แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Debenture แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Debenture แสดงบทความทั้งหมด

หุ้นกู้แปลงสภาพคืออะไร? Convertible Bond หรือ Convertible Debenture ? | มือใหม่...ลงทุนในหุ้น - Stock Invesment



โลกของการลงทุน ที่มีความผันผวน นักลงทุนหุ้นสามัญจะได้รับผลกระทบกับผลตอบแทนที่ไม่แน่นอน ที่คาดเดาไม่ได้ถึงอนาคตว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับสภาวะที่เกิดขึ้นที่สงผลกระทบต่อการลงทุนที่หลากหลาย หุ้นแปลงสภาพจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเหล่านักลงทุน  เพราะหุ้นกู้แปลงสภาพนั้นถือได้ว่า เป็นหลักทรัพย์กึ่งหนี้ กึ่งทุน และมีความยืดหยุ่น โดยหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) มีลักษณะคล้ายหุ้นกู้ทั่วไป โดยจะแตกต่างกันคือจะไม่คืนเงินต้นเมื่อครบอายุ แต่จะให้สิทธิแก่ผู้ถือในการแปลงสภาพหุ้นกู้นั้นเป็นหุ้นสามัญตามระยะเวลา ราคา และอัตราส่วนที่กำหนดไว้ ผู้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทเหมือนผู้ถือหุ้นกู้ ทั่วไปก็ต่อเมื่อได้นำหุ้นกู้นี้ไปแปลงสภาพหรือแลกเปลี่ยนเป็นหุ้นสามัญตามสิทธิแล้วก็จะมีฐานะร่วมเป็นเจ้าของบริษัทตามจำนวนหุ้น สามัญที่ได้รับคือหุ้นกู้ที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือตราสารในการแปลงสภาพหุ้นกู้ไปเป็นหุ้นสามัญตามสัดส่วน ช่วงเวลาและราคา..ที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว... พูดกันง่ายๆก็คือหุ้นกู้ที่ถูกแปลงสภาพ เปลี่ยนจากเจ้าหนี้ ให้กลายมาเป็นเจ้าของนั้นเอง...

หุ้นกู้แปลงสภาพ(Convertible Debenture) เป็นตราสารหนี้ที่นักลงทุนสามารถเปลี่ยนจากหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญของบริษัทผู้ออกได้ตามราคาที่กำหนดโดยบริษัทผู้ออกจะออกหุ้นสามัญในจำนวนที่มีมูลค่าเท่ากับตราสารหนี้ที่ถืออยู่สถานะของนักลงทุนจึงเปลี่ยนจากเจ้าหนี้เป็นเจ้าของ และด้วยสถานะการเป็นเจ้าของ จึงทำให้นักลงทุนมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างราคาซื้อและราคาขาย(Capital Gain) หากราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น แต่ถ้าหากราคาหุ้นในตลาดยังคงต่ำกว่าราคาที่กำหนดไว้ในการแปลงสภาพ นักลงทุนก็สามารถเลือกที่จะไม่แปลงสภาพเป็นหุ้น และถือเป็นตราสารหนี้ต่อไปเพื่อรับดอกเบี้ยแต่ละงวดตามที่กำหนดไว้  ซึ่งข้อดี ของการลงทุนในหุ้นกุ้แปรสภาพ ผู้ลงทุนได้ทราบถึงราคาแปลงสภาพที่แน่นอน เพื่อจะได้ตัดสินใจไม่เลือกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญในภาวะตลาดขาลง หรือซบเซา ผู้ลงทุนยังมีโอกาสในการตัดสินใจทำกำไรจากการขายหุ้น หรือแปลงสภาพหุ้น ในเวลาที่เหมาะสมได้ หุ้นกู้ประเภทนี้จะได้รับความนิยมในช่วงที่ตลาดหุ้นมีแนวโน้มที่ดี


ลักษณะของหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture)  คือ
1 - เหมือนหุ้นกู้ แต่เมื่อแปลงสภาพแล้ว จะเหมือนหุ้นสามัญ
2 - สิทธิพิเศญของหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture)
2.1 - กรณีที่ยังเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพจะได้รับสิทธิในการชำระเงินคืน เงินทุนก่อนผู้ถืหุ้นสามัญในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ
2.2 - กรณีที่สิ้นสุดอายุตามที่ระบุไว้ จะได้รับสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ
3 - ผลตอบแทนหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) คือ
3.1 - กรณีที่ยังเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพ ผลตอบแทน ก็คือดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นตามระยะเวลาและอัตราที่กำหนด
3.2 -กรณีที่แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ผลตอบแทนจะกลายเป็นเงินปันผล และส่วนต่างราคากำไร-ขาดทุน จากราคาหุ้น (Capital Gain)



สิ่งที่ควรรู้ในหุ้นกูู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture)
1- ระยะเวลาการใช้สิทธิแปลงสภาพ (Conversion Period)
ในส่วนนี้คือการกำหนดให้ผู้ถือหุ้นแปลงสภาพ ได้รับรู้ถึงระยะเวลาในการใช้สิทธิแปลงสภาพชองหุ้นกู้เป็นหุ้นสามัญ  ผู้ออกหุ้น อาจกำหนดช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งตลอดอายุของหุ้นกู้แปลงสภาพก็ได้แล้วแต่ความเหมาะสม
2- วันแปลงสภาพ (Conversion Date)
วันแปลงสภาพคือ วันใช้สิทธิของผู้ถือหุ้นแปลงสภาพขอยื่นจำนงในการใช้สิทธิแปลงสภาพหุ้นเป็นหุ้นสามัญ การแปลงสภาพนี้มีผลในสถานะของผู้ลงทุน เปลี่ยนจากการเป็นเจ้าหนึ้  เปลี่ยนมาเป็นเจ้าของกิจการ นั้นคือผู้ถือหุ้นสามัญนั้นเอง
3- ราคาแปลงสภาพ (Conversion Price)
ในส่วนตรงนี้นั้น ผู้ออกหู้นกู้แปลงสภาพจะกำหนดราคาแปลงสภาพไว้ในหนังสือชี้ชวนเรียบร้อบแล้ว และบริษัทอาจจจะปรับปรุงราคาแปลงสภาพในระหว่างอายุของหุ้นกู้แปลงสภาพ อาทิอาจมีการเปลี่ยราคาพาร์ของหุ้นสามัญเป็นต้น
4- อัตราการแปลงสภาพ ( Conversion Ratio)
จำนวนหุ้นที่ผู้ถือจะได้รับและเปลี่ยนการแปลงสภาพ สมมุติว่า หุ้นกู้ 1 หุ้น มาเป็นหุ้นทุน อาทิเช่น  conversion ratio =50  แสดงว่าหุ้นกู้แปลงสภาพ 1 หุ้นสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ 50 หุ้น เป็นต้น
5- ราคาไถ่ถอนหุ้นกู้แปลงสภาพ (Redemption Price)
ราคาที่บริษัทกำหนดที่จะไถ่ถอนหุ้นกู้ เมื่อถึงวันครบกำหนด หากผู้ถือหุ้นกู้ยังไม่มีการแปลงสภาพหุ้นกู้ของตนเอง อาจมีการบวกเพิ่มอัตราส่วนเกินเข้าไปในราคาไถ่ถอน แก่ผุ้ถือหุ้นกู้แปลงสภาพที่ไม่ได้ใช้สิทธแปลงสภาพ (Premium Redemption)
6- บริษัทมีการกำหนดสิทธิของผู้ไถ่ถอนหุ้นกู้คืนก่อนกำหนด (Call Option)
บริษัทมีการกำหนดสิทธิของผู้ไถ่ถอนหุ้นกู้คืนก่อนกำหนด (Call Option) ณ ราคาเรียกคืน (Call Price) ในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นหมดโอกาสที่จะทำกำไรสูงสุดจากการแปลงสภาพ และไม่ได้รับดอกเบี้ยจากหุ้นอีกต่อไป

หุ้นกู้แปลงสภาพมักจะได้รับความนิยมจากนักลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ และตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้นทั้งนี้เนื่องจากนักลงทุนมีโอกาสได้รับ capital gain จากการแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ทำให้ผลตอบแทนโดยรวมสูงกว่าหุ้นกู้ปกติ นักลงทุนจึงยอมรับอัตราดอกเบี้ย ที่ค่อนข้างต่ำของหุ้นกู้แปลงสภาพ ในมุมของบริษัทผู้ออก การออกหุ้นกู้แปลงสภาพมีประโยชน์ในหลายกรณีเช่น ต้นทุนการจ่ายดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการออกตราสารหนี้แบบทั่วไป ทำให้บริษัทมีต้นทุนการกู้เงินที่ต่ำลง


หุ้นกู้แปลงสภาพไม่ใช่หุ้นกู้ประเภทใหม่ที่เพิ่งมีการออก จริงๆ แล้วในอดีตที่ผ่านมามีการออกหุ้นกู้แปลงสภาพกันมาก โดยเฉพาะในช่วงก่อนวิกฤตปี2540 ที่ตลาดหุ้นคึกคัก มีบริษัทไทยที่ออกหุ้นกู้แปลงสภาพหลายบริษัทแต่ภายหลังจากวิกฤติปี 2540 ตราสารหนี้แปลงสภาพก็ได้ลดความนิยมลงมากจนกระทั่งปัจจุบันที่ตลาดหุ้นคงความร้อนแรงต่อเนื่องมาหลายปีติดต่อกัน ก็เริ่มมีหลายบริษัทหันมาออกหุ้นกู้แปลงสภาพกันแล้ว ดังนั้นในยามที่ภาวะตลาดหุ้นที่หลายคนมองว่ายังไปต่อได้ การออกหุ้นกู้แปลงสภาพอาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งเพราะจะช่วยให้ผู้ออกมีต้นทุนการกู้ยืมเงินลดลงและนักลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่อยู่ในระดับต่ำ หุ้นกู้แปลงสภาพจึงดูเหมือนเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าจับตามองต่อไป …

แน่นอนนะครับว่าก่อนลงทุนในหุ้นนกูู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture)  ควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของหุ้นนกูู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) ให้ดีย้ำนะครับว่าต้องศึกษาให้รอบครอบ ทั้งลักษณะ ผลตอบแทน ระยะเวลาลงทุน และเงื่อนไขของหุ้นนกูู้แปลงสภาพทั้ง 6 ข้อที่กล่าวมาข้างต้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของหุ้นกู้แปลงสภาพที่สามารถทำให้นักลงทุน...ลงทุนในหุ้นกู้แปลง สภาพได้อย่างมั่นใจ และได้รับผลตอบแทนทีคุ้มค่าในเวลาที่เหมาะสมอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนในทุกๆครั้งนะครับ... สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ และกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับ สวีดัด สวัสดีครับ  ----- ^_^ -----

Article by : ดลรวี ภัทรกุลพิมล
Bloger : http://www.dolravee.com/
Facebook : https://goo.gl/qNF1ak
Youtube : https://goo.gl/F6d8A4



หุ้นกู้ - Corporate Bond หรือ Debenture คืออะไร? | มือใหม่...ลงทุนในหุ้น - Stock Invesment

 
หุ้นกู้  - Corporate Bond หรือ Debenture  เป็นตราสารหนี้ที่มีอายุมากกว่า 1 ปีที่ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อระดมเงินทุนจากนักลงทุนทั่วไปเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ  หุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชนนี้มักจะมีเงื่อนไขรายละเอียดของการออกในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดแรงจูงใจสอดคล้องกับความต้องการเงินทุนและความสามารถในการจ่ายคืนเงินต้นของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้นั้นๆ... 




วัตถุประสงค์หลักของหุ้นกู้ เพื่อเป็นการระดมทุนนอกจากนักลงทุนรายใหญ่แล้วยังต้องการระดมทุนจากประชาชนรายย่อย ด้วยวิธีการกู้เงินในระยะยาวเป็นหลัก... หุ้นกู้  (Debenture) เป็นลักษณะ ตั๋วสัญญาชนิดหนึ่งหรือตราสารหนี้เพื่อนำเงินไปใช้ในระยะยาวที่ออกโดยผู้กู้ ซึ่งระบุว่าผู้กู้ ได้กู้ยืมเงินจำนวนหนึ่งจากผู้ถือหุ้นกู้ โดยผู้กู้สัญญาว่าจะจ่ายคืนเงินจำนวนดังกล่าวในอนาคต และจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายงวดตามวันที่กำหนดไว้ตลอดอายุตราสารหุ้นกู้  (Debenture) ผู้ถือหุ้นกู้จะมีสภาพเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทที่ออกหุ้นกู้นั้นๆในทันทีนั่นเอง...



ลักษณะหุ้นกู้  (Debenture) เป็นอย่างไร พูดง่ายๆเลยนะครับ กล่าวคือ เมื่อเราซื้อหุ้นกู้ เราจะมีฐานะเป็น เจ้าหนี้ ส่วนบริษัทที่ออกหุ้นกู้ จะมีฐานะเป็น ลูกหนี้ ซึ่งความเป็นเจ้าหนี้ของเราสามารถเป็นได้หลายแบบตามลักษณะของหุ้นกู้  (Debenture) เช่น มีประกันหรือไม่มีประกัน ด้อยสิทธิหรือไม่ด้อยสิทธิ   หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นกู้ชนิดทยอยจ่ายคืนเงินต้น หุ้นกู้ชนิดที่ให้สิทธิในการไถ่ถอนคืนก่อนกำหนด เป็นต้น...

แต่ในกรณีเป็นหุ้นกู้มีประกัน แสดงว่า หุ้นกู้นี้มีการให้หลักประกันแก่เรานั้นเอง อาทิ เช่น ที่ดิน อาคาร อสังหาริมทรัพย์  และสังหาริมทรัพย์ เพราะถ้าหากบริษัทเกิดมีปัญหา ไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นให้เราได้ เราจะมีสิทธิในหลักประกันนั้นเพื่อนำมาชำระหนี้ให้เราก่อนเจ้าหนี้รายอื่นๆนั้นเอง... 
ทั้งนี้ นะครับหุ้นกู้ (Debenture) เรายังสามารถจะจำแนกเป็นลักษณะที่เข้าใจง่ายได้ดังนี้...
1- วัตถุประสงค์ของหุ้นกู้ (Debenture)  เพื่อเป็นการระดมทุน จากประชาชน ด้วยวิธีการกู้เงินในระยะยาว
2- ผู้ถือตราสารไม่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุม ซึ่งมีความแตกต่างกับหุ้นสามัญที่มีสิทธิในการออกเสียงในที่ประชุม
3- ผู้ถือตราสารมีสิทธิในการเป็นมีส่วนร่วมเป็นเจ้าหนี้ของกิจการ
4- สิทธิพิเศษ คือ ได้รับสิทธิในการชำระคืนเงินทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ
5- ผลตอบแทนของหุ้นกู้ คือ ดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือหุ้นตามระยะเวลา และ ตามอัตราที่กำหนด โดยผู้ถือหุ้นจะได้รับเงินต้นคืนครบถ้วน เมื่อสิ้นสุดอายุตามระยะเวลาที่กำหนด...




ทั้งนี้หุ้นกู้ (Debenture) ที่ออกมาจำหน่ายแก่นักลงทุนจะต้องระบุข้อมูลที่สำคัญ ดังนี้
1- ระยะเวลาครบกำหนดไถ่ถอน หรืออายุหุ้นกู้ (Debenture)
2- มูลค่าที่ตราไว้ หรือ มูลค่าเมื่อครบกำหนดไถ่ถอน ซึ่งเป็นเงินต้นที่ผู้กู้ ต้องชำระคืน ณ วันครบกำหนดไถ่ถอน
3- อัตราดอกเบี้ย ที่ระบุไว้บนใบหุ้นกู้ ซึ่งแสดงถึงร้อยละของมูลค่าที่ตราไว้ โดยมักจะจ่ายเป็นรายปีหรือรายครึ่งปี

สิทธิพิเศษหลักๆของหุ้นกู้ (Debenture)  สรุปง่ายๆเราจะได้รับสิทธิในการชำระคืนเงินทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการ และหุ้นกู้ (Debenture) ยังจัดเป็นหลักทรัพย์ที่ให้รายได้ประจำ เนื่องจากการจ่ายดอกเบี้ยและชำระคืนเงินต้นของหุ้นกู้ ได้ระบุไว้อย่างแน่นอน ณ เวลาที่กำหนดเป็นจำนวนเงินคงที่ตลอดอายุหุ้นกู้ ดังนั้นผู้ซื้อหรือผู้ถือหุ้นกู้ (Debenture) จะทราบถึงกระแสเงินสดในอนาคตที่จะได้รับนับจากวันที่ซื้อจนถึงวันครบกำหนดไถ่ถอน  การลงทุนในหุ้นกู้นั้น  นักลงทุนจะต้องคำนึงถึงปัจจัยความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระดอกเบี้ยและเงินต้น จะขึ้นอยู่กับความมั่นคงและฐานะทางการเงินของบริษัทผู้ออก  ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าหุ้นกู้จะมีความเสี่ยงสูงเสมอไป เนื่องจากบริษัทเอกชนบางรายนั้นอาจมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งมาก และโดยทั่วไป อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้จะสูงกว่าอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่มีลักษณะและอายุเท่ากัน นั่นเอง...

ประเภทของหุ้นกู้ (Debenture) ในปัจจุบัน บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ ได้ออกหุ้นกู้หลายหลายรูปแบบ ทั้งนี้เพื่อเป็นการดึงดูดนักลงทุนให้สนใจหุ้นกู้ของบริษัท และเพื่อให้บริษัทสามารถออกหุ้นกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ตัวอย่างของหุ้นกู้ที่มีออกจำหน่ายในปัจจุบัน เช่น
1-   หุ้นกู้ด้อยสิทธิ
2-   หุ้นกู้แปลงสภาพ
3-   หุ้นกู้ชนิดมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
4-   หุ้นกู้ชนิดทยอยจ่ายคืนเงินต้น
5-    หุ้นกู้ชนิดที่ให้สิทธิในการไถ่ถอนคืนก่อนกำหนด 



การซื้อหุ้นกู้ (Debenture) คือการให้บริษัทกู้ยืมเงิน ดังนั้น ก่อนซื้อหุ้นกู้จึงต้องดูให้แน่ใจก่อนว่า บริษัทมีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน ฐานะการเงินเป็นอย่างไร เพราะสะท้อนว่าบริษัทมีเงินจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนให้เราได้หรือไม่ ซึ่งเราสามารถดูได้จากอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ที่จัดทำโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agency) อันดับความน่าเชื่อถือนี้จะใช้สัญลักษณ์เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ 4 ตัวคือ A B C และ D โดยอันดับความน่าเชื่อถือสูงสุดเท่ากับ AAA และในแต่ละขั้นยังมีการย่อยเป็นบวกและลบ เช่น AA+ A-  เป็นต้น ซึ่งอันดับความน่าเชื่อถือตั้งแต่ BBB- ขึ้นไปถึง AAA จัดเป็นหุ้นกู้ที่อยู่ในระดับน่าลงทุน ส่วนอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่า BBB- ถือเป็นหุ้นกู้ที่ควรระมัดระวังในการลงทุนนั่นเอง ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องศึกษาและฝึกตัดสินใจทางด้านปัจจัยอื่นๆประกอบการพิจรณาด้วย...

แน่นอนนะครับว่าก่อนลงทุนในหุ้นกู้  (Debenture) ควรศึกษาข้อมูลและรายละเอียดของหุ้นกู้ให้ดีย้ำนะครับว่าต้องศึกษาให้รอบครอบ ทั้งลักษณะ ผลตอบแทน ระยะเวลาลงทุน และเงื่อนไขของหุ้นกู้ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนในทุกๆครั้งนะครับ... สำหรับวันนี้ขอจบเพียงเท่าน้ก่อนนะครับ และกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับ สวัสดีครับ  ----- ^_^ -----

Article by : ดลรวี ภัทรกุลพิมล
Bloger : http://www.dolravee.com/
Facebook : https://goo.gl/qNF1ak
Youtube : https://goo.gl/F6d8A4

บทความที่ได้รับความนิยม