เรื่องเล่าจากห้วยปลาดุก จากตำนานสายน้ำสู่ชุมชนแห่งความพอเพียง

 

ณ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ท่ามกลางอ้อมกอดของขุนเขาและธรรมชาติที่ยังคงความงดงาม มีหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า "บ้านห้วยปลาดุก" ซ่อนตัวอยู่ ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงชุมชนที่สงบสุข แต่ยังเป็นคลังความรู้ที่มีชีวิตซึ่งถักทอเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบันได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ หากเราจะทำความเข้าใจจิตวิญญาณของที่นี่ เราต้องย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้น เพื่อค้นหาคำตอบว่า "หมู่บ้านแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร และเหตุใดจึงได้ชื่อว่า 'ห้วยปลาดุก'"

จุดเริ่มต้น การบุกเบิกในผืนป่าเมื่อปี พ.ศ. 2508

เรื่องราวของห้วยปลาดุกเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 จากความกล้าหาญและความหวังของคนกลุ่มหนึ่งที่แสวงหาผืนดินทำกินเพื่อสร้างชีวิตใหม่

เจ็ดครอบครัวแรก - การตั้งถิ่นฐานครั้งแรกเกิดขึ้นจากการนำของ "นายปีก เมฆปั้น" หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "พ่อแก่" ท่านได้พาพรรคพวกอีก 6 ครอบครัว รวมเป็น 7 ครอบครัวแรก เดินทางขึ้นมาจากอำเภอท่ายาง เพื่อบุกเบิกพื้นที่รกร้างในเขตแก่งกระจาน พวกเขาคือผู้จุดประกายชีวิตและวางรากฐานให้กับชุมชนแห่งนี้
 
สภาพของผืนป่าในอดีต - ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ ภาพของห้วยปลาดุกในยุคบุกเบิกนั้นเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และความท้าทาย เป็นผืนป่าที่ "เป็นไม้มาฆ่า (ต้นลาน) เยอะแยะมากมาย" จนถึงขนาดที่ยังคงมีร่องรอยของเส้นทางสัมปทานไม้ในอดีตหลงเหลือให้เห็น เป็นเครื่องยืนยันถึงความสมบูรณ์ของพงไพรที่เคยเป็นบ้านของสัตว์ป่านานาชนิด
 
ที่มาของชื่อ "หมู่บ้านห้วยปลาดุก" - ชื่อของหมู่บ้านไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่มีที่มาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่งซึ่งเป็นภาพจำของคนรุ่นก่อน

ลำห้วย 2 สาย พื้นที่แห่งนี้มีลำห้วยสำคัญไหลผ่าน 2 สาย คือ ห้วยใหญ่ และ ห้วยเล็ก
ปรากฏการณ์ในฤดูน้ำหลาก ในช่วงฤดูฝน โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำป่าไหลหลากมาใหม่ๆ ลำห้วยทั้งสองจะเต็มไปด้วย "ปลาดุก" จำนวนมหาศาล มากเสียจนปลาพากันขึ้นมาบนถนนลูกรังที่น้ำท่วมถึง
เสียงร้อง "ออดๆๆๆ" ยามค่ำคืน เสียงร้อง "ออดๆๆๆ" ของฝูงปลาดุกจะดังก้องไปทั่วบริเวณ กลายเป็นสัญลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดของความอุดมสมบูรณ์ในยุคนั้น ด้วยเหตุนี้ คนรุ่นบุกเบิกจึงพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่า "ห้วยปลาดุก" เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตพวกเขา

จากความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาตินี่เองที่ได้ก่อกำเนิดภูมิปัญญาแรกเริ่ม ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวิถีชีวิตที่เกื้อกูลและแบ่งปันของชุมชน
 

ภูมิปัญญาจากสายน้ำ วิถีแห่งการแบ่งปัน

เมื่อธรรมชาติมอบทรัพยากรให้อย่างล้นเหลือ ชาวบ้านห้วยปลาดุกก็ได้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาจากสิ่งที่มีรอบตัว เพื่อจัดการกับของขวัญจากสายน้ำนั้นอย่างชาญฉลาด
 
"การกั้นคั้ง" ดักปลาเพื่อคนทั้งหมู่บ้าน - "การกั้นคั้ง" คือภูมิปัญญาชิ้นแรกของหมู่บ้านที่สะท้อนถึงการทำงานร่วมกันและการแบ่งปัน เป็นวิธีการดักปลาที่เคารพธรรมชาติ แต่ได้ผลผลิตเพียงพอสำหรับทุกคน

วัสดุ - ไม้ไผ่ ซึ่งหาได้ง่ายในท้องถิ่น
วิธีการ - นำไม้ไผ่มาปักเป็นหลักขวางลำห้วย แล้วใช้ฟากไม้ไผ่ (ไม้ไผ่ที่สับให้แบน) กั้นเป็นแนวยาวคล้ายฝาย
หลักการ - การออกแบบคั้งมีความแยบยล คือ ปลาเล็กจะสามารถมุดผ่านช่องของฟากไม้ไผ่ไปได้ ส่วนปลาใหญ่ที่ไม่สามารถผ่านได้จะ กระโดดข้ามคั้ง ขึ้นมา เป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ
ผลลัพธ์ -  ด้วยวิธีนี้ ชาวบ้านสามารถจับปลาได้เป็นจำนวนมากพอที่จะนำไปแบ่งปันกันได้ทั้งหมู่บ้าน สะท้อนถึงจิตวิญญาณของความสามัคคีตั้งแต่ยุคก่อตั้ง
 
"ปลารมควัน" ภูมิปัญญาถนอมอาหาร - เมื่อจับปลาได้มากเกินกว่าจะบริโภคได้หมดในคราวเดียว ภูมิปัญญาในการถนอมอาหารจึงถือกำเนิดขึ้น นั่นคือ "ปลารมควัน" ซึ่งมีขั้นตอนและเคล็ดลับเฉพาะตัวที่แสดงถึงความช่างสังเกตและความสามารถในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

 

จิตวิญญาณแห่งการแบ่งปันและความ resourceful ที่ฝังรากมากับการ "กั้นคั้ง" และการทำ "ปลารมควัน" ไม่เคยจางหายไปไหน แต่ได้วิวัฒนาการมาเป็นหลักปรัชญาที่ขับเคลื่อนชุมชนในยุคปัจจุบันให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

หัวใจแห่งห้วยปลาดุก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงฉบับ "พี่โอ๋"

คุณศุภชัย เทพบุตร หรือ "พี่โอ๋" ผู้นำชุมชนคนปัจจุบัน ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาตีความและปรับใช้ในแบบฉบับของห้วยปลาดุกได้อย่างลึกซึ้งและเป็นรูปธรรม
 
อิสรภาพที่เกิดจากการรู้จักตนเอง - ในมุมมองของพี่โอ๋ แก่นแท้ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่กฎเกณฑ์ที่ตายตัว แต่คือ "การดำเนินชีวิตอย่างอิสระ" ซึ่งอิสรภาพที่แท้จริงนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคนคนนั้น "รู้จักตัวตน" ของตนเองอย่างถ่องแท้ เมื่อเรารู้ว่าเราคือใคร มีศักยภาพแค่ไหน และต้องการอะไรในชีวิต เราจะเกิด "ความพอประมาณ" ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสุขที่ยั่งยืน
 
บันได 3 ขั้นของ "ทฤษฎีใหม่" สู่ความยั่งยืน - เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากจุดเล็กที่สุดไปสู่ภาพที่ใหญ่ขึ้น ชุมชนได้นำหลักการของ "ทฤษฎีใหม่" มาปรับใช้เป็นบันได 3 ขั้นสู่ความยั่งยืน

ขั้นที่ 1 พึ่งตนเอง สร้างความเข้มแข็งในระดับ "ครัวเรือน" ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อแต่ละครอบครัวยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง ปัญหาส่วนใหญ่จะคลี่คลาย

ขั้นที่ 2 รวมกลุ่ม เมื่อครัวเรือนแข็งแรงแล้ว ให้รวมตัวกันเป็น "กลุ่ม" หรือวิสาหกิจชุมชน เพื่อช่วยเหลือครอบครัวรอบข้างที่ยังลำบากให้สามารถพึ่งตนเองได้เช่นกัน เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันระดับชุมชน

ขั้นที่ 3 สร้างเครือข่าย พัฒนากลุ่มให้เข้มแข็งพอที่จะ "สร้างเครือข่าย" กับชุมชนอื่น เพื่อแลกเปลี่ยนและซื้อขายสินค้าระหว่างกัน เป็นการขยายโอกาสและสร้างความมั่นคงในระยะยาว

การนำหลักปรัชญาและทฤษฎีดังกล่าวไม่ได้หยุดอยู่แค่ในความคิด แต่ถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นการลงมือทำจริงผ่านโครงการต่างๆ ที่สร้างชีวิตและความหวังให้กับชาวบ้านห้วยปลาดุก
 

จากปรัชญาสู่การปฏิบัติ โครงการที่สร้างชีวิต

ชุมชนบ้านห้วยปลาดุกได้พิสูจน์ให้เห็นว่าปรัชญาที่จับต้องไม่ได้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและแก้ปัญหาปากท้องได้อย่างน่าทึ่ง

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ - ในปี พ.ศ. 2560 ชุมชนได้จัดตั้ง "วิสาหกิจชุมชนกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ" ขึ้น โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาที่เผชิญอยู่

1. เพื่อปลดหนี้ แก้ปัญหาหนี้สินจากการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพงซึ่งเป็นต้นทุนหลักของเกษตรกร และเป็นทางออกเพื่อหลุดพ้นจากวงจรหนี้

2. เพื่อตอบโจทย์ตลาดใหม่ สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดคนเมืองที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาสินค้าเกษตรอินทรีย์มากขึ้น
 
ร้านค้าชุมชนและแนวคิด "ขาดทุนคือกำไร" - "ร้านค้าชุมชนดีมีรอยยิ้ม" ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมและจำหน่ายผลผลิตของคนในชุมชน แต่หัวใจสำคัญของร้านค้าแห่งนี้ไม่ใช่ตัวเลขกำไร แต่คือหลักการที่ว่า "ขาดทุนคือกำไร" ซึ่งในมุมมองของชาวบ้านหมายถึง การให้ความสำคัญกับการ "แบ่งปัน" และ "ได้ใจ" ผู้คน เพราะกำไรที่แท้จริงคือการได้เข้าใจกัน "เราได้หัวจิตหัวใจว่าเขาเดือดร้อนเรื่องอะไร เขาถึงมาเบียดเบียนเรา" การช่วยเหลือเกื้อกูลกันนี่เองคือ "กำไร" ที่มีค่าที่สุดของชุมชน
 
ก้าวต่อไป การท่องเที่ยวโดยชุมชน - เป้าหมายล่าสุดของชุมชนคือการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใคร โดยมีจุดขายที่สำคัญที่สุดคือ "การขายความจริงของชีวิต" เป็นการเปิดบ้านต้อนรับผู้คนให้เข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตที่แท้จริงของชาวบ้าน 30 ครอบครัว แบบที่ "ไม่มีเลศนัย" หรือการปรุงแต่งใดๆ เพื่อให้คนภายนอกได้เห็นว่าพวกเขาอยู่กันอย่างไร ทำมาหากินอย่างไร และมีความสุขบนความพอเพียงได้อย่างไร เป็นการสร้างรายได้ที่มาพร้อมกับความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง
 
เรื่องราวทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่แค่ตำนานที่เล่าขาน แต่เป็นบทเรียนที่กำลังดำเนินต่อไป เพื่อนำพาชุมชนไปสู่อนาคตที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยความหมาย
 

 รากเหง้าแห่งอดีต สู่ความยั่งยืนในอนาคต

จากจุดเริ่มต้นของ 7 ครอบครัวในป่าไม้มาฆ่า สู่ชุมชนที่ขับเคลื่อนด้วยปรัชญาแห่งความพอเพียง หมู่บ้านห้วยปลาดุกได้เชื่อมโยงภาพจากอดีตที่เต็มไปด้วยภูมิปัญญาในการพึ่งพาและเคารพธรรมชาติ มาสู่ปัจจุบันที่ชุมชนนำหลักคิดมาลงมือปฏิบัติจริงเพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายใน

นี่คือเรื่องเล่าที่มีชีวิตที่ฝากข้อคิดอันทรงพลังมาถึงพวกเราทุกคนว่า ความสำเร็จที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากความมั่งคั่งทางวัตถุ แต่อยู่ที่ความสามารถในการ "รู้จักตนเอง" การ "แบ่งปัน" และการร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ด้วยสองมือของเราเอง ดังที่พี่โอ๋ได้มอบบทสรุปอันเฉียบคมไว้ว่า

"ความลำบากยากเข็ญในชีวิตของคนเรา เกิดขึ้นมาจาก 2 สาเหตุเท่านั้น
หนึ่งคือ เราทำโดยไม่คิด และสองคือ เราเอาแต่คิดโดยไม่ลงมือทำ..."

 


ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

พอเพียงให้เพียงพอด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตอน 1
พอเพียงให้เพียงพอด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตอน 2


หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้สังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ พี่โอ๋ ศุภชัย เทพบุตร  ในหัวข้อเรื่อง “พอเพียงให้เพียงพอด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.31 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ..

เรียบเรียง/บทความโดย ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม