บูนาดารา เมื่อการ "กอดป่า"
ไม่ได้เยียวยาแค่ธรรมชาติ แต่เยียวยาหัวใจของผู้คน
"บางครั้ง...สิ่งที่มนุษย์กำลังขาด ไม่ใช่เงิน..." แต่คือ...พื้นที่ที่ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีคุณค่า..ผมอยากชวนทุกคนลองหลับตาสักครู่...แล้วนึกถึงสถานที่แห่งหนึ่ง...ไม่มีห้างสรรพสินค้า...ไม่มีตึกระฟ้า...ไม่มีแสงไฟระยิบระยับ...มีเพียงเสียงลม...เสียงคลื่น...เสียงนก...และป่าชายเลนที่กำลังหายใจ...ถ้าสถานที่แบบนี้ทำให้คุณรู้สึกสงบ...
ผมอยากบอกว่า...ที่นั่นอาจไม่ได้กำลังรักษา "ธรรมชาติ" แต่มันกำลังรักษา "เรา" วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จักสถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี...ชื่อว่า...
"บูนาดารา"
และนี่ไม่ใช่เรื่องของการท่องเที่ยว...แต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนคำว่า "มูลค่า" ให้กลายเป็น "คุณค่า" ทุกสรรพสิ่ง...ล้วนมีแง่งาม เราเคยเชื่อว่า... ชุมชนจะพัฒนาได้ ต้องมีงบประมาณ ต้องมีนักลงทุน ต้องมีโครงการใหญ่ ต้องสร้างของใหม่ แต่บูนาดารา... สอนผมอีกแบบหนึ่ง เขาไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า "เราจะสร้างอะไร" แต่เริ่มจากคำถามที่เรียบง่ายกว่า "เรามีอะไรอยู่แล้ว...ที่ยังไม่มีใครเห็น?" เพียงคำถามเดียว...ก็เปลี่ยนทั้งชุมชน
หมู่บ้านร้าง...ที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผู้นำชุมชนคนหนึ่ง...ชื่อ "บังมะเยะ" เขาไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่เขาเลือกจะรักพื้นที่แห่งนี้เหมือนบ้านของตัวเอง สิ่งแรกที่เขาทำ... ไม่ใช่สร้างอาคาร ไม่ใช่สร้างแลนด์มาร์ก แต่สร้าง... "ความหมาย"
คำว่า บูนา คือชื่อหมู่บ้านเดิม...ที่วันนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว มันคือหมู่บ้านที่ตายไปจากแผนที่ แต่เขาเลือกชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่ ส่วนคำว่า ดารา มาจากคำในภาษามลายู แปลว่า..."ต้นพุทรา" เมื่อสองคำมารวมกัน จึงเกิดเป็น Buna Dara ชื่อที่ฟังดูเป็นสากล มีกลิ่นอายอาเซียน จำง่าย เล่าเรื่องได้และทำให้ผู้คนอยากรู้จัก ลองคิดดูนะครับ...คนส่วนใหญ่สร้างแบรนด์จากสิ่งใหม่ แต่ที่นี่...สร้างแบรนด์จาก "ความทรงจำ"
คนรวยที่สุด...ไม่ใช่คนที่มีเงินมากที่สุด แต่คือคนที่มองเห็น "ทุน" ที่คนอื่นมองไม่เห็น อ่าวเก่า...ที่เคยเผาเปลือกหอยทำปูน กลายเป็นห้องเรียนธรรมชาติ ป่าชายเลน...กลายเป็นมหาวิทยาลัยกลางแจ้ง เรือกอและ...กลายเป็นผลงานศิลปะ มันญี่ปุ่น...กลายเป็นสินค้าส่งร้านสะดวกซื้อระดับประเทศ ชันโรง...กลายเป็นธุรกิจที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ ไม่มีอะไรถูกสร้างขึ้นจากศูนย์ ทุกอย่าง... เกิดจากการมองเห็น "คุณค่า" ในสิ่งเดิม แล้วเติม "ความคิด" ลงไป
ประโยคหนึ่ง...ที่ผมไม่มีวันลืม บังมะเยะพูดว่า
"อย่าทำเพื่อสังคมอย่างเดียว ทำแล้วต้องทำเพื่อตัวเองด้วย
แต่เมื่อเราทำเพื่อตัวเอง ก็ต้องทำให้ชุมชนได้ประโยชน์ไปพร้อมกัน"
ฟังดูธรรมดา...แต่เปลี่ยนวิธีคิดทั้งชีวิต เพราะการพัฒนาที่แท้จริง ไม่ใช่การเสียสละจนตัวเองล้มแต่คือการสร้างระบบที่ทุกคนเติบโตไปด้วยกัน
ความโปร่งใส...คือรั้วที่แข็งแรงที่สุด หลายคนคิดว่า รั้วสร้างจากปูน แต่บูนาดารา... สร้างรั้วจาก "ความไว้ใจ" รายได้ทุกบาท ตรวจสอบได้ ชุมชนแบ่งรายได้ 10% คืนกลับไปช่วย เด็กกำพร้า ผู้ยากไร้ และมัสยิดทันทีที่ชาวบ้านเห็นว่า ผลประโยชน์ไม่ได้เข้ากระเป๋าใคร แต่กลับมาหาลูกหลานของตัวเอง ความระแวงก็หายไป คนทั้งหมู่บ้าน จึงกลายเป็นเจ้าของร่วม ไม่มีใครเป็นผู้ชมอีกต่อไป ทุกคนคือผู้สร้าง
การท่องเที่ยว...ที่ไม่ได้พาคนมา " ใช้ " แต่พาคนมาช่วย นักศึกษากลุ่มหนึ่งจากกรุงเทพฯ ไม่ได้มาเพื่อเล่นน้ำ ไม่ได้มาถ่ายรูป แต่เช่าเรือ... เพื่อออกไปเก็บขยะ ลองคิดดูครับ วันที่คนยอมจ่ายเงิน เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม วันนั้น... ขยะ ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไป แต่มันกลายเป็น "โอกาสในการสร้างคน" และที่น่าทึ่งยิ่งกว่า คนที่มาปลูกต้นไม้ ยังสามารถกลับมาเยี่ยม ต้นไม้ของตัวเองในปีถัดไป การปลูกป่า จึงไม่ใช่กิจกรรมครั้งเดียว แต่มันสร้าง "ความผูกพัน" ระหว่างคนกับธรรมชาติ
ปริญญา... ไม่ได้มีแค่ในมหาวิทยาลัย ที่บูนาดารา ชาวบ้านที่เรียนจบประถม สามารถยืนบรรยาย ให้คนจบปริญญาโท ปริญญาเอก นั่งฟังได้เพราะพวกเขามี "ปริญญาชีวิต" ช่างเพ้นท์เรือ ที่ไม่เคยเรียนศิลปะ สร้างงานที่ไม่มีใครลอกได้ ชาวประมง อธิบายระบบนิเวศ ได้ดีกว่าหนังสือหลายเล่ม ภูมิปัญญา จึงไม่ใช่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่คือการลงมือใช้ชีวิต และวันนี้ ภูมิปัญญาเหล่านั้น สร้างรายได้ สร้างศักดิ์ศรี และสร้างความภาคภูมิใจ กลับคืนสู่เจ้าของความรู้
ศาสนา... ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือเข็มทิศ ที่นี่... ธุรกิจหยุดได้ เพื่อให้ผู้คนไปละหมาดวันศุกร์ นักท่องเที่ยวแต่งกายให้เกียรติชุมชน ทุกคนเรียนรู้ ที่จะเคารพความแตกต่าง แทนที่จะพยายามเปลี่ยนกัน เพราะการพัฒนา ไม่จำเป็นต้องทำลายอัตลักษณ์ ตรงกันข้าม อัตลักษณ์ ต่างหาก ที่ทำให้ผู้คนเดินทางมาหา
สุดท้าย...ผมไม่ได้อยากให้ทุกคนไปเที่ยวบูนาดาราเท่านั้น แต่ผมอยากให้ทุกคน กลับไปมอง "บ้านของตัวเอง" ลองถามตัวเองว่า ชุมชนของเรา มีอะไร ที่เรามองข้าม มีเรื่องราวอะไร ที่ยังไม่มีใครเล่า มีภูมิปัญญาอะไร ที่ยังไม่มีใครเห็น เพราะบางที... ขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด อาจไม่ได้อยู่ใต้ดิน แต่อยู่ใต้ความเคยชินของเราเอง บูนาดาราไม่ได้สอนให้เราปลูกป่า แต่สอนให้เราปลูก "ความหวัง" ไม่ได้สอนให้สร้างธุรกิจ แต่สอนให้สร้าง "ผู้คน" ไม่ได้สอนให้ไล่ล่ามูลค่า แต่สอนให้ค้นหา คุณค่า และเมื่อคุณค่าเกิดขึ้นมูลค่า...จะเดินตามมาเอง
ผมเชื่อว่า...ทุกชุมชนในประเทศไทย ล้วนมี "บูนาดารา" ซ่อนอยู่ คำถามจึงไม่ใช่ว่า...
เรามีต้นทุนหรือไม่ แต่คือ... เรากล้ามองเห็นคุณค่าของต้นทุนนั้นแล้วหรือยังนั่นเองครับ...
ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.
ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย | ตอนที่ 1
ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย | ตอนที่ 2
หมายเหตุ :
เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ คุณ มะเยะ แดเมาะ ประธานชุมชนท่องเที่ยวบูนาดารา ในหัวข้อเรื่อง ท่องเที่ยวชุมชนบูนาดารา กอดป่าให้หายเหนื่อย จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.40
หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ คุณ มะเยะ แดเมา เป็นอย่างสูง
สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...
เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล
- โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
- ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน
- Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change
คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน
รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย
เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน
เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน
- ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
- ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
- สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...
เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน
เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?











