Gold VS Dollar ดอลลลาร์สหรัฐฯ หนึ่งในปัจจัยกำหนดราคาทองคำ ขึ้น-ลง | ลงทุนในทองคำ - Gold Investment


Gold VS Dollar
ดอลลลาร์สหรัฐฯ หนึ่งในปัจจัยกำหนดราคาทองคำ ขึ้น-ลง

เมื่อกล่าวถึงค่าเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ คงไม่มีใครในโลกนี้ที่ไม่รู้จักสกุลเงินที่ยิ่งใหญ่ที่ใช้เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนเงินตรากันทั่วโลก และที่สำคัญ ค่าเงินดอลลาร์เปรียบเสมือนค่าเงินกลางในการแลกเปลี่ยนเงินตราที่หลายๆ ประเทศต่างให้การยอมรับมากที่สุด เพราะสิ่งนี้จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีผลต่อราคาทองคำเพราะทองคำ เป็นตัวการันตี ค่าเงินและเงินทุนสำรองในแต่ละประเทศ

ถึงแม้ว่าในบางประเทศจะเลิกใช้ทองคำเป็นทุนสำรองและหันมาถือค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐแทน เนื่องจาก การถือค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะไดรับดอกเบี้ย และการถือทองคำไม่มีดอกเบี้ยนั้นเอง แต่ถึงอย่างไรราคาทองคำก็ยังอิงกับราคาค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเหมือนเดิมเพราะค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินที่ใหญ่และใช้กันทั้วโลก จึงเป็นสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยทั่วไปราคาทองคำจะเพิ่มขึ้น เมื่อค่าเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง เนื่องจากทั้งเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ และทองคำต่างก็เป็นเงินตราที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเหมือนกัน (Currency) ด้วยความที่ค่าเงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลหลักที่มีความน่าเชื่อถือส่งผลให้ราคาทองคำกับค่าเงินดอลลาร์วิ่งสวนทางกันเสมอเปรียบเสมือนเสือสองตัวอยู่ในถ่ำเดียวกันไม่ได้ เมื่อค่าเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ มีสัญญาณอ่อนค่าลง ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ที่ถือครองค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐจะกระจายความเสี่ยง โดยแบ่งเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น เช่น เงินสกุลอื่นๆ อาทิ ยูโร, เยนญี่ปุ่น สินทรัพย์อื่นๆ เช่น หุ้น  ตราสาร เป็นต้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้แต่ละประเทศจะหันไปถือครองทองคำเป็นส่วนใหญ่จึงส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นด้วย การที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ย่อมส่งผลดีต่อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่สามารถเก็บมูลค่าและพยุงราคาตัวมันเองได้ ไม่เหมือนราคาน้ำมันและสินทรัพย์อื่นๆ ขึ้นแล้วลง เพราะน้ำมันไม่สามารถพยุงตัวมันเองได้ กล่าวง่ายๆคือคุณค่าในตัวมันเองที่ต่างกัน ทองคำมีคุณค่าในตัวมันเองมากกว่าน้ำมัน ทำให้กระแสเงินของแต่ละประเทศต่างไหลเข้าสู่ทองคำส่งผลให้ทองคำมีราคาเพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากการประกาศใช้มาตรการ QE (Quantitative Easing) ที่ผ่านๆมา ส่งผลให้ปริมาณเงินดอลลาร์ในระบบเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและลดลงอย่างรวดเร็วในทางกลับกันก็ผลักดันให้ผู้คนหันไปซื้อทองคำมากขึ้น  เพราะการซื้อทองคำเป็นการป้องกันความเสี่ยงในมูลค่าของเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลงและอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงทั้งนี้นักลงทุนทองคำ ควรติดตามข่าวและประกาศต่างๆ ของ FED ธนาคารกลางสหรัฐ เพื่อกำหนดทิศทางการลงทุนที่แม่นยำมากขึ้น

ดูเหมือนว่าทองคำคือสิ่งการันตีความมั่นคงทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศได้เป็นอย่างดี และป้องกันการผันผวนของค่าเงิน ปัจจุบันประเทศต่างๆจึงเร่งระดมสะสมทองคำกันมากขึ้นเพื่อเป็นทุนสำรองของประเทศ เพราะเมื่อ มูลค่าของเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯด้อยค่า อ่อนค่า ไร้ค่า และผันผวน ขึ้นเมื่อใด ทองคำจะเป็นตัวการันตีความมั่งคั่งของประเทศได้เป็นอย่างดี โดยพิจารณาจาก US Dollar Index ก็ได้ เมื่อเกิดวิกฤต ราคาทองคำโลกจะสูงขึ้นเพราะนักลงทุนจะโยกเงินจากดอลลาร์สหรัฐ เข้ามาซื้อทองคำเพราะเป็นที่พักเงินที่ปลอดภัย ทั้งนี้ด้วยเหตุและผลทั้งปวงทองคำจึงเป็นสิ่งที่เราควรลงทุนจริงไหม๊ครับ ..... ^_^

6 ข้อดี ของการลงทุนในทองคำ | ลงทุนในทองคำ - Gold Investment

6 ข้อดี ของการลงทุนในทองคำ

ทองคำ (อังกฤษ: gold) คือธาตุเคมีชนิดหนึ่งที่มีหมายเลขอะตอม 79 และแทนสัญญาลักษณ์ด้วย AU ที่ได้มาจากภาษาละตินว่า aurum ทองคำยังเป็นธาตุโลหะทรานซิซันสีเหลืองทองมันวาว เนื้ออ่อนนุ่ม อีกทั้งทองคำยังนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านทุนสำรองระหว่างประเทศ ใช้เป็นหลักประกันทางการคงคลังของประเทศ ใช้ค้ำประกันในการผลิตเงินตรา ใช้ทำเครื่องประดับ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ อิเล็กทรอนิกส์ ทันตกรรม และอื่นๆ ทองคำจึงเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และยังเป็นที่นิยมนำมาลงทุนเพื่อเสริมความมั่งคั้งทางด้านเพิ่มพูนสินทรัพย์ความมั่งคงกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งผมจะสรุปให้ไว้ 6 ข้อดังนี้นะครับ ^_^

 1 -    ทองคำมีความคงทนอันทรงคุณค่า และมีความเป็นอมตะ ทองคำคือแร่ธาตุที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมีความมันวาว สวยงาม ไม่เป็นสนิม ตีเป็นแผ่นได้ ทองคำบริสุทธิ์ 1 ทรอยออนซ์ สามารถดึงเป็นเส้นลวดยาวได้ถึง 8 กิโลเมตร ไม่ทำปฏิกิริยากับสารเคมี แต่ทำปฏิกิริยากับน้ำประสานทอง มีความเป็นอมตะอันทรงคุณค่า คงทนอยู่ได้ในทุกยุค ทุกสมัย มานับพันๆปี มนุษย์จึงใช้ทองคำเพื่อนำมาแลกเปลี่ยน ลงทุน และรับประกันเงินตราในแต่ละประเทศ

 2 -    ทองคำให้ผลตอบแทนในการลงทุนที่ดีและคุ้มค่าในทุกยุคทุกสมัยจากอดีตที่ผ่านมาเป็นข้อยืนยันได้อย่างหนึ่งว่าทองคำนับวันจะมีราคาแพงสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะต้นทุนในการผลิตที่เพิ่มขึ้น ความนิยมและนำเข้าทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะ ประเทศอินเดีย ประเทศจีน และ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีความต้องการทองคำถึง 40 เปอร์เซ็นของทองคำที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงทำให้ทองคำมีต้นทุนที่สูงขึ้น ความนิยมที่สูงขึ้น และยังระดมเก็บไว้ใช้ในการรับประกันค่าเงินในแต่ละประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อสร้างเสถีรภาพของประเทศตนเอง มีความผันผวนทางราคาน้อย ทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ราคาทองคำวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดเมื่อเทียบกับการลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ

3 -    ลดความเสี่ยงทางด้านการลงทุน เพราะทองคำมีความมั่นคงสูง ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนที่น้อยกว่า หุ้น การแลกเปลี่ยนอัตราค่าเงิน และการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ แต่กลับให้ค่ากำไรค่าความตอบแทนที่ดี และยังมีคุณสมบัติโดดเด่น อาทิ มีความมันวาวสีสันสวยงามตามธรรมชาติ มีความคงทนสูง ไม่เป็นสนิม ไม่หมอง ไม่ผุกร่อน ถึงแม้กาลเวลาจะผ่านไปเป็นพันๆปีก็ตาม และไม่มีต้นทุนในการบำรุงรักษา อีกทั้ง ทองคำยังเป็นสิ่งที่หายาก กว่าจะได้ทองคำ 1 ทรอยออนซ์ ต้องถลุงก่อนแร่เป็นหลายๆตันและยังต้องขุดลงไปเป็นหลายๆสิบเมตร เอกลักษณ์ของทองคำอีกอย่างคือ สามารถนำมาหลอมกลับมาใช้ใหม่ได้ ตามความต้องการ ปัจจัยเหล่านี้เป็นข้อชี้วัดอย่างหนึ่งของทองคำที่มีความมั่นคงสูง ปัจจุบันจึงมีผู้นิยมลงทุนในทองคำกันมากขึ้นเรื่อยๆ

 4 -    ทองคำเป็นสินทรัพย์ลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน ปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่หันมาเพิ่มทองคำในพอร์ตการลงทุนเพื่องป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจาก วิกฤตกาลและความผันผวน เพราะในทุกๆครั้งที่โลกเกิดวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นสงคราม ก่อการร้าย วิกฤตราคาน้ำมัน วิกฤตอาหาร และอื่นๆ ทองคำจะมีอัตราราคาที่พุ่งขึ้นโดยทันที นักลงทุนจะหันไปลงทุนในทองคำโดยทันที เพราะทองคำคือสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากที่สุดที่ค้ำประกันความมั้งคั้ง ในสถานะการนั้นๆได้

5 -    ทองคำมีความหลากหลายช่องทางในการลงทุน ปัจุบันทองคำมีช่องทางการลงทุนหลายรูปแบบ และยังมีการอำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุนทั้งในแบบ ออฟไลน์ และ ออนไลน์ ช่องทางการลงทุนที่นิยมของนักลงทุนทองคำส่วนใหญ่ แบ่งออกเป็น 6 ประเภทดังนี้นะครับ อาทิ
1 -    การลงทุนทองคำ ซื้อขายทองคำผ่านร้านทอง   
2 -    การลงทุนทองคำ ผ่านโทรศัพท์ และระบบออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต
3 -    การลงทุนทองคำ ผ่านกองทุนรวม
4 -    การลงทุนทองคำ ผ่านตลาด Gold Future
5 -    การลงทุนทองคำ ผ่านตลาด CFD (การซื้อขายส่วนต่าง Contract For Difference)
6 -    การลงทุนทองคำ แบบการออมทองคำ DCA  (การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน dollar-cost averaging)
(ส่วนรายละเอียดในการลงทุนทองคำในแต่ละประเภทและ ข้อดี ข้อเสีย ผมจะมาอธิบายในบทความต่อๆไปนะครับ)

6 -    ลงทุนทองคำป้องกันทรัพย์สินของคุณจากสถานการณ์ภาวะอัตราเงินเฟ้อ ภาวะเงินเฟ้อ คือตัวแปรสำคัญที่สะท้อนปัญหาทางด้านเศรฐกิจ เมื่อราคาอุปโภค บริโภคสูงขึ้น เงินเฟ้อก็จะสูงขึ้น และจะผลักดันราคาทองคำให้สูงขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ ดูเหมือนว่ามันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันของราคาทองคำกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น แต่ความเป็นจริงในอดีตที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเมื่ออัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1 เปอร์เซ็น ราคาทองคำก็จะวิ่งขึ้น 1 เปอร์เซ็น ในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถึงแม้ จะมีการคลาดเคลื่อนบ้างแต่ถึงอย่างไร อัตราเงินเฟ้อกับราคาทองคำต้องวิ่งตามกันมาโดยตลอด และนี่ละครับที่นักลงทุนหันมาลงทุนในทองคำกันมากขึ้นเพราะทองคำคือสินทรัพย์ที่สร้างผลกำไรและเป็นที่พักเงินจากการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในการลงทุน

เมื่อนับว่าดีทั้ง 6 ข้อดีของการลงทุนในทองคำแล้ว ก็อย่าลืม หันมาสนใจลงทุนในทองคำกันบ้างนะครับ เพราะทองคำคือที่พักเงินของคุณที่ปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าวันหนึ่งเงินที่ท่านถืออยู่ในมือมันไร้ค่ากลายเป็นเพียงเศษกระดาษแผ่นหนึ่ง ถึงตอนนั้นทองคำก็ยังมีราคาคงคุณค่าตลอดไป เพราะทองคำคือ สินทรัพย์ค้ำประกันความมั่งคั้งของคุณ นั้นเอง..... ^_^ 


Article by : ดลรวี ภัทรกุลพิมล
Bloger : http://www.dolravee.com/
Facebook : https://goo.gl/qNF1ak
Youtube : https://goo.gl/F6d8A4
Twitter : https://goo.gl/4cFV6T
Google+ :  https://goo.gl/UNkNBr
==========================

บทความที่ได้รับความนิยม