28 ปี สถาบันพระปกเกล้า เมื่อภารกิจสร้าง “พลเมือง” ต้องเดินออกจากห้องเรียน
A-List รุ่นที่ 1 กับคำถามสำคัญของประเทศไทย สถาบันจะสร้างคนแบบไหน เพื่อรับมือโลกที่กำลังเปลี่ยน? 5 กันยายน 2569 ในวันที่สถาบันพระปกเกล้าเดินทางมาถึงวาระครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนา สิ่งที่น่าคิดอาจไม่ใช่เพียงว่า สถาบันแห่งนี้เดินทางมาไกลแค่ไหน
แต่คือ… ตลอด 28 ปีที่ผ่านมา สถาบันสร้าง “พลเมือง” แบบไหนให้กับประเทศไทย เพราะโลกวันนี้ไม่ได้กำลังเผชิญเพียงวิกฤตเศรษฐกิจ การเมือง หรือเทคโนโลยี แต่กำลังเผชิญวิกฤตที่ลึกกว่านั้น นั่นคือ วิกฤตของความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสังคม
เรามีข้อมูลมากขึ้น แต่กลับเข้าใจกันน้อยลง เราสื่อสารกันได้เร็วขึ้น แต่การรับฟังกันกลับลดลง เรามีเทคโนโลยีที่ทรงพลังขึ้น แต่ปัญหาความเหลื่อมล้ำยังคงอยู่ ในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม การสร้างประเทศจึงไม่อาจฝากความหวังไว้กับ “ผู้มีอำนาจ” เพียงไม่กี่คน โจทย์ใหญ่กว่านั้นคือจะทำอย่างไรให้ประชาชนธรรมดา กลายเป็นพลังที่สามารถร่วมออกแบบอนาคตของประเทศได้ และนี่เอง คือจุดที่คำว่า “ผู้นำพลเมืองยุคใหม่” เริ่มมีความหมายมากกว่าคำสวยหรูในหลักสูตร
28 ปีของสถาบันพระปกเกล้า จึงไม่ควรถูกมองเพียงเป็นตัวเลข
วันที่ 5 กันยายนของทุกปี จึงไม่ใช่เพียงวันแห่งการเฉลิมฉลอง แต่เป็นโอกาสให้สังคมย้อนกลับมาถามว่า การเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตยและพลเมือง ได้เดินทางออกจากห้องเรียนไปถึงชีวิตจริงของประชาชนแล้วหรือยัง เพราะคำว่า “พลเมือง” ไม่ได้หมายถึงเพียงคนที่มีบัตรประชาชน แต่มันหมายถึงคนที่ตระหนักว่า ตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียกับสังคม เห็นปัญหาและไม่เดินผ่าน เห็นความไม่เป็นธรรมและไม่คิดว่าไม่ใช่เรื่องของตน เห็นความแตกต่างและเลือกที่จะพูดคุยมากกว่าผลักคนออกไป
พลเมืองในความหมายนี้จึงไม่ใช่ “ผู้รับบริการ” ของประเทศ แต่คือ “ผู้ร่วมสร้างประเทศ” และนี่คือภารกิจที่ท้าทายขึ้นทุกวัน เพราะประเทศไทยไม่ได้ขาดคนเก่ง แต่คำถามคือ… เรามีคนที่พร้อมใช้ความเก่งเพื่อส่วนรวมมากพอหรือยัง
A-List รุ่นที่ 1 ห้องเรียนที่กำลังทดลองตอบโจทย์ “ผู้นำพลเมืองยุคใหม่”
ท่ามกลางคำถามเหล่านี้ การเกิดขึ้นของหลักสูตร ประกาศนียบัตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 1 หรือ A-Lis จึงน่าสนใจ ไม่ใช่เพราะคำว่า “A-List” ฟังดูพิเศษ แต่เพราะโจทย์ของหลักสูตรพยายามพาคนออกจากกรอบเดิมของคำว่า “ผู้นำ”
ผู้นำในโลกเก่าอาจหมายถึงคนที่อยู่บนสุดขององค์กร แต่ผู้นำในโลกใหม่อาจเป็นคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างปัญหา ผู้คน และโอกาส อาจเป็นคนตัวเล็ก ๆ ในชุมชน อาจเป็นคนทำงานธรรมดา อาจเป็นคนรุ่นใหม่ อาจเป็นคนที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมืองเลยด้วยซ้ำ แต่มีสิ่งหนึ่งเหมือนกัน คือความเชื่อว่า “ฉันสามารถทำอะไรบางอย่างให้สังคมดีขึ้นได้” นั่นต่างหาก คือจุดเริ่มต้นของความเป็นพลเมือง
A-List - Anyone can be on the list.
ประโยคสั้น ๆ ที่กำลังท้าทายวิธีคิดเรื่องผู้นำหากตีความคำว่า A-List ในแบบเดิม มันอาจหมายถึงรายชื่อของคนกลุ่มพิเศษ แต่แนวคิดของ A-List กลับวางโจทย์ไว้ต่างออกไป Anyone can be on the list.
ทุกคนสามารถอยู่ในรายชื่อได้ ประโยคนี้สำคัญ เพราะมันกำลังรื้อกำแพงระหว่างคำว่า “ผู้นำ” กับ “ประชาชน” มันกำลังบอกว่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครแต่งตั้งคุณเป็นผู้นำ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีตำแหน่ง ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอำนาจ และไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอนุญาต เพราะการเป็นผู้นำพลเมืองเริ่มต้นจากการลงมือทำ คนหนึ่งคนอาจเริ่มจากปัญหาเล็ก ๆ ในชุมชน อีกคนอาจเริ่มจากการสร้างธุรกิจที่เปิดโอกาสให้คนอื่น อีกคนอาจเริ่มจากการสร้างพื้นที่ให้เด็กได้เรียนรู้ อีกคนอาจเริ่มจากการตั้งคำถามต่อนโยบายสาธารณะ สิ่งเหล่านี้อาจดูต่างกัน แต่มีแก่นเดียวกัน คือ การเปลี่ยนสถานะจาก “คนที่มองเห็นปัญหา” ไปเป็น “คนที่ลงมือจัดการกับปัญหา”
เพราะการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด อาจไม่ได้เกิดขึ้นตอนนั่งฟัง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรามักเข้าใจคำว่า “การศึกษา” ผ่านภาพของห้องเรียน หนังสือ คะแนนสอบ และใบประกาศ แต่การศึกษาพลเมืองอาจไม่ใช่แบบนั้น เพราะหากเรียนรู้เรื่องประชาธิปไตย แต่ไม่กล้าฟังคนเห็นต่าง เรียนรู้เรื่องสังคม แต่ไม่เคยลงไปสัมผัสชีวิตของคนตัวเล็ก เรียนรู้เรื่องนโยบาย แต่ไม่เคยถามว่ากระทบชีวิตประชาชนอย่างไร
ความรู้ก็อาจยังคงเป็นเพียง “ความรู้” สิ่งที่ A-List น่าสนใจจึงอยู่ที่แนวคิด เรียนรู้ • ร่วมสร้าง • เปลี่ยนแปลง สามคำนี้ไม่ได้เรียงกันโดยบังเอิญ เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน มักเริ่มจากการยอมรับว่า “ฉันยังไม่รู้ทุกอย่าง” จากนั้นจึงเปิดพื้นที่ให้เกิดการเรียนรู้ เมื่อเรียนรู้มากขึ้น ก็เห็นว่าปัญหาหนึ่งเรื่องมีหลายมิติ เมื่อเห็นหลายมิติ ก็รู้ว่าคนคนเดียวแก้ไม่ได้ จึงต้อง “ร่วมสร้าง” และเมื่อความรู้ถูกนำมาผนวกกับความร่วมมือ จึงเกิดสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ “การเปลี่ยนแปลง”
ประเทศไทยไม่ได้ต้องการเพียง “คนเก่ง”
แต่ต้องการคนที่เชื่อม “ความเก่ง” เข้ากับ “ประโยชน์สาธารณะ” โจทย์นี้อาจเป็นหนึ่งในโจทย์ที่หนักที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้ เพราะโลกกำลังเดินเข้าสู่ยุคที่ความซับซ้อนเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัญหาหนึ่งเรื่องไม่สามารถแยกออกจากอีกเรื่องหนึ่งได้ ความเหลื่อมล้ำเชื่อมโยงกับการศึกษา การศึกษาเชื่อมโยงกับโอกาส โอกาสเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ เศรษฐกิจเชื่อมโยงกับแรงงาน แรงงานเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิต และทั้งหมดเชื่อมโยงกลับมาที่นโยบายสาธารณะ
ดังนั้น ผู้นำยุคใหม่จึงไม่สามารถคิดแบบ “แยกส่วน” ได้อีกต่อไป ต้องเห็นทั้งระบบ ต้องเข้าใจคน ต้องอ่านบริบท ต้องฟังผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และต้องทำงานกับคนที่คิดไม่เหมือนตัวเองให้ได้ นี่คือเหตุผลว่า ทำไมผู้นำพลเมืองยุคใหม่จึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่พูดเสียงดังที่สุดในห้อง แต่อาจเป็นคนที่ ทำให้คนหลายฝ่ายกลับมานั่งโต๊ะเดียวกันได้นั่นเองครับ...
จาก A-List รุ่นที่ 1 สู่คำถามใหญ่กว่าเดิม
เมื่อเรียนรู้แล้ว จะเปลี่ยนอะไร? ในวาระ “28 ปี สถาบันพระปกเกล้า” นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้นำพลเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ 1 ร่วมแสดงความยินดี พร้อมถ่ายทอดความเคารพ ความผูกพัน และความภาคภูมิใจในฐานะนักศึกษาของสถาบัน ภาพนี้อาจดูเป็นเพียงกิจกรรมแสดงความยินดี แต่หากมองให้ลึกลงไป มันสะท้อนบางสิ่งที่มากกว่านั้น นั่นคือความสัมพันธ์ระหว่าง “สถาบัน” กับ “ผู้เรียน”
สถาบันอาจมอบความรู้ให้กับผู้เรียน แต่เมื่อผู้เรียนเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว คำถามคือ… เขาจะนำความรู้นั้นกลับคืนสู่สังคมอย่างไร นี่คือบททดสอบที่แท้จริงของการเรียนรู้ ไม่ใช่การจำได้มากแค่ไหน แต่คือ สร้างอะไรได้บ้าง ไม่ใช่พูดเรื่องสังคมได้ดีเพียงใด แต่คือ ลงมือทำอะไรให้สังคม และไม่ใช่แค่รู้ว่าประเทศมีปัญหาอะไร แต่คือ เราเลือกจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา หรือส่วนหนึ่งของคำตอบ
28 ปีข้างหน้า อาจไม่ได้วัดกันที่ “สิ่งที่สร้าง” แต่ที่ “คนที่สร้าง”
ถ้ามองย้อนกลับไป 28 ปี สถาบันพระปกเกล้าคือเรื่องราวของการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ แต่ถ้ามองไปข้างหน้า โจทย์อาจยากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่โลกที่ความเปลี่ยนแปลงจะไม่ได้เกิดเป็นครั้ง ๆ แต่มันจะเกิดขึ้นตลอดเวลา เทคโนโลยีใหม่เข้ามา อาชีพใหม่เกิดขึ้น โครงสร้างประชากรเปลี่ยน รูปแบบเศรษฐกิจเปลี่ยน ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนเปลี่ยน และความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ก็เปลี่ยน คำถามจึงไม่ใช่แค่ “เราจะปรับตัวอย่างไร?”
แต่คือ “เราจะสร้างคนแบบไหนให้สามารถนำการเปลี่ยนแปลงได้?” นี่คือความท้าทายของการสร้างผู้นำพลเมืองในยุคใหม่ และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ A-List รุ่นที่ 1 ไม่ควรถูกมองเพียงในฐานะ “นักศึกษารุ่นแรก” แต่ควรถูกมองว่าเป็น หนึ่งในกลุ่มคนที่กำลังทดลองสร้างนิยามใหม่ของคำว่า “ผู้นำ”
เพราะอนาคตของประเทศ ไม่ได้อยู่ในมือของ “คนเก่งที่สุด” เพียงไม่กี่คน
ท้ายที่สุดแล้ว 28 ปีของสถาบันพระปกเกล้า อาจไม่ได้มีความหมายเพียงในฐานะประวัติศาสตร์ของสถาบันแห่งหนึ่ง แต่มันคือคำถามว่า สังคมไทยต้องการ “พลเมือง” แบบไหนในวันที่โลกเปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และคำตอบอาจไม่ใช่คนที่รู้ทุกอย่าง แต่อาจเป็นคนที่ พร้อมเรียนรู้ตลอดเวลา ไม่ใช่คนที่คิดเหมือนทุกคน แต่เป็นคนที่ ทำงานกับความแตกต่างได้ ไม่ใช่คนที่รอให้ระบบเปลี่ยน
แต่เป็นคนที่ กล้าลงมือเปลี่ยนระบบ และไม่ใช่คนที่ถามเพียงว่า “ประเทศให้อะไรกับฉัน?” แต่กล้าถามกลับว่า “ฉันจะให้อะไรกับประเทศนี้ได้บ้าง?” นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ จาก “ผู้เรียน” สู่ “ผู้ลงมือทำ” จาก “ประชาชน” สู่ “พลเมือง” จาก “คนคนหนึ่ง” สู่ “พลังของการเปลี่ยนแปลง” และจากห้องเรียน… สู่สังคมจริง
28 ปี สถาบันพระปกเกล้า
จากรากฐานแห่งการเรียนรู้ สู่พลังของพลเมือง วันที่ 5 กันยายน 2569 จึงอาจไม่ใช่เพียงวันแห่งการย้อนมองอดีต แต่คือวันที่สถาบันต้องถามตัวเองอีกครั้งว่า 28 ปีที่ผ่านมา เราสร้างคนได้มากแค่ไหน และที่สำคัญกว่านั้น 28 ปีจากนี้ สถาบันจะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน A-List รุ่นที่ 1 อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวบทหนึ่ง แต่เรื่องราวของผู้นำพลเมืองจะไม่มีวันจบลงในห้องเรียน เพราะเมื่อบทเรียนจบลง การลงมือทำเพิ่งเริ่มต้น และเมื่อคนหนึ่งคนลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างเพื่อส่วนรวม คนอีกคนอาจเห็น แล้วลุกขึ้นมาทำตาม จากหนึ่งคนเป็นสิบ จากสิบเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน
และวันหนึ่ง… สิ่งที่เริ่มต้นจาก “ห้องเรียน” อาจกลายเป็น “พลังของสังคม” A-List จึงไม่ใช่เพียงชื่อของนักศึกษารุ่นหนึ่ง แต่คือคำถามท้าทายว่า เราจะยอมเป็นเพียงผู้ชมของความเปลี่ยนแปลง หรือจะลุกขึ้นมาเป็นผู้สร้างมัน เพราะ A-List - Anyone can be on the list. และในท้ายที่สุด รายชื่อที่สำคัญที่สุด อาจไม่ใช่รายชื่อของคนที่ถูกเลือก แต่อาจเป็นรายชื่อของคนที่เลือกแล้วว่า… จะไม่ยืนดูประเทศไทยเปลี่ยนไปเพียงลำพัง เรามาร่วม เรียนรู้ • ร่วมสร้าง • เปลี่ยนแปลง ไปด้วยกันครับ...
เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล
- โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
- ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน
- Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change
คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน
รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย
เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน
เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน
- ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
- ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
- สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...
เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน
เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?











