได้ทั้งในอากาศและสภาพแวดล้อม อาศัยแสงแดดเป็นตัวให้พลังงานและอาศัยสีเขียวคือคลอโลฟิลเป็นตัวนำโมเลกุลของน้ำและก๊าชคาร์บอนไดออกไซค์มาจัดเรียงใหม่

ทำให้เกิดโมเลกุลของน้ำตาล และเหลือก๊าชออกซิเจนขับออกมา ซึ่งน้ำตาลดังกล่าวจะเป็นขบวนการเริ่มต้นของการนำไปแปรรูปสร้างส่วนต่างๆที่เป็น ราก ลำต้น กิ่ง ก้าน ใบ ดอก ผล ที่นี้คงพอมองเห็นขบวนการเจริญเติบโตของต้นไม่เลาๆกันแล้ว และที่สำคัญ ขบวนการดังกล่าวของพืชจะเกิดขึ้นที่ใบที่มีส่วนที่เป็นสีเขียวเท่านั้น ดังนั้นพวกที่ชอบแต่งกิ่งแต่งใบอ่านแล้วก็คงรู้ฅำตอบนะ...

ที่นี้อาจต้องสงสัยว่าพืชดึงน้ำกับสารอาหารขึ้นไปที่ใบได้อย่างไร?


ผมสอนให้พวกเราหัดสงสัยแล้วเอาข้อมูลงานวิจัยมาประกอบการทำงาน เราก็จะมองเห็นภาพที่ชัดเจนแบบง่ายๆ คือ เมื่อมีแสงแดดพืชคายน้ำเพื่อลดและควบคุมอุณหภูมิภายในของพืช และน้ำอีกส่วนหนึ่งก็ใช้ในการปรุงเป็นอาหารที่นำไปใช้ในการสร้างเซลล์ต่างๆของพืช จึงเกิดกาขาดน้ำในท่อน้ำที่มีลักษณะคล้ายๆหลักการกาลักน้ำ พอน้ำด้านหนึ่งไหลออกก็จะเกิดแรงดูดอีกด้านนึง ในพืชก็เช่นเดียวกัน

ในท่อน้ำที่เคยวาดง่ายๆเพื่ออธิบายให้เห็นภาพเวลาบรรยาย ซึ่งจะโยงผลไปถึงราก ประจวบกับการคายน้ำออกของพืชก็จะทำให้น้ำในท่อน้ำ มีความเข้มข้นกว่าด้านนอก จึงเกิดขบวนการที่เรียกว่าการดึงสารละลายความเข้มข้นต่ำมาเจือจางความความเข้มสูงในราก จึงเกิดการดึงน้ำเข้ามาในราก ทีนี้คงมองเห็นขบวนการการดูดน้ำและธาตุอาหารแล้วนะ

ดังนั้น การแต่งกิ่งแต่งใบล้วนมีผลลดทอนการปรุงอาหารและการคายน้ำของพืช อีกทั้งการประเคนปุ๋ยเคมีในปริมาณมากๆ ล้วนมีผลต่อการออสโมซีส หรือ การดูดอาหารของพืช แบบนี้หายสงสัยกันยังว่าทำไม วัสดุฟื้นฟูดิน PRM ใช้ปุ๋ยเคมีแค่นิดเดียว

พรุ่งนี้จะเขียนบทความอีกตอน เรื่องการใส่ปุ๋ย และหากอากาศปิดหลายวันมีผลต่อพืชอย่างไร? จะแก้ด้วยวิธีไหน?

บทความ : อาจารย์ ตรี รัชยุทธ วรรณศิริบุญ
นักวิชาการอิสระ และ ผู้ก่อตั้งเครือข่ายเกษตรรุ่นใหม่พัฒนา PRM

ชุดความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมศาสตร์ฟื้นฟูดิน PRM เจาะลึก สุดถึงแก่น สู่ความยั่งยืน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^
 

ศักยภาพของเศรษฐกิจพอเพียงกับชุมชนในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน | เศรษฐกิจและทุนชุมชน ตอน 18

 


ขณะที่เราสำรวจความซับซ้อนของศตวรรษที่ 21 ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นว่าการแสวงหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่มีที่สิ้นสุดทำให้เราต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในบทความนี้ เราจะมาสำรวจศักยภาพของเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนในการปูทางสู่อนาคตที่ยั่งยืน ปรัชญานี้มีรากฐานมาจากพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เน้นการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ส่งเสริมการพึ่งตนเอง ความพอประมาณ และการมีส่วนร่วมของชุมชน ด้วยการน้อมรับหลักการเหล่านี้ เราสามารถสร้างเส้นทางสู่ความยั่งยืน ความยืดหยุ่น และความเป็นอยู่ที่ดีสำหรับคนรุ่นปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะแนวทางที่ปฏิบัติได้ เพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน เศรษฐกิจพอเพียงมีรากฐานมาจากความพอประมาณ การพึ่งตนเอง และการบริโภคอย่างมีสติ โดยเน้นความสำคัญของการสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความเป็นอยู่ที่ดีภายในชุมชน โดยเน้นการพึ่งพาซึ่งกันและกันและพลังการเปลี่ยนแปลงที่ชุมชนมีในการจัดการกับความท้าทายระดับโลก

ความเข้าใจเศรษฐกิจพอเพียง

ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงถูกสร้างขึ้นจากการตระหนักว่าการบริโภคและการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดนั้นไม่ยั่งยืนในระยะยาว สนับสนุนการหาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างด้านวัตถุและจิตวิญญาณของชีวิต ส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคล ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นที่ความพอเพียง ความพอประมาณ และการบริโภคอย่างรับผิดชอบ

หลักเศรษฐกิจพอเพียง :
เศรษฐกิจพอเพียงมีศูนย์กลางอยู่ที่หลักสำคัญ 4 ประการ คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง และการฟื้นตัว หลักการเหล่านี้ส่งเสริมให้ปัจเจกบุคคลและชุมชนปรับใช้แนวทางที่สมดุลและรอบคอบในการจัดการทรัพยากร โดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในระยะยาวมากกว่าผลประโยชน์ระยะสั้น ชุมชนสามารถส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนได้ด้วยการฝึกความพอประมาณในการบริโภคและการผลิต

การพึ่งพาตนเอง : เศรษฐกิจพอเพียงเน้นการพึ่งตนเองโดยส่งเสริมให้บุคคลและชุมชนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการส่งเสริมการผลิตในท้องถิ่น ความรู้ดั้งเดิม และแนวทางปฏิบัติด้านการเกษตรแบบยั่งยืน ชุมชนสามารถลดการพึ่งพาแหล่งภายนอกและเพิ่มความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากภายนอก การพึ่งพาตนเองส่งเสริมความรู้สึกของการเพิ่มขีดความสามารถและช่วยให้ชุมชนเป็นเจ้าของเส้นทางการพัฒนาของพวกเขา

สร้างอนาคตที่ยั่งยืน

การดูแลสิ่งแวดล้อม : เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมการเคารพอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติและส่งเสริมการปฏิบัติอย่างยั่งยืนที่ลดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด ชุมชนสามารถปกป้องระบบนิเวศน์ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ด้วยการใช้การทำเกษตรอินทรีย์ แหล่งพลังงานหมุนเวียน และการลดของเสีย นอกจากนี้ แนวปฏิบัติในการจัดการที่ดินและน้ำอย่างยั่งยืนยังช่วยให้มั่นใจว่ามีทรัพยากรธรรมชาติเพียงพอสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต

ความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม : เศรษฐกิจพอเพียงตระหนักดีว่าความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวไม่ได้รับประกันความผาสุกของสังคม ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การกระจายทรัพยากรอย่างเท่าเทียมกัน การเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาล และเครือข่ายความปลอดภัยทางสังคม ชุมชนสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมของพวกเขาได้ การเสริมสร้างความสามัคคีทางสังคม การลดความเหลื่อมล้ำ และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

บทบาทของชุมชน

การสร้างทุนทางสังคม : ชุมชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมหลักเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมความร่วมมือ ความไว้วางใจ และการตัดสินใจร่วมกัน ชุมชนสามารถสร้างทุนทางสังคม ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชน เช่น การทำฟาร์มร่วมกัน การจัดการทรัพยากร และการแลกเปลี่ยนความรู้ช่วยเสริมโครงสร้างทางสังคม เพิ่มความยืดหยุ่น และส่งเสริมความรู้สึกเป็นเจ้าของและการสนับสนุนซึ่งกันและกัน

แนวทางแบบองค์รวมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน : เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมแนวทางการพัฒนาแบบองค์รวมที่มีมิติทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แทนที่จะติดตามการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยค่าใช้จ่ายใดๆ ก็ตาม เรียกร้องให้มีการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนและระบบนิเวศอย่างรอบคอบ แนวทางนี้ส่งเสริมการพัฒนาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมและยั่งยืนในท้องถิ่น โดยบูรณาการความรู้ดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อจัดการกับความท้าทายเฉพาะที่แต่ละชุมชนต้องเผชิญ

การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของชุมชน : หัวใจของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ที่พลังของชุมชน การเสริมสร้างสายสัมพันธ์ทางสังคม การส่งเสริมความร่วมมือ และการส่งเสริมความรับผิดชอบร่วมกัน ชุมชนมีความพร้อมมากขึ้นในการเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคต การริเริ่มโดยชุมชน เช่น การทำฟาร์มแบบร่วมมือ การจัดการทรัพยากรร่วมกัน และการตัดสินใจร่วมกัน ช่วยให้บุคคลสามารถรวบรวมความรู้ ทักษะ และทรัพยากรของตนเพื่อรับมือกับความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม และสร้างความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทกจากภายนอก เศรษฐกิจพอเพียงส่งเสริมให้ชุมชนนำระบบเศรษฐกิจที่หลากหลายและยืดหยุ่น การส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่น สหกรณ์ และกิจการเพื่อสังคม ชุมชนสามารถลดความเปราะบางต่อผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภายนอก และยกระดับความพอเพียงทางเศรษฐกิจ การสนับสนุนผู้ประกอบการ การพัฒนาทักษะ และการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนช่วยสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นที่แข็งแกร่งซึ่งก่อให้เกิดความมั่นคงในระยะยาว

การให้อำนาจแก่บุคคลผ่านการศึกษา : การศึกษามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกรอบความคิดและหล่อเลี้ยงสังคมที่ยั่งยืน การจัดการศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เน้นเพียงความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่ยังปลูกฝังค่านิยมและจริยธรรมที่เน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม ความรับผิดชอบต่อสังคม และการมีสติสัมปชัญญะ ด้วยการเสริมพลังให้ปัจเจกบุคคลด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างการกระทำของมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม การศึกษาเศรษฐกิจพอเพียงจะปลูกฝังนักสร้างการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นในแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืนและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน

บทบาทของรัฐบาลและนโยบาย : การนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จำเป็นต้องมีกรอบนโยบายที่สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม รัฐบาลสามารถกระตุ้นการปฏิบัติอย่างยั่งยืนผ่านนโยบายการคลัง ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่ชุมชน และสร้างกฎระเบียบที่ส่งเสริมการบริโภคและการผลิตอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในนโยบายระดับชาติ รัฐบาลสามารถชี้นำสังคมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนและครอบคลุมยิ่งขึ้น

กรณีศึกษาแห่งความสำเร็จ : ชุมชนจำนวนมากทั่วโลกได้ยอมรับหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมีชีวิตและประสิทธิผลของแนวทางนี้ ตั้งแต่หมู่บ้านเชิงอนุรักษ์ในยุโรปไปจนถึงชุมชนเชิงเกษตรในละตินอเมริกา ตัวอย่างเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาตนเอง ความพอประมาณ และการมีส่วนร่วมของชุมชนสามารถนำไปสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นที่เจริญรุ่งเรือง ระบบนิเวศที่ได้รับการฟื้นฟู และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โดยสรุป : ศักยภาพของเศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนนั้นยิ่งใหญ่มาก การเปลี่ยนโฟกัสของเราจากการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งไปสู่ความเป็นอยู่ที่ดีแบบองค์รวม เราสามารถส่งเสริมชุมชนที่ฟื้นตัวได้ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และรับประกันอนาคตที่ยั่งยืนและมั่งคั่งสำหรับทุกคน ด้วยภูมิปัญญาของเศรษฐกิจพอเพียง เรามีโอกาสสร้างสังคมที่ให้คุณค่ากับคุณภาพชีวิตเหนือทรัพย์สินทางวัตถุ หวงแหนมรดกทางธรรมชาติของเรา และปลูกฝังความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างสิ่งมีชีวิตทั้งหมดอย่างลึกซึ้ง เราสามารถร่วมกันสร้างเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนและกลมกลืนกันอย่างแท้จริง การยอมรับหลักการของความพอประมาณ การพึ่งพาตนเอง และความยืดหยุ่น ชุมชนสามารถสร้างรากฐานสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งเน้นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมแบบองค์รวม ด้วยการดำเนินการร่วมกัน การแก้ปัญหาเฉพาะพื้นที่ และการบ่มเพาะทุนทางสังคม ชุมชนสามารถเปลี่ยนตนเองให้กลายเป็นหน่วยงานที่มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ซึ่งมีส่วนสร้างโลกที่เท่าเทียมและยืดหยุ่นมากขึ้น โดยการบูรณาการหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับจิตสำนึกส่วนรวม ทำให้เราสามารถสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นหลังได้นะครับผม...^_^

บทความโดย ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม