“ท่าเสาโมเดล” สู่ “กาญจนบุรีโมเดล” เพื่อเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืน

 

"ท่าเสาโมเดล" เป็นต้นแบบความสำเร็จของการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากจากระดับตำบลในพื้นที่อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างระบบพึ่งพาตนเองเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรที่เกิดจากระบบทุนนิยมส่วนกลาง โมเดลนี้เปลี่ยนบทบาทของชุมชนจากการเป็นเพียง "แรงงาน" หรือ "ผู้รับจ้างผลิต" ให้กลายเป็น "เจ้าของระบบเศรษฐกิจ" และ "เจ้าของตลาด" อย่างครบวงจร

ความสำเร็จที่ประจักษ์ชัดคือการที่วิสาหกิจชุมชนท่าเสาร์สามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจไว้ได้แม้ในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19 โดยมียอดขายรวมสูงสุดถึง 30 ล้านบาทต่อปี ปัจจุบันกำลังมีการยกระดับสู่ "กาญจนบุรีโมเดล" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าครอบคลุมทุกตำบลทั่วจังหวัด เพื่อสร้างพลังอำนาจในการซื้อและการผลิต รวมถึงการดึงคนรุ่นใหม่กลับคืนสู่ท้องถิ่นเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

 สะดวกซื้อ สะดวกขาย สะดวกใจ ใช้ร้านค้าชุมชน “ท่าเสาโมเดล”

ที่มาและวิกฤตการณ์ก่อนเกิดโมเดล

การพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ผ่านมาส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูง เนื่องจากนโยบายมักกำหนดมาจากส่วนบน (Top-down) ซึ่งไม่สอดคล้องกับปัญหาจริงของคนรากหญ้า

  • การรุกรานของกลุ่มทุน เมื่อความเจริญและเครื่องจักรเข้ามา นายทุนเข้าครอบครองปัจจัยการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยา ไปจนถึงเครื่องจักร โดยเป็นผู้กำหนดราคาต้นทุนและรับซื้อเพียงฝ่ายเดียว

  • วงจรหนี้สิน เกษตรกรต้องแบกรับความเสี่ยงจากธรรมชาติ (ฝนแล้ง น้ำท่วม โรคพืช) และความผันผวนของตลาด โดยไม่สามารถกำหนดรายได้ที่แน่นอนได้ นำไปสู่การเสียที่ดินทำกินและปัญหาหนี้สินนอกระบบ

  • การสูญเสียอัตลักษณ์ชุมชน จากเดิมที่เคยพึ่งพาธรรมชาติและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน (ลงแขกเอาแรง) กลายเป็นระบบจ้างงานและต่างคนต่างทำเพื่อความร่ำรวยส่วนตัว

 เสาหลักของ “ท่าเสาโมเดล”

กระบวนการพัฒนาเริ่มต้นจากการทำวิจัยร่วมกับ สกว. เพื่อค้นหารากเหง้าของปัญหา โดยมีองค์ประกอบหลักดังนี้

  • การสร้างฐานข้อมูลครัวเรือน

การจัดเก็บข้อมูลรายรับ-รายจ่ายที่แท้จริงทำให้พบสถิติที่สำคัญว่า เงินส่วนใหญ่ไหลออกจากชุมชนไปยังกลุ่มทุนภายนอก โดยมีลำดับรายจ่ายสูงสุดดังนี้

  1. ค่าน้ำมันและค่าขนส่ง ประมาณ 17 ล้านบาทต่อปี (จากผลสำรวจ 2,000 กว่าครัวเรือน)

  2. ค่าการศึกษา ประมาณ 15 ล้านบาทต่อปี

  3. ค่าข้าวสาร ประมาณ 11 ล้านบาทต่อปี

     

  • การบริหารจัดการทุนและตลาดชุมชน

  • ธนาคารหมู่บ้าน สร้างแหล่งเงินทุนของชุมชนเองเพื่อลดการพึ่งพานายทุน

  • ร้านค้า/ศูนย์กระจายสินค้าชุมชน เริ่มต้นจากการระดมทุนใน 5 หมู่บ้าน เพื่อสร้างตลาดรองรับสินค้าและจำหน่ายของใช้จำเป็นในราคาที่เป็นธรรม

  • การควบคุมปัจจัยลบ กำหนดกฎเหล็ก "ไม่ให้เงินเชื่อ" และ "ป้องกันการคดโกง" โดยให้สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ

     

  • โครงสร้างการจัดสรรผลประโยชน์

ในระยะเริ่มต้น ท่าเสาโมเดลมีการจัดสรรกำไรเพื่อสร้างความมั่นคงดังนี้

รายการจัดสรรกำไร
สัดส่วน (%)
วัตถุประสงค์

เงินปันผลสมาชิก

50%

คืนกำไรให้ผู้ถือหุ้น (เฉลี่ยร้อยละ 10-15 ต่อปี)

เงินทุนหมุนเวียน

30%

สำรองเพื่อขยายกิจการและสต็อกสินค้า

กองทุมสวัสดิการ

20%

ช่วยเหลือสมาชิกในด้านต่างๆ (เจ็บป่วย/เสียชีวิต)

ค่าตอบแทนคณะกรรมการ

10%

สร้างขวัญกำลังใจให้แกนนำและผู้เสียสละ

ยุทธศาสตร์การยกระดับสู่ “กาญจนบุรีโมเดล”

เป้าหมายคือการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจระดับจังหวัดเพื่อสร้างพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

  • เครือข่ายศูนย์กระจายสินค้า วางเป้าหมาย "1 ตำบล 1 ศูนย์กระจายสินค้า" โดยใช้ท่าเสาโมเดลเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และวางระบบโปรแกรมบริหารจัดการร่วมกัน

  • การลดขั้นตอนคนกลาง เจรจาโดยตรงกับผู้ผลิตสินค้าที่ชุมชนผลิตเองไม่ได้ (เช่น น้ำมันพืช น้ำตาล) ในรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) โดยใช้แบรนด์ของชุมชนเองเพื่อลดต้นทุนค่าการตลาด

  • การบูรณาการ 8 หน่วยงานภาคี มีการลงนาม MOU ร่วมกับหน่วยงานรัฐและสถาบันการศึกษา เช่น

    • มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี และมหาวิทยาลัยมหิดล (สนับสนุนด้านวิชาการและนวัตกรรม)

    • พช., พมจ., และ พอช. (สนับสนุนการเข้มแข็งขององค์กรชุมชน)

    • กระทรวงพาณิชย์, เกษตรและสหกรณ์, และปศุสัตว์ (สนับสนุนด้านการตลาดและการผลิตมาตรฐาน)


เรื่องเล่าจากชุมชน “ท่าเสาโมเดล”

กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงและการป้องกันการแทรกแซง

เพื่อให้โมเดลมีความยั่งยืนและไม่ถูกกลืนโดยระบบทุนใหญ่ ได้มีการวางระเบียบไว้ดังนี้

  1. การจำกัดการถือหุ้น กำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นต้องเป็นคนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 60% และจำกัดจำนวนหุ้นต่อบุคคลเพื่อป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาครอบงำเป็นหุ้นใหญ่

  2. ระบบตรวจสอบโดยสมาชิก เน้นความโปร่งใส สมาชิกสามารถสอบถามและตรวจสอบงบการเงินได้ตลอดเวลา

  3. การพยุงราคา ในช่วงวิกฤต (เช่น ของแพง) ร้านค้าชุมชนจะใช้กำไรสะสมเพื่อพยุงราคาสินค้าช่วยสมาชิก แม้จะได้กำไรน้อยลงแต่คุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ต้องมาก่อน

  4. การไม่แปลงสภาพเป็นสหกรณ์รัฐ เลือกจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในรูปแบบวิสาหกิจหรือบริษัทชุมชน เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการแบบภาคเอกชนแต่ยึดถือผลประโยชน์สาธารณะ

ผลกระทบทางสังคมและความยั่งยืนในอนาคต

  • การสร้างระบบนิเวศชุมชน เมื่อเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง จะเกิด "ระบบนิเวศที่ดี" ลดปัญหาสังคมและอาชญากรรม

  • การดึงคนรุ่นใหม่กลับบ้าน สร้างงานในท้องถิ่นทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้แปรรูป และผู้บริหารตลาด เพื่อให้ลูกหลานไม่ต้องย้ายถิ่นไปเป็นแรงงานในเมืองใหญ่ และได้กลับมาดูแลผู้สูงอายุ

  • กองทุมพัฒนาผู้นำ จัดสรรกำไร 10% เพื่อเป็นค่าตอบแทนให้คนทำงานด้านจิตอาสา เพื่อให้แกนนำสามารถขับเคลื่อนงานสาธารณะได้โดยไม่เป็นภาระต่อครอบครัว

    "เราจะเข้มแข็งได้ เราต้องรวมตัวกัน... วันนี้เราคงหวังพึ่งนโยบายที่กำหนดมาจากข้างบนไม่ได้แล้ว แต่เราต้องสร้างพลังและมีแผนที่ทำให้ข้างบนทำตามเราได้"อาจารย์พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง

    "ถ้าเรามุ่งแต่ทำตลาดเฉพาะกลุ่ม เราสู้ยักษ์ใหญ่ไม่ได้ แต่ถ้าเราใช้จุดแข็งคือ 'กำลังบริโภค' ของเราเอง มาหนุน 'กำลังผลิต' ของเรา ระบบเศรษฐกิจเราจะเป็นผู้กำหนดเอง"อาจารย์พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง

    "การสร้างสวัสดิการชุมชนที่ดี ไม่ใช่แค่การมีเงินกองไว้ แต่คือการทำให้ทุนนั้นงอกเงยและกลับมาดูแลคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่อย่างครบวงจร"บทสรุปจากการเสวนา

     

    ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
    วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

    กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน | ตอนที่ 1
    กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน | ตอนที่ 2

    หมายเหตุ : เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ อ.พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ในหัวข้อเรื่อง กาญจนบุรี “ท่าเสาโมเดล” พลังชุมชน สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.37 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  อ.พิพัฒน์ แก้วจิตคงทอง เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้...

    เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

    • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
    • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
    • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

    คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

    • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
    • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
    • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

    เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

    เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

    ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม