ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.3 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

 

 

ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.3 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

“เป้าหมายสูงสุดของเกษตรกรรม ไม่ใช่การเพาะปลูกพืชผล แต่คือการบ่มเพาะความสมบูรณ์แห่งความเป็นมนุษย์” — มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

ในหนังสือ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” ฟูกูโอกะไม่เพียงนำเสนอวิธีการทำเกษตรกรรมธรรมชาติ แต่ยังเสนอปรัชญาชีวิตที่ลึกซึ้ง ซึ่งสวนทางกับกระแสอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ที่พึ่งพาเครื่องจักรและสารเคมี เขาเรียกแนวทางของตนว่า "เกษตรกรรมไม่กระทำ" (Do-Nothing Farming) ซึ่งไม่ได้หมายถึงการไม่ทำอะไรเลย แต่หมายถึงการละเว้นสิ่งที่ธรรมชาติทำได้เอง และไม่เข้าไปแทรกแซงเกินจำเป็น

หัวใจของแนวคิด:หลักการ 4 ประการ

1. ไม่ไถพรวนดิน
   ฟูกูโอกะเชื่อว่าดินสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ด้วยจุลินทรีย์ ไส้เดือน และรากพืช การไถพรวนเป็นการทำลายสมดุลธรรมชาติ “เมื่อดินถูกไถพรวน สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติจะถูกเปลี่ยนแปลงไป... ทำให้เกษตรกรต้องตกอยู่ในฝันร้ายมา หลายชั่วรุ่น”

2. ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีหรือทำปุ๋ยหมัก
   เขาเน้นการใช้พืชคลุมดิน ฟาง และมูลสัตว์เพียงเล็กน้อย ปล่อยให้ธรรมชาติหมุนเวียนธาตุอาหารเอง “ดินจะสามารถรักษาความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้ตามวงจรชีวิตของพืชและสัตว์อย่างมีระเบียบ”

3. ไม่กำจัดวัชพืช
   วัชพืชไม่ใช่ศัตรู หากควบคุมอย่างเหมาะสมจะช่วยฟื้นฟูดินและรักษาสมดุลชีวภาพ “วัชพืชเป็นสิ่งที่ต้องควบคุม แต่ไม่ต้องกำจัด”

4. ไม่ใช้สารเคมี

   พืชแข็งแรงในระบบนิเวศที่สมดุลย่อมทนทานต่อโรคและแมลง ไม่จำเป็นต้องใช้สารพิษ “หากปล่อยไว้ตามลำพัง จะอยู่ในสภาพสมดุล... แมลงที่เป็นอันตรายและโรคพืชมักมีอยู่เสมอ แต่ไม่เคยถึงขั้นต้องใช้สารเคมี”

การปฏิบัติจริงในนาข้าวและสวนผลไม้

  • การ หว่านเมล็ดโดยไม่ไถ และ ใช้กระสุนดินเหนียว ป้องกันนกและหนู
  • ใช้ ฟางคลุมดิน เพื่อควบคุมวัชพืช รักษาความชื้น และฟื้นฟูอินทรียวัตถุ
  • ปล่อยน้ำในนาเพียงเป็นช่วงเวลา แทนการขังน้ำยาวนาน เพื่อช่วยควบคุมวัชพืชโดยไม่ทำลายสมดุล
  • การปลูก ไม้ผลโดยไม่ตัดแต่ง ไม่ให้ปุ๋ย ไม่ใช้สารเคมี ปล่อยให้ต้นไม้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ


“ต้นไม้จะให้ผลทุกปี โดยไม่ต้องตัดแต่งกิ่งใบ หากเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ”


เกษตรผักแบบ “โยนแล้วรอ”

แนวคิด “ผักกึ่งป่า” คือการหว่านเมล็ดผักท่ามกลางวัชพืชโดยไม่ถาง ไม่พรวน ใช้เวลาและธรรมชาติเพาะปลูกแทนแรงงาน

“เพียงแค่โยนเมล็ดผักไปตามที่เหล่านั้น แล้วปล่อยให้มันโตขึ้นพร้อมกับวัชพืช”

 
วิพากษ์วิจารณ์วิทยาศาสตร์การเกษตรสมัยใหม่


ฟูกูโอกะเห็นว่าการแยกส่วนวิเคราะห์ของวิทยาศาสตร์ทำให้มองข้ามความเชื่อมโยงของระบบนิเวศที่แท้จริง

“ก่อนที่นักวิจัยจะเป็นนักวิจัย เขาควรเป็นนักปรัชญาเสียก่อน”


พลังแห่งการฟื้นตัวของธรรมชาติ

แม้ผลผลิตจะลดลงในระยะเริ่มต้น แต่เมื่อดินและระบบนิเวศฟื้นคืน ธรรมชาติจะแสดงศักยภาพที่แท้จริงออกมา

“พลังแห่งการฟื้นตัวของธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้”


EP.3 นี้ชวนให้เรากลับมาถามคำถามสำคัญว่า: "เราจะผลิตอาหารอย่างเคารพธรรมชาติได้อย่างไร?"
คำตอบของฟูกูโอกะ คือการ “ไม่กระทำ” ในสิ่งที่ธรรมชาติทำได้อยู่แล้ว และใช้ความเข้าใจแทนการควบคุมนั่นเองครับผม...

 

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.2 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ


ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.2 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ 

“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” โดย มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ (แปลโดย รสนา โตสิตระกูล) ซึ่งเป็นงานเขียนที่พลิกโฉมแนวคิดการเกษตรทั่วโลก หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงเสนอวิธีทำเกษตรแบบใหม่ แต่เป็นการเชื้อเชิญให้มนุษย์กลับมาทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง

เกษตรกรรมแบบไม่กระทำ : การกลับคืนสู่ธรรมชาติ

หัวใจของแนวคิดของฟูกูโอกะ คือ “เกษตรกรรมแบบไม่กระทำ” (Do-Nothing Farming) ซึ่งเป็นวิธีการทำเกษตรที่ไม่ไถ ไม่พรวน ไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ใช้ยาเคมี และไม่แม้แต่ทำปุ๋ยหมัก! ฟังดูเหมือนไม่ทำอะไรเลย แต่แท้จริงแล้ว นี่คือแนวทางที่ต้องอาศัยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อระบบนิเวศและการไหลเวียนของธรรมชาติ

เขาเชื่อว่า สิ่งที่มนุษย์ทำลงไปในนามของ “ความจำเป็น” ในเกษตรกรรมสมัยใหม่ ล้วนเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดจากความเข้าใจผิด และการกระทำเกินควรของมนุษย์เอง

“ไม่จำเป็นต้องไถพรวนดิน ไม่จำเป็นต้องใช้ปุ๋ยเคมี ไม่จำเป็นต้องทำปุ๋ยอินทรีย์ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง”

ฟางเส้นเดียวที่เปลี่ยนชีวิต

“ฟางข้าวเพียงเส้นเดียว” กลายเป็นสัญลักษณ์ของความเรียบง่ายและพลังที่ซ่อนอยู่ในสิ่งเล็กๆ ฟูกูโอกะเชื่อว่าการปฏิวัติชีวิตของเขาเริ่มจากความเข้าใจธรรมชาติในแง่มุมที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ซึ่งเขาได้รับเมื่ออายุ 25 ปี ในช่วงที่ป่วยหนักและเผชิญกับความกลัวตายอย่างสุดขีด

“ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเลยหนอ”

เขาเห็นว่า ความรู้ ความพยายาม หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ก็ไม่สามารถเทียบได้กับสัจธรรมที่ธรรมชาติเองเปิดเผยให้แก่ผู้ที่หยุด “พยายามจะเข้าใจ”

ธรรมชาติ ไม่ต้องการให้เราควบคุม

ฟูกูโอกะเสนอว่า แท้จริงแล้วมนุษย์ไม่มีวันเข้าใจธรรมชาติได้อย่างแท้จริง เพราะสิ่งที่เราคิดว่าเข้าใจ ล้วนเป็นเพียง “ความคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ” ไม่ใช่ธรรมชาติเอง ความรู้แบบแยกส่วนและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ยิ่งทำให้เราหลงทิศ

“ผู้ที่แลเห็นธรรมชาติที่แท้จริง คือ เด็กน้อย… แลเห็นอย่างตรงไปตรงมา และกระจ่างแจ้ง”

ผลผลิตสูง โดยไม่แทรกแซง

แม้จะไม่ใช้เทคนิคเกษตรแบบทั่วไป แต่นาของฟูกูโอกะกลับให้ผลผลิตข้าวเจ้าและข้าวบาเล่สูงถึง 590 กิโลกรัม ต่อ 0.6 ไร่ ซึ่งใกล้เคียงกับผลผลิตสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่นาแห่งนี้ไม่เคยถูกไถพรวนมานานกว่า 25 ปี

ความลับอยู่ที่ การปล่อยให้ธรรมชาติดูแลตัวเอง ไม่ใช้สารเคมีใดๆ แต่ปล่อยให้แมลงและศัตรูธรรมชาติควบคุมกันเองอย่างสมดุล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ เพลี้ยจักจั่นข้าวในนาของเขามีน้อยกว่านาในแปลงทดลองของศูนย์วิจัยที่ใช้ยาฆ่าแมลงเสียอีก

วิทยาศาสตร์คือเครื่องมือ ไม่ใช่คำตอบ

ฟูกูโอกะวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในบางด้าน กลายเป็นเครื่องมือที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่แตะถึงต้นตอของปัญหา เปรียบเสมือนคนโง่ที่ทำกระเบื้องหลังคาแตก แล้วดีใจที่สามารถหาวิธีซ่อมได้ ทั้งที่ปัญหาแท้จริงคือความประมาทแต่ต้น

“ธรรมชาติไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่ามนุษย์จะมองธรรมชาติแตกต่างกันไปตามยุคสมัย”

จากนักวิจัยสู่ชาวนา

ฟูกูโอกะเคยเป็นหัวหน้านักวิจัยด้านโรคพืชและแมลงที่สถานีทดลองเกษตรจังหวัดโคชิ เขาเลือกลาออกจากงานมาเป็นชาวนา ด้วยความเชื่อมั่นในความเข้าใจธรรมชาติของตนเอง แม้ต้องเผชิญกับความล้มเหลวครั้งใหญ่ เช่น สวนส้มของพ่อที่เหี่ยวตาย และต้นไม้กว่า 400 ต้นที่ล้มเหลวจากการทดลอง แต่เขาเรียนรู้จากธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง และสร้างแบบแผนการเกษตรที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังขึ้นมาจนสำเร็จ

สรุป

หนังสือ “ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” ไม่ได้เป็นเพียงคู่มือการเกษตร แต่เป็นคำเชิญให้มนุษย์กลับมาทบทวนตนเอง ปล่อยวางการควบคุม และคืนความไว้วางใจให้กับธรรมชาติ แนวคิด “เกษตรกรรมไม่กระทำ” ของฟูกูโอกะอาจดูย้อนแย้ง แต่กลับกลายเป็นคำตอบที่ทันสมัยที่สุดในโลกที่กำลังวิ่งหนีธรรมชาติทุกขณะ

หากคุณชื่นชอบแนวคิดเหล่านี้ ฝากกดติดตามหรือแชร์บทความนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการ “ปฏิวัติด้วยฟางเส้นเดียว” ที่จะเปลี่ยนโลกใบนี้จากรากแก่นไปด้วยกันนะครับ... 🌾

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.1 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ

 

 

ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว EP.1 : เกษตรกรรมไม่กระทำของ มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ


บทสนทนาแลกเปลี่ยนจากหนังสือ "ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว" โดย มาซาโนบุ ฟูกูโอกะ (แปลโดย รสนา โตสิตระกูล) นำเสนอแนวคิดเกษตรกรรมแบบ "ไม่กระทำ" ที่ตรงกันข้ามกับเกษตรกรรมสมัยใหม่ซึ่งพึ่งพาเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์

ฟูกูโอกะเสนอว่า การปฏิวัติสามารถเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ อย่างฟางข้าวเส้นเดียว โดยเชื่อมั่นในพลังของธรรมชาติและการลดการแทรกแซงของมนุษย์ให้เหลือน้อยที่สุด เขาแบ่งปันประสบการณ์ที่นำเขาสู่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการค้นพบสัจธรรมเกี่ยวกับธรรมชาติและชีวิต

  • เกษตรกรรมไม่กระทำ(Do-Nothing Farming): ไม่ไถ ไม่พรวน ไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เชื่อว่าหากปล่อยให้ธรรมชาติดำเนินไปตามกลไกของมัน ก็จะเกิดความสมดุลเอง
  • การกลับสู่ต้นกำเนิด:ไม่ใช่การถอยหลังแต่คือการย้อนกลับสู่รูปแบบเกษตรดั้งเดิมที่มีมาก่อนเทคโนโลยีสมัยใหม่
  • ความเรียบง่ายที่มีประสิทธิภาพ:ฟูกูโอกะเชื่อว่านี่เป็นวิธีการที่เรียบง่ายที่สุดแต่ทันสมัยและยั่งยืนที่สุด
  • พลังของสิ่งเล็ก ๆ:ฟางข้าวเส้นเดียวกลายเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิวัติแบบเงียบ ๆ จากสิ่งธรรมดา
  • การตระหนักรู้ทางจิตวิญญาณ:ประสบการณ์ทางจิตใจเมื่อตอนป่วย ทำให้เขาเห็นว่า “ในโลกนี้ ไม่มีอะไรเป็นแก่นสารเลย” และตัดสินใจกลับบ้านเพื่อทดสอบความเข้าใจนี้กับชีวิตจริง
  • ข้อจำกัดของมนุษย์และวิทยาศาสตร์:ฟูกูโอกะตั้งคำถามว่ามนุษย์สามารถเข้าใจธรรมชาติได้จริงหรือไม่ และชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดจากความพยายามควบคุมธรรมชาติโดยไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
  • ความสมดุลในระบบนิเวศ:การไม่ใช้สารเคมีนำไปสู่การสร้างสมดุลของศัตรูพืชและศัตรูธรรมชาติ เช่น แมงมุมช่วยควบคุมเพลี้ยจักจั่นข้าวโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี
  • วิจารณ์ระบบการแก้ปัญหาของมนุษย์:เปรียบกับคนซ่อมกระเบื้องหลังคาหลังจากทำแตกเอง หรือวิทยาศาสตร์ที่แก้ปัญหาที่ตัวเองสร้างขึ้น เช่น สายตาสั้นจากการอ่าน แล้วประดิษฐ์แว่นตามาแก้
  • ธรรมชาติคือแก่นแท้:แม้โลกจะเปลี่ยนแปลง แต่วิถีธรรมชาติและเกษตรกรรมธรรมชาติจะยังเป็นแก่นแท้ของชีวิต


ข้อมูลสำคัญจากหนังสือ:

  • ตีพิมพ์ครั้งแรกใน พ.ศ. 2530
  • ฟูกูโอกะลาออกจากงานที่กรมศุลกากรเมื่ออายุ 25 ปี (พ.ศ. 2481) เพื่อทำเกษตรกรรม
  • ใช้เวลากว่า 30 ปีในการทำเกษตรแบบไม่กระทำ โดยผลผลิตจากข้าวและบาร์เลย์เฉลี่ย 590 กก./0.6 ไร่
  • เคยล้มเหลวจากการนำแนวคิดไปใช้ทันที (สวนส้มเหี่ยวตายกว่า 5 ไร่ และต้นไม้ตาย 400 ต้น)
  • วิธีการปลูกข้าว: หว่านเมล็ดโดยไม่ไถ หว่านซ้อนระหว่างพืชฤดูต่าง ๆ และคลุมด้วยฟางหลังเก็บเกี่ยว
  • เชื่อว่าอนาคตเกษตรกรจะหวนกลับมาใช้วิธีไม่ไถพรวนหน้าดินอีกครั้ง


สรุป

หนังสือเล่มนี้เป็นมากกว่าหนังสือเกษตรกรรม แต่คือการตั้งคำถามกับระบบความคิดของมนุษย์ ฟูกูโอกะนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ เป็นการปฏิวัติที่เงียบ ง่าย และลึกซึ้ง ซึ่งแม้จะดูย้อนยุค แต่กลับกลายเป็นทางเลือกแห่งอนาคตที่ยั่งยืน

 

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ซุปเปอร์โซคอน ใช้อย่างไร? (Use Supersocon)

แนวทางในการผลิตพืชปลอดสารพิษ โดยการใช้สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยและปรับปรุงดิน

            การผลิตพืชในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมุ่งไปสู่การทำให้ผลผลิตปลอดภัยจากสารพิษตกค้างไปจนถึงอินทรีย์ ซึ่งกระบวนการหลายอย่างเช่น การกางมุ้งเพื่อป้องกันแมลงเข้าทำลาย การใช้กาวเหนียวดักแมลง การควบคุมการใช้สารเคมีเพื่อความมั่นใจว่าเมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว สารพิษตกค้างจะไม่ทำอันตรายแก่ผู้บริโภค หรือการใช้วิธีการต่างๆ ร่วมกันในการควบคุมศัตรูพืชไม่ให้ทำลายและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย ในต่างประเทศซึ่งมีการผลิตแบบมีการใช้สารเคมีกันมากมานาน และปัญหาศัตรูพืชก็ยังคงมีอยู่และเพิ่มปัญหามากขึ้น ขบวนการผลิตสารเคมีใหม่ๆ ก็ทำไปอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อควบคุมศัตรูพืช มีผู้มองเห็นความสำคัญว่าหากปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้คงต่อไป คงจะไม่มีสิ้นสุด ในประเทศญี่ปุ่นจึงได้ศึกษาและทดลองการผลิตพืชแบบเกษตรปลอดสารพิษขึ้นร่วมกับศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ ซูกูบะ โดยเริ่มทำการทดลองการผลิตที่เขตปกครองไซตามะ ซึ่งอยู่ตอนเหนือของกรุงโตเกียวไปประมาณ 80 กม.โดยมองถึงความสำคัญของดินเป็นหลัก เพราะพืชจะเจริญเติบโตและแข็งแรงได้ต้องอาศัยดินทั้งนั้น จุดสำคัญคือการปรับสภาพสมดุลทางธรรมชาติให้เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของพืช แต่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของแมลงและโรค ศูนย์ส่งเสริมและรวบรวมผลผลิตพืชผักปลอดสารไซตามะได้ดำเนินการผลิตปุ๋ยหมักเพื่อแจกจ่ายให้สมาชิกไปทำการผลิตปุ๋ยหมักสูตรต่างๆ กันแล้วแต่ชนิดของพืช ซึ่งได้แสดงไว้ในตารางที่ 1 โดยมีการใช้เชื้อจุลินทรีย์เป็นตัวเร่งการผลิตปุ๋ยหมัก จากตารางที่ 1 จะเห็นได้ว่ามีการใช้สารซีโอไลท์เข้าไปในระบบการผสมด้วย ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในการปรับปรุงให้ปุ๋ยหมักมีคุณภาพดีและสร้างความแข็งแกร่งแก่พืช สำหรับในประเทศไทยไม่มีแหล่งซีโอไลท์ แต่จะมีแร่ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับซีโอไลท์ แต่ต้องนำไปพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เช่น วิชา Nanotechnology ร่วมกับ Molecularseive Technology เพื่อประโยชน์ จึงได้นำไปทดลองและทดสอบในการใช้เพื่อการผลิตทางการเกษตร พบว่ามีคุณสมบัติดีกว่าใช้ซีโอไลท์ในหลายๆ ชนิดพืช ปัจจุบันงานวิจัยดังกล่าวได้นำมาใช้ และมีบริษัทญี่ปุ่นซึ่งเข้าประกอบธุรกิจการผลิตและส่งออกหน่อไม้ฝรั่งได้นำไปทดลองใช้เพื่อทดแทนการใช้ซีโอไลท์นำเข้า โดยผลิตเป็นปุ๋ยหมัก ผลปรากฎว่า ผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่าเดิมและคุณภาพของหน่อไม้ฝรั่งดีขึ้น โดยใช้ปุ๋ยหมัก 5 กระสอบๆ ละ 20 กิโลกรัม และใช้ในพื้นที่ 1 ไร่เท่านั้น สภาพดินเป็นดินร่วนปนทราย จากรายงานผลการเก็บเกี่ยวพบว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ปุ๋ยหมักเพียงอย่างเดียว เฉลี่ยไร่ละ 600 – 1,000 กิโลกรัม ในพื้นที่ปลูต่างๆ กันนอกจากจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่แล้วยังลดปริมาณการพ่นสารป้องกันกำจักศัตรูพืชลงไปอีก ซึ่งแต่เดิมเคยพ่นกำจัดเพี้ยไฟและหนอน เดือละ 4 ครั้ง จะลดการใช้ลงจะกระทั่งต้นหน่อไม้ฝรั่งแข็งแรงก็แทบไม่ได้พ่นเลย โดยมีคุณภาพของผลผลิตสูงขึ้นและต้นทุนลดต่ำลง

            ซึ่งน่าจะมาพิจารณากันว่าในการผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษนอกเหนือจากวิธีการอื่นๆ เช่น การกางมุ้ง การใช้การเหนียวและการตรวจนับแมลงศัตรูพืชแล้วการนำเอาสารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ยและปรับปรุงดิน หรือซุปเปอร์โซคอนไปใช้น่าจะเป็นวิธีหนึ่งในการลดการใช้สารพิษ เพิ่มผลผลิต และลดต้นทุนต่อไร่ได้

 

ซุปเปอร์โซคอนใช้อย่างไร?

            วิธีการใช้ซุปเปอร์โซคอนจะเป็นคำถามที่ได้คำตอบที่กว้างมาก ถ้าถามว่าจะใช้เมื่อใดคำตอบที่ชัดเจนคือ ใช้เมื่อใดก็ได้ในช่วงเวลาใส่ปุ๋ย เพราะซุปเปอร์โซคอนกับปุ๋ยจะทำหน้าที่คู่กัน แต่ถ้าถามว่าถ้าใส่ปุ๋ยแล้วยังใช้ได้ไหม คำตอบคือ ใช้ได้โดยภาพรวมคือจะใส่ซุปเปอร์โซคอนเมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าต้องการให้ได้ผล 100% ควรใส่ร่วมกับการใส่ปุ๋ยครั้งแรกในแต่ละฤดูกาลให้ปุ๋ย ซึ่งสามารถเริ่มใส่ปุ๋ยได้ตั้งแต่เริ่ม ซึ่งเป็นช่วงที่พืชกำลังเจริญเติบโต จะทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของต้นไม้ ดังนั้นเมื่อถึงระยะเวลาให้ผลผลิต ต้นพืชก็จะให้ผลผลิตได้เต็มที่ตามความสมบูรณ์ของต้นไม้ แต่ถ้าหากใสซุปเปอร์โซคอนหลังพ้นช่วงการเจริญเติบโตของส่วนที่เป็นต้น (Vegetative Stage) เช่น ต้นข้าวใส่หลังข้าวตั้งท้องหรือออกรวง ผลของซุปเปอร์โซคอนจะไม่แสดงออกในฤดูกาลผลิตที่ใส่แต่จะไปแสดงผลในฤดูถัดไปโดยมีข้อแม้ว่า ฤดูถัดไปต้องไม่ยาวนานเกิน 4 เดือน เพราะหลังจาก 4 เดือนแล้วโซคอนในดินจะเริ่มเสื่อมสภาพ และหมดแรงดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้แก่ต้นไม้ ดังนั้นการสูญเสียธาตุอาหารก็เกิดขึ้นตามปกติ และซุปเปอร์โซคอนจะเริ่มสลายตัวภายใน 4 เดือน

            วิธีการใช้ซุปเปอร์โซคอนคือใช้คลุกกับปุ๋ยได้ทุกสูตร โดยใช้อัตราส่วนโซคอน 10 กิโลกรัม ต่อปุ๋ย 50 กิโลกรัม ระหว่างคลุกเคล้าควรพรมน้ำเบาๆ เพื่อให้ซุปเปอร์โซคอนเกาะตัวกับปุ๋ยดีขึ้น วิธีการที่จะคลุกเคล้าให้เข้ากันดีคือ เทปุ๋ยเป็นกองยาวแล้วเทซุปเปอร์โซคอนทับบนกองปุ๋ยเป็นเส้นยาวเสร็จแล้วคลุกตามแนวขวางพร้อมกับพรมน้ำเบาๆ จะทำให้การคลุกเคล้าซุปเปอร์โซคอนเกาะติดเม็ดปุ๋ยได้สม่ำเสมอยิ่งขึ้นพอคลุกเคล้าให้ซุปเปอร์โซคอนเกาะเม็ดปุ๋ยเสร็จแล้วควรทิ้งไว้สัก 4 – 6 ชั่วโมง หรือทิ้งไว้ข้ามคืนก็ได้ ซึ่งระยะเวลาที่ทิ้งไว้นี้จะเป็นช่วงระยะเวลาที่ให้ซุปเปอร์โซคอนกับปุ๋ยทำปฏิกิริยาจับกันดียิ่งขึ้นแต่หากไม่มีเวลาก็นำไปใส่ต้นไม้เลยก็ได้ เมื่อใส่ต้นไม้แล้วควรรดน้ำเพื่อให้ปุ๋ยและซุปเปอร์โซคอนสามารถถูกต้นไม้นำไปใช้ได้ทันที สิ่งที่ควรระวังในการใช้ซุปเปอร์โซคอนคือ อย่าใส่ในอัตราส่วนซุปเปอร์โซคอนต่อปุ๋ยเกิน 1 : 4 เพราะอาจทำให้พืชแสดงอาการใบเหลืองได้ในระยะแรก ในกรณีที่ผสมซุปเปอร์โซคอนมากเกินไปและพืชแสดงอาการใบเหลือง หรือชะงักการเจริญเติบโตให้ใส่ธาตุไนโตรเจน เช่น ยูเรีย ประมาณ 10 กิโลกรัมต่อไร่ จะทำให้ต้นไม้ฟื้นทันที อีกกรณีหนึ่งที่ต้องระวังคือคุณภาพของปุ๋ยหากผสมซุปเปอร์โซคอนกับปุ๋ยที่มีคุณภาพต่ำ หรือปุ๋ยปลอม ซุปเปอร์โซคอนจะไม่แสดงประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตให้เห็นสำหรับเกษตรกรที่ไม่สะดวกคลุกซุปเปอร์โซคอนกับปุ๋ย จะใช้ซุปเปอร์โซคอนหว่านพร้อมกับปุ๋ย หว่านก่อน หรือหว่านหลังปุ๋ยก็ได้ เพียงแต่หลังหว่านซุปเปอร์โซคอนแล้วให้รดน้ำให้ซุปเปอร์โซคอนและปุ๋ยละลายลงดิน เท่านั้นก็จะได้ผลเช่นเดียวกัน

            ในกรณีที่กลัวว่าหว่านแล้วซุปเปอร์โซคอนฟุ้งกระจายทำให้เสียของ จะใช้ซุปเปอร์โซคอนผสมกับปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกก็ได้ โดยใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 50 กิโลกรัม ต่อซุปเปอร์โซคอน 10 กิโลกรัม ผสมให้เข้ากันแล้วหว่านให้ทั่วหรือหว่านเป็นแถวตามแนวปลูกในเนื้อที่ไร่ แล้วรดน้ำตาม ก็ได้ผลเช่นเดียวกัน

 

หลักการและวิธีการใส่ซุปเปอร์โซคอนให้เกิดประสิทธิผลเต็มคุณภาพ

  1. กรณีเตรียมแปลงพืชไร่ เช่น นา อ้อย ข้าวโพด มันสำปปะหลัง ใช้ไร่ละ 10 กิโลกรัม แปลงผัก 100 – 200 ตารางวาต่อ 10 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วๆ สำหหรับต้นไม้ทรงพุ่มสูงให้ใช้อัตรา ดังนี้

  1. ระยะทรงพุ่ม

    0.5 ม.

    1 ม.

    2 ม.

    3 ม.

    4 ม.

    5 ม.

    6 ม.

    ปริมาณที่ใช้

    25 กรัม

    150 กรัม

    300 กรัม

    500 กรัม

    1 กก.

    1.5 กก.

    2 กก.

  2. เมล็ดพันธุ์แช่พร้อมปลูก เช่น ข้าวเปลือกที่คลุกเคล้าซุปเปอร์โซคอน ถังละ 1 กิโลกรัม หรือเมล็ดพันธุ์พืชอื่นๆ คลุกเคล้าให้ซุปเปอร์โซคอนพอเคลือบติด ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมง ก่อนนำไปปลูกจะทำให้เมล็ดพันธุ์พลิกตัวเร็ว ตั้งตัวงอกเร็ว ไม่เป็นอาหารของแมลงและสัตว์แทะเมล็ดต่างๆ ส่วนกิ่งพันธุ์ก่อนปลูกเอาต้นแช่น้ำแล้วคลุกซุปเปอร์โซคอน เมื่อปลูกเสร็จโรยซุปเปอร์โซคอนทับหน้าดินอีกชั้น ลดน้ำตาม

  3. สำหรับไม้ทรงพุ่ม การใส่ซุปเปอร์โซคอนให้เน้นโรยทับโคนต้นออกมาระยะ 1 ใน 4 ของทรงต้น (ระยะ A ในรูป) ใส่ประมาณ ½ ของจำนวนที่จะใส่เพื่อกระตุ้นให้ต้นไม้สร้างรากหลักเส้นใหม่ออกมา เนื่องจากรากเส้นเดิม ถ้าเปรียบกับถนนก็เป็นถนนที่ใช้มานานรถไม่สามารถบรรทุกวิ่งส่งของได้เต็มที่ส่วนที่เหลืออีกครึ่งให้โรยบางๆ เพื่อกระตุ้นรากที่เหลือของต้นไม้ให้แตกราก (ระยะ B)

  4. หลังการโรยซุปเปอร์โซคอน เกษตรกรต้องรดน้ำเพื่อให้ซุปเปอร์โซคอน กระจายไปสู่อาณาเขตอิทธิพลของรากพืชให้สังเกตว่าไม่มีซุปเปอร์โซคอนตกค้างบนผิวดิน ขณะเดียวกันก็ไม่รดน้ำจนกระทั่งเจิ่งนองไหลทิ้ง และให้รดน้ำทุกวันหลังใส่ซุปเปอร์โซคอน 7 – 10 วันให้ใส่ปุ๋ยสูตรตาม เพื่อให้รากที่แตกออกมาใหม่ได้ดูดจับสารอาหารที่เราต้องเพิ่มให้

  5. สำหรับกรณีที่เราต้องใส่ปุ๋ยเคมี ให้นำปุ๋ยเคมี 5 กิโลกรัม ผสมกับซุปเปอร์โซคอน 1 กิโลกรัม หรืออัตราส่วนปุ๋ยเคมี 1 กระสอบ (50 กิโลกรัม) ต่อซุปเปอร์โซคอน 1 กระสอบ (10 กิโลกรัม) คลุกเคล้ากันทิ้งไว้ 5 – 12 ชั่วโมง อาจพรมน้ำให้พอชื้นเล็กน้อย กรณีที่ไม่มีเวลาผสมไว้ก่อนค่อยนำไปหว่าน

  6. เนื่องจากซุปเปอร์โซคอนออกแบบไว้สำหรับปรับปรุงคุณภาพดิน และจับปุ๋ย กรณีที่มีการใส่ซุปเปอร์โซคอนเกินอัตราที่กำหนด สังเกตอาการใบจะเหลืองทั้งต้น ให้ใช้ปุ๋ยยูเรีย (46-0-0) ใส่แทนในอัตราส่วน 1 : 1 ของน้ำหนักซุปเปอร์โซคอนที่ใส่

  7. ห้ามนำซุปเปอร์โซคอนผสมน้ำฉีดพ่นทางใบ เนื่องจากผลึกของซุปเปอร์โซคอนเป็นเหลี่ยมคม หากนำมาพ่นกระทบกับโครงสร้างของพืชด้วยแรงอัดแรงๆ จะทำให้ผิวที่ตกกระทบ กระแทกเป็นแผลขนาดเล็กที่ไม่สามารถสังเกตด้วยตาเห็น และเป็นสาเหตุให้โรคเข้าทำลายได้


    คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม