ราคาหุ้น ขึ้น - ลง ได้อย่างไร | มือใหม่...ลงทุนในหุ้น - Stock Investment EP.2


สวัสดีรับ พบกันอีกเช่นเคยนะครับกับ Dolravee Slow Life Investor และผม ดลรวี ภัทรกุลพิมล นะครับ สำหรับในบทความนี้เรามาเรียนรู้กันในเรื่องของราคาหุ้น ขึ้น และ ลง ได้อย่างไร นะครับ... เราอาจมีความสงสัยกันว่าในแต่ละวันที่มีการซื้อขายหุ้นทำไมราคาหุ้นถึงได้วิ่งขึ้นๆลงๆและในบางวันและบางช่วงเวลาหุ้น ขึ้น-ลง เร็วมากโดยเฉพาะช่วงที่มีความผันผวนของราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แล้วมันขึ้นลงได้อย่างไร...



ในบทความนี้ผมจะมาพูดถึงปัจจัยเบื้องต้นสำหรับมือใหม่ที่ต้องการลงทุนในหุ้นกันก่อนนะครับ ในเรื่องของราคาหุ้น ขึ้น และ ลง ได้อย่างไรนั้น ส่วนใหญ่นักลงทุนจะมีวิธีวิเคราะห์กัน สองปัจจัยหลักใหญ่ๆ ก็คือ ปัจัยทางด้านเทคนิค และปัจจัยทางด้านพื้นฐาน เรามาดูกันเลยครับว่าทั้งสองปัจจัยนี้มันต่างกันอย่างไร...


ในด้วนปัจัยทางเทคนิคคือการวิเคราะห์กราฟของหุ้น และวิเคราะห์มุมมองทางด้านเศรษฐศาสตร์ อุปสงค์ อุปทาน ของหุ้น นั้นหมายความว่าถ้าในตัวบริษัท หรือหุ้นตัวนั้นๆ มีความต้องการของนักลงทุนสูงขึ้น นั้นหมายถึงมีอุปสงค์สูงขึ้น  จึงทำให้ราคาของหุ้นถูกไล่ต้อนให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่านักลงทุนจะรีบกันแห่ซื้อหุ้น เพราะกลัวว่าถ้าไม่รีบซื้อ หุ้นจะแพงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องรีบซื้อเพื่อขายทำกำไรในตอนที่หุ้นวิ่งสูงขึ้น คือจะได้รับผลต่างราคา ซื้อถูกขายแพงนั้นเอง.... ทั้งนี้นักลงทุนจะต้องวิเคราะกราฟของหุ้นเป็นปัจจัยทางด้านเทคนิคในการตัดสินใจช่วงจังหวะเวลาเข้าซื้อและขายหุ้นในตัวนั้นๆด้วยนั้นเอง...


ในด้านปัจจัยพื้นฐานของหุ้น สาเหตุที่ทำให้หุ้นขึ้น เพราะในตัวบริษัทหรือหุ้นตัวนั้นๆ มีกำไรจากการดำเนินงานที่สูงขึ้น  จึงทำให้ผู้ถือหุ้น ได้เงินปันผลที่สูงกว่าอัตาดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ในกรณีนี้ถ้าเราเทียบเป็นเปอร์เซ็นของเงินลงทุน หากเราเอาเงินไปฝากธนาคาร กับการนำเงินมาลงทุนในหุ้น และผลตอบแทนของดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร สูงกว่าเงินปันผลจากการลงทุนจะทำให้นักลงทุนแห่นำเงินไปฝากธนาคารเพราะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า แต่ถ้าเงินปันผลของกิจการมีอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร จะทำให้นักลงทุนนำเงินมาลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของเงินฝากธนาคาร ซึ่งในปัจจุบันอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่จะสูงกว่า อัตราดอกเบี้ยของเงินฝากธนาคารอยู่แล้ว นักลงทุนจึงนำเงินมาลงทุนในหุ้นมากขึ้นเรื่อยๆนั้นเอง...


ในการลงทุนบางครั้งเราอาจจะเห็นว่าบริษัทที่ไม่มีกำไร แต่กลับราคาหุ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า ในการลงทุนในหุ้นนั้นมักจะมีเจ้ามือ เข้ามาคอยปั่นราคา จากหุ้นกิจจการที่เคยขาดทุน กลับมีราคาหุ้นที่สูงขึ้นไปจนเรารู้สึกว่าหุ้นตัวนี้ทำไมถึงแพงเพราะเจ้ามือจะปั่นราคาจากราคาถูกให้แพงขึ้นโดยอาศัยการปล่อยข่าวลือว่าหุ้นบริษัทนี้จะมีกำไรเพื่อเป็นเครื่องมือในการทำให้ราคาหุ้นสูงขึ้น เมื่อราคาหุ้นสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจของเจ้ามือ...เจ้ามือจะขายหุ้นเพื่อทำกำไรทันที เพราะเจ้ามือใด้ซื้อหุ้นในราคาถูกไว้แล้วก่อนหน้านี้แล้ว... หลังจากนั้นหุ้นก็ตกลงเหล่าแมงเม่าก็จะติดดอยตามระเบียบ เพราะมันเป็นเกมของเจ้ามือทั้งหมด นั้นเอง…


เพราะฉะนั้นมือใหม่ที่คิดจะลงทุนในหุ้นจะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะส่วนใหญ่จะหลงไปกับข่าวลือและชอบลงทุนตามคนอื่นตามกระแสเสียส่วนใหญ่ หากเราจะซื้อหุ้นเราควรจะต้องดูที่งบการเงินว่าบริษัทนั้นๆว่ามีกำไรหรือไม่... ยิ่งถ้าบริษัทนั้นมีกำไรแบบสมเหตุสมผล และมีข่าวลือในด้านดี มีอุปสงค์ที่สูงขึ้น แบบนี้คือหุ้นที่ควรซื้อเก็บไว้ เพราะจะทำให้เราได้ทั้งส่วนต่างราคาหุ้นที่จะมีราคาสูงขึ้นในอนาคตและได้รับเงินปันผลในระยะยาวไม่ต้องไปเสี่ยงกับหุ้นปั่นราคาที่มาจากเจ้ามือ...

ถึงตรงนี้คงพอจะเข้าใจภาพรวมเบื้องต้นกันแล้วนะครับว่าเราควรจะเลือกซื้อหุ้นกับแบบไหน ราคาหุ้น ที่ขึ้น ลง มันขึ้นลงอย่างไรนะครับ... สำหรับวันนี้ผมขอจบเพียงเท่านี้ก่อน..แล้วกลับมาพบกับผมใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับ  ของให้ท่านมีความสุขกาย สบายใจ เงินทองไหลมาเทมากันนะครับ สวัสดีครับ…..


Article by : ดลรวี ภัทรกุลพิมล
Youtube : https://goo.gl/F6d8A4
FaceBook : https://www.facebook.com/CoachDolravee/   
Blogger : https://www.Dolravee.com/   
Twitter : https://twitter.com/CoachDolravee           
Instagram : https://www.instagram.com/CoachDolravee/       
G+  : https://plus.google.com/+CoachDolravee   

บทความที่ได้รับความนิยม

บทความยอดนิยมตลอดกาล