พลังธรรมาภิบาล จากชุมชนสู่อนาคตชาติ | คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน EP.108

 

จากสมรภูมิสู่สังคม ถอดรหัสเส้นทางชีวิตและการขับเคลื่อน
“ธรรมาภิบาล” ของ พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ

 

จุดเริ่มต้นของภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่า

เรื่องราวของนายทหารผู้หนึ่งที่อุทิศชีวิตกว่า 30 ปีในสนามรบ รับใช้ชาติในสมรภูมิที่ร้อนระอุที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่การต่อสู้กับภัยคอมมิวนิสต์ไปจนถึงภารกิจในต่างแดน ชีวิตของท่านคือบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นและความเสียสละ แต่แล้วบนเส้นทางที่ดูเหมือนจะมุ่งสู่จุดสูงสุดในสายอาชีพทหาร ท่านกลับได้พบกับภารกิจที่สำคัญยิ่งกว่าในสนามรบของภาคประชาสังคม นั่นคือการต่อสู้กับ "การทุจริต" และอุทิศตนเพื่อสร้างหลัก "ธรรมาภิบาล" ให้เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย

บทความนี้ผมจะพาท่านไปสำรวจเส้นทางชีวิต ประสบการณ์ และบทเรียนที่หล่อหลอม ท่าน พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ จากนายทหารช่างผู้กรำศึก สู่การเป็นเลขาธิการเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ ผู้ขับเคลื่อนหลักการที่เชื่อว่าเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศ

 

1. เบ้าหลอมแห่งสมรภูมิ 30 ปีในชีวิตราชการทหาร

พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ เริ่มต้นชีวิตราชการจากการสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 18 ซึ่งเป็นรุ่นที่ต้องสำเร็จการศึกษาก่อนกำหนดในปี พ.ศ. 2512 เนื่องจากสถานการณ์สงครามในประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต ท่านถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่สู้รบที่เต็มไปด้วยความท้าทายและความรุนแรงแทบจะในทันที

สมรภูมิต่างๆ ในช่วงต้นของชีวิตราชการได้กลายเป็นเบ้าหลอมสำคัญที่หล่อหลอมความทรหดอดทนและสภาวะผู้นำเชิงปฏิบัติของท่านให้แข็งแกร่งขึ้น

เชียงราย : เข้าต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ในพื้นที่ ดอยยาว ดอยผาหม่น

เวียดนาม : ปฏิบัติภารกิจในนามกองกำลังทหารไทยในสงครามเวียดนาม

นครศรีธรรมราช : เป็นผู้รับผิดชอบโครงการสร้าง "หมู่บ้านสวนเรา" ซึ่งเป็นหมู่บ้านสำหรับชาวบ้านกลุ่มแรกของไทยที่ลุกขึ้นจับปืนต่อสู้กับ ผกค.

ปัตตานี และ เบตง : ในฐานะทหารช่าง ท่านได้นำหน่วยเข้าสร้างถนนในพื้นที่อันตราย และเผชิญหน้ากับขบวนการโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.)

ตลอดช่วงเวลานี้ ท่านยึดมั่นในหลักการทำงานที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง คือ ความขยันหมั่นเพียรและความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่จำเป็นต้องใช้เส้นสายหรือการวิ่งเต้นใดๆ ผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ทำให้ท่านเติบโตในหน้าที่การงานได้อย่างต่อเนื่อง หลักการทำงานของท่านสะท้อนถึงแก่นแท้ของ "หลักคุณธรรม" และ "หลักความคุ้มค่า" อย่างเป็นธรรมชาติ แม้ในเวลานั้นท่านจะยังไม่รู้จักคำว่า "ธรรมาภิบาล" ก็ตาม แต่เส้นทางแห่งเกียรติยศที่สร้างขึ้นจากผลงาน กำลังจะนำท่านไปสู่ทางแพร่งที่สั่นสะเทือนความเชื่อมั่น และบังคับให้ท่านต้องตั้งคำถามกับจิตวิญญาณของระบบที่ท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อรับใช้

 

2. ณ ทางแพร่ง เมื่อความอยุติธรรมนำไปสู่เส้นทางใหม่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อท่านรู้สึกว่าการเติบโตในสายอาชีพเริ่มหยุดชะงัก ไม่เป็นไปตามผลงานและความสามารถที่ควรจะเป็น ประกอบกับสถานการณ์ความรุนแรงทางการเมืองในช่วง "พฤษภาทมิฬ" ทำให้ท่านตัดสินใจลาออกจากราชการเป็นครั้งแรก แม้ต่อมาจะกลับเข้ารับราชการอีกครั้งในตำแหน่งพลตรี และได้ริเริ่มโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย เช่น โครงการที่เปิดโอกาสให้ทหารเกณฑ์ได้เรียนหนังสือจนจบชั้น ม.6 พร้อมกับการฝึกอาชีพ ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของท่าน

เหตุการณ์สำคัญที่ผลักดันให้ท่านเข้าสู่เส้นทางการเมืองคือการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2538 แต่โชคชะตากลับเล่นตลก เมื่อท่านประสบอุบัติเหตุ "ตกหลังคา" ขณะเข้าไปช่วยดับเพลิงก่อนวันเลือกตั้งเพียง 3 วัน แม้จะไม่สามารถหาเสียงได้ แต่ท่านยังคงได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนกว่า 20,000 คะแนนโดยไม่ต้องซื้อเสียงแม้แต่บาทเดียว เหตุการณ์นี้สร้างความรู้สึก "เป็นหนี้บุญคุณประชาชน" ที่ฝังลึกในใจท่านมาจนถึงทุกวันนี้

ทว่า การตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองที่เป็นปฏิปักษ์กับผู้มีอำนาจในขณะนั้น ได้นำมาซึ่งความรู้สึกเจ็บปวดจากการถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองอย่างเป็นระบบ ซึ่งท่านต้องเผชิญกับความอยุติธรรมที่มาจากระบบที่ท่านเคยรับใช้มาทั้งชีวิต

ถูกระงับการเลื่อนยศเป็นพลโทอย่างไม่เป็นธรรม และถูกย้ายไปประจำการโดยไม่มีหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน

ถูกตัดสิทธิ์การศึกษา โดยชื่อของท่านถูกถอดออกจากการเข้าศึกษาในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ในนาทีสุดท้าย และมีคนอื่นเข้ามาแทนที่

พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ สรุปประสบการณ์อันขมขื่นนี้ด้วยคำสั้นๆ ว่า นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการ "ไม่มีธรรมาภิบาล" ที่ท่านประสบมาด้วยตนเอง และประสบการณ์ความอยุติธรรมส่วนตัวนี้เองที่ได้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาลให้ท่านเริ่มต้นแสวงหาคำตอบและเครื่องมือที่จะมาแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ

 

3. การค้นพบ "ธรรมาภิบาล" จากงานวิจัยสู่ภารกิจตลอดชีวิต

หลังจากลาออกจากราชการก่อนเกษียณ 7 ปี ท่านได้เข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาเอก และได้ทำวิจัยในหัวข้อ "การทุจริตในวงราชการ" ผลการวิจัยที่ได้จากการสัมภาษณ์บุคคลสำคัญของประเทศได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า ทางออกของปัญหานี้คือ "จะต้องมีองค์กรธรรมาภิบาล"

ท่านยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ในตอนแรกนั้น ท่านเองก็ไม่เคยรู้จักความหมายของคำว่า "ธรรมาภิบาล" มาก่อนเลย จึงต้องเริ่มต้นศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง จนได้พบที่มาของคำศัพท์ที่ทรงพลังนี้ในบริบทของประเทศไทย

1. มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Good Governance" ของธนาคารโลก (World Bank)

2. ประเทศไทยเริ่มนำแนวคิดนี้มาปรับใช้อย่างจริงจังหลังเกิด วิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" ในปี 2540

3. มีการบัญญัติศัพท์คำว่า "ธรรมาภิบาล" อย่างเป็นทางการโดยคณะสัมมนาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ในปี 2541 โดยเป็นการรวมคำว่า "ธรรมะ + อภิ + บาล" ซึ่งหมายถึง การดูแลรักษาไว้ซึ่งคุณความดีอันยิ่งใหญ่

การค้นพบครั้งนี้ได้เปิดประตูให้ท่านเข้าสู่โลกของ "ธรรมาภิบาล" และนำไปสู่การตีความเพื่อทำความเข้าใจในแก่นแท้ของหลักการดังกล่าว อันเป็นภารกิจสำคัญตลอดชีวิตของท่านในเวลาต่อมา

 

4. ถอดรหัสหลัก 6 ประการ ธรรมาภิบาลในภาคปฏิบัติ

พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ และภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ ได้นำหลักธรรมาภิบาล 6 ประการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2542 มาปรับปรุงลำดับความสำคัญใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยที่ท่านมองว่ามีปัญหาในกระบวนการยุติธรรม


นอกจากนี้ ท่านยังได้สังเคราะห์แนวคิด "ธรรมาภิบาล" ให้เชื่อมโยงกับหลักปรัชญาและคำสอนที่คนไทยคุ้นเคย เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติจริง

สูตรสำเร็จ 2-3-4 (หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง): เน้นย้ำแนวคิด "คุณธรรมนำความรู้" (2 เงื่อนไข) และการประยุกต์ใช้ 3 ห่วง (พอประมาณ, มีเหตุผล, มีภูมิคุ้มกัน) ในการแก้ปัญหาทุกมิติของชีวิต

สูตรสำเร็จ 4-5-6 (หลักธรรมาภิบาล): คือการนำ คุณธรรม 4 ประการ ของในหลวงรัชกาลที่ 9, ศีล 5 และ หลักธรรมาภิบาล 6 ประการ มาเป็นกรอบในการดำเนินชีวิตและการทำงาน

หลักการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงทฤษฎีบนหน้ากระดาษ แต่คือสิ่งที่ท่านได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอดชีวิตราชการ ดังที่จะได้เห็นจากตัวอย่างรูปธรรมต่อไปนี้

 

5. บทพิสูจน์เชิงประจักษ์ เมื่อ "ธรรมาภิบาล" อยู่ในสายเลือด

พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าท่านได้ใช้หลักธรรมาภิบาลในการทำงานมาโดยตลอด แม้ในขณะนั้นจะยังไม่รู้จักคำศัพท์นี้อย่างเป็นทางการก็ตาม ผ่านเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของท่าน

กรณีที่ 1 : การปฏิเสธผลประโยชน์ส่วนตน

ในสมัยที่ท่านเป็นผู้บังคับหน่วยทหารช่าง มีบริษัทเหมืองแร่มาติดต่อขอเช่าเครื่องจักรกลหนักของหน่วย โดยเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้ท่านเป็นเงินส่วนตัว แต่ท่านปฏิเสธอย่างหนักแน่น และได้ชี้แจงกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่า "เครื่องมือเครื่องจักรเหล่านี้เป็นของราชการ ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน เรามีหน้าที่ต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน"

กรณีที่ 2 : ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ

ในการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นธรรมเนียมที่นักธุรกิจจะมอบเงิน "ค่าคอมมิชชั่น" ให้กับหน่วยงาน ท่านไม่ได้เก็บไว้เอง แต่นำเงินทั้งหมดเข้าเป็น "กองกลาง" ของหน่วย และจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาบริหารจัดการอย่างโปร่งใส เพื่อใช้ดูแลสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนอย่างทั่วถึงและสามารถตรวจสอบได้

เรื่องเล่าทั้งสองกรณีคือบทพิสูจน์เชิงประจักษ์ของการยึดมั่นใน หลักคุณธรรม และ หลักความรับผิดชอบ ต่อทรัพย์สินของส่วนรวม ควบคู่ไปกับการใช้ หลักความโปร่งใส และ หลักการมีส่วนร่วม ในการบริหารจัดการ ซึ่งทั้งหมดนี้ได้หล่อหลอมวิสัยทัศน์ที่ท่านมีต่ออนาคตของประเทศไทย

 


อนาคตประเทศไทยที่สร้างได้ด้วยธรรมาภิบาล

พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่า การจะเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้นได้นั้น ต้องเริ่มต้นจาก "ตัวเราเอง" และขยายผลไปสู่ "ชุมชน" ซึ่งก็คือหลักการ "ระเบิดจากข้างใน" ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้นั่นเอง

ท่านมองเห็นภาพอนาคตของประเทศไทยที่สดใส หากคนไทยและสังคมไทยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่:

สังคมที่น่าอยู่และไว้วางใจกัน

การเมืองที่โปร่งใสและเป็นธรรม

เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

การศึกษาที่สร้างคนดีและคนเก่งควบคู่กัน

เรื่องราวทั้งหมดนี้ตอกย้ำคำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า "ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ" และ พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ เชื่อมั่นว่า "ธรรมาภิบาล" คือพิมพ์เขียวเชิงปฏิบัติ ที่จะแปรเปลี่ยนศีลธรรมจากนามธรรมให้กลายเป็นรากฐานที่มั่นคงของชาติอีกครั้ง เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับประเทศชาติต่อไป

ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.


📘 แหล่งข้อมูล | บทความต่อยอดสู่การเรียนรู้ “ธรรมาภิบาล” 

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ธรรมาภิบาลไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่นี่คือ 6 เรื่องจริงที่พิสูจน์ได้

 


แก่นแท้ธรรมาภิบาล เข้าใจ 6 หลักการสำคัญผ่านประสบการณ์จริง

ธรรมาภิบาล เรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

คำกล่าวของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า "ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะวินาศ" ยังคงก้องกังวานและสะท้อนความจริงของสังคมเสมอมา เพราะเมื่อใดที่ศีลธรรมเสื่อมถอย สังคมก็ย่อมไร้ซึ่งความสงบสุข ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ มีคำหนึ่งที่เราได้ยินบ่อยครั้ง นั่นคือ "ธรรมาภิบาล" ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่แท้จริงแล้ว นี่คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับชาติ

บทความนี้จะถอดบทเรียนและประสบการณ์อันยาวนานกว่า 50 ปี ทั้งในราชการทหารและภาคประชาสังคมของ พลเอก ดร. กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ เลขาธิการเครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติ และนายกสมาคมภาคีเครือข่ายธรรมาภิบาล เพื่อทำให้หลักการที่ดูเป็นนามธรรมนี้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและจับต้องได้ผ่านเรื่องราวจากภาคสนาม มากกว่าภาพรวมทางทฤษฎี บทความนี้คือบทเรียนที่หลอมรวมจากประสบการณ์ตรงของชายผู้เลือกเดินออกจากเส้นทางราชการทหารอันรุ่งโรจน์ หลังจากได้เผชิญหน้ากับผลลัพธ์ของระบบที่หลักนิติธรรมสั่นคลอนด้วยตนเอง

ก่อนจะไปสำรวจหลักการทั้ง 6 ประการ เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า 'ธรรมาภิบาล' ที่เราได้ยินกันบ่อยครั้งนั้น แท้จริงแล้วคืออะไรและมีที่มาอย่างไร

1. ธรรมาภิบาลคืออะไร? ถอดรหัสความหมายและที่มา

คำว่า "ธรรมาภิบาล" มีที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Good Governance" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ธนาคารโลก (World Bank) นำมาใช้เพื่อช่วยเหลือประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทย แนวคิดนี้เริ่มถูกนำมาใช้อย่างจริงจังหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" ในปี พ.ศ. 2540 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้สังคมต้องหันกลับมาทบทวนเรื่องการบริหารจัดการบ้านเมืองอย่างจริงจัง ในการสัมมนาวิชาการประจำปี 2541 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กลุ่มที่ 4 คือ 'ธรรมาภิบาลกับการพัฒนาที่ยั่งยืน' ซึ่งมี ม.ร.ว. จัตุมงคล โสณกุล เป็นประธานกลุ่ม เป็นผู้เคาะเลือกใช้คำว่า 'ธรรมาภิบาล' เป็นคำแปลของ 'Good Governance' อย่างเป็นทางการ

"ธรรมะ + อภิ + บาล"

เพื่อให้เข้าใจความหมายเชิงลึก พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ ได้ถอดความหมายของคำว่า "ธรรมาภิบาล" ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้

ธรรมะ หมายถึง ความดี คุณงามความดี

อภิ หมายถึง ยิ่งใหญ่

บาล หมายถึง ทะนุบำรุงรักษา

เมื่อรวมกันแล้ว "ธรรมาภิบาล" จึงมีความหมายถึง การทะนุบำรุงรักษาคุณงามความดีอันยิ่งใหญ่ไว้ ซึ่งสรุปเป็นความหมายในภาพรวมได้ว่าคือ "หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี" นั่นเอง

เมื่อเข้าใจที่มาและความหมายแล้ว หัวใจสำคัญของธรรมาภิบาลก็คือหลักการ 6 ประการที่เป็นเหมือนเสาหลักค้ำจุนสังคมที่ดีงาม

2. 6 เสาหลักแห่งธรรมาภิบาล : บทเรียนจากภาคสนาม

ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2542 ได้กำหนดหลักธรรมาภิบาลไว้ 6 ประการ แต่ในทางปฏิบัติ เครือข่ายธรรมาภิบาลแห่งชาติได้เสนอให้นำ "หลักคุณธรรม" ขึ้นมาเป็นอันดับแรกสุด ด้วยเหตุผลที่ว่า ระบบนิติธรรมของประเทศล้มเหลว คนรวยและผู้มีอำนาจมักไม่ติดคุก ดังนั้น หากผู้ปฏิบัติงานขาดคุณธรรมเป็นที่ตั้ง หลักนิติธรรมเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจสร้างความเป็นธรรมที่แท้จริงได้ ประสบการณ์ของ พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ สะท้อนให้เห็นภาพของแต่ละหลักการได้อย่างชัดเจน

1. หลักคุณธรรม (Morality)

คำจำกัดความ : การยึดมั่นในความถูกต้องดีงาม มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความเสียสละ

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : สมัยที่ท่านเป็นผู้บังคับหน่วยทหารช่าง มีบริษัทเหมืองแร่มาติดต่อขอเช่าเครื่องจักรกลของหน่วยงาน เช่น รถตัก รถดั๊มพ์ โดยเสนอค่าเช่าให้เดือนละหลายแสนบาท แต่ท่านได้ปฏิเสธไป พร้อมให้เหตุผลกับลูกน้องว่า "เครื่องมือเครื่องจักรเหล่านี้เป็นของราชการ ซึ่งมาจากภาษีของประชาชน เรามีหน้าที่รักษาประโยชน์ของแผ่นดิน" การตัดสินใจครั้งนั้นคือภาพสะท้อนของการยึดมั่นในคุณธรรมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน

2. หลักนิติธรรม (Rule of Law)

คำจำกัดความ : การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับต่างๆ อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ เล่าถึงช่วงหนึ่งของชีวิตราชการที่ท่านควรจะได้รับการเลื่อนยศเป็นนายพล แต่กลับไม่ได้รับ และยังถูกย้ายไปประจำโดยไม่มีเหตุผลอันควร อีกทั้งยังถูกถอดชื่อออกจากการเข้าศึกษาในวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) อย่างไม่เป็นธรรม เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเมื่อ หลักนิติธรรมอ่อนแอ และการใช้อำนาจไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ ซึ่งเป็นที่มาของการตัดสินใจลาออกจากราชการในเวลาต่อมา ประสบการณ์อันขมขื่นนี้เองที่กลายเป็นแรงผลักดันให้ท่านอุทิศตนในเวลาต่อมา เพื่อสร้างระบบธรรมาภิบาลที่ท่านรู้สึกว่าได้ล้มเหลวต่อตัวท่าน

3. หลักความโปร่งใส (Transparency)

คำจำกัดความ : การเปิดเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ และทุกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลที่จำเป็นได้

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : ในการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เป็นธรรมเนียมที่บริษัทเอกชนจะมอบเงินค่าคอมมิชชั่น (Commission) ให้กับหน่วยงาน แทนที่ท่านจะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เอง ท่านได้นำเงินทั้งหมดเข้าเป็น "กองกลางของหน่วยงาน" โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแล และนำเงินไปใช้เพื่อเป็นสวัสดิการ ปรุงอาหาร และดูแลกำลังพลทุกคนอย่างทั่วถึง การกระทำเช่นนี้สร้างความไว้วางใจและแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการอย่างแท้จริง

4. หลักการมีส่วนร่วม (Participation)

คำจำกัดความ : การเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ แสดงความคิดเห็น และร่วมตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญ

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : แนวทางการทำงานของท่านคือการให้ลูกน้อง "ร่วมคิดร่วมทำด้วยกัน" เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนสร้างถนนหรือการบริหารจัดการหน่วย ท่านเชื่อว่าการให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม จะทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้งานสำเร็จลุล่วงได้อย่างรวดเร็ว

5. หลักความรับผิดชอบ (Accountability)

คำจำกัดความ : ความตระหนักในหน้าที่และความสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกเป็น 'หนี้บุญคุณประชาชน' ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ต้องทำงานรับใช้ส่วนรวมอย่างเต็มกำลัง

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : ท่านมีความรู้สึกเป็น "หนี้บุญคุณประชาชน" ถึงสองครั้งใหญ่ในชีวิต ครั้งแรกคือการที่ประชาชนเสียภาษีส่งเสียให้ท่านได้เรียนโรงเรียนนายร้อย จปร. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ และครั้งที่สองคือเมื่อท่านลงสมัครรับเลือกตั้งและได้รับคะแนนเสียงกว่า 20,000 คะแนนโดยไม่ได้ซื้อเสียงแม้แต่บาทเดียว ความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ท่านตั้งใจทำงานรับใช้ชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ เพราะตระหนักดีว่าต้องรับผิดชอบต่อความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้

6. หลักความคุ้มค่า (Value for Money)

คำจำกัดความ : การบริหารจัดการและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม

ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง : ผลลัพธ์จากการยึดมั่นในหลักการ 5 ข้อข้างต้น คือประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การสร้างถนนในพื้นที่ทุรกันดารระยะทาง 10 กิโลเมตร สำเร็จภายในเวลาเพียง 3 เดือน ขณะที่หน่วยงานอื่นอาจใช้เวลาเป็นปี นี่คือบทพิสูจน์ว่าเมื่อมีคุณธรรม โปร่งใส และทุกคนมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมมีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

จะเห็นได้ว่าหลักการทั้ง 6 ข้อนี้มีความแตกต่างจากการบริหารจัดการทั่วไปที่มุ่งเน้นเพียงผลกำไรหรือประสิทธิภาพสูงสุดเพียงอย่างเดียว

3. ธรรมาภิบาล แตกต่างจากการบริหารทั่วไปอย่างไร?

พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ เน้นย้ำว่า การบริหารทั่วไปมักมุ่งเน้นที่เป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก เช่น การเพิ่มยอดขาย การลดต้นทุน หรือการทำโครงการให้เสร็จตามแผน แต่ธรรมาภิบาลจะครอบคลุมมิติที่กว้างและลึกซึ้งกว่านั้น โดยให้ความสำคัญกับ "ความชอบธรรม" และ "ความน่าเชื่อถือ" ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพ

เราสามารถเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจนได้ดังตารางต่อไปนี้



เมื่อเห็นความแตกต่างแล้ว คำถามสำคัญต่อมาคือ เราในฐานะคนธรรมดาจะเริ่มต้นสร้างธรรมาภิบาลให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

4. เริ่มต้นที่ตัวเรา : สูตรสำเร็จสู่การปฏิบัติจริง

หัวใจสำคัญที่ พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ ย้ำอยู่เสมอคือ ธรรมาภิบาลต้อง "เริ่มจากตัวเราเอง" และ "ระเบิดจากข้างใน" โดยเริ่มต้นจากหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมคือครอบครัวและชุมชน ไม่ใช่การรอคอยคำสั่งจากเบื้องบน

วัคซีนป้องกันการทุจริต : คุณธรรม 4 ประการ

ท่านได้น้อมนำพระบรมราโชวาทของในหลวงรัชกาลที่ 9 เรื่อง "คุณธรรม 4 ประการ" มาเป็นเหมือนวัคซีนป้องกันการทุจริต ซึ่งทุกคนสามารถสร้างขึ้นได้ในใจตนเอง

1. การรักษาความสัตย์ : มีความจริงใจต่อตนเองที่จะประพฤติปฏิบัติแต่ในสิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม (สัจจะ)

2. การรู้จักข่มใจตนเอง : ฝึกฝนใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์และความดีงามนั้น (ทมะ)

3. การอดทน อดกลั้น และอดออม : ไม่ประพฤติล่วงความสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม (ขันติ)

4. การรู้จักละวางความชั่ว : รู้จักเสียสละประโยชน์ส่วนน้อยของตน เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง (จาคะ)

สูตรสำเร็จที่นำไปใช้ได้จริง

เพื่อให้หลักการที่ดูซับซ้อนเหล่านี้ง่ายต่อการจดจำและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ท่านได้สรุปเป็น 'สูตรสำเร็จ' ที่เชื่อมโยงศาสตร์พระราชากับหลักธรรมาภิบาลเข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ

สูตร 2-3-4 (ศาสตร์พระราชา)

    ◦ 2 เงื่อนไข: ความรู้คู่คุณธรรม

    ◦ 3 ห่วง: พอประมาณ, มีเหตุผล, มีภูมิคุ้มกัน (โดยท่านเน้นว่าในการปฏิบัติจริง ควรเริ่มจากการสร้าง 'ภูมิคุ้มกัน' ให้ตนเองก่อน แล้วจึงพิจารณาด้วย 'เหตุผล' เพื่อเลือกทางสายกลางที่ 'พอประมาณ')

    ◦ 4 มิติ: การพัฒนาที่สมดุลทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม

สูตร 4-5-6 (หลักธรรมาภิบาล)

    ◦ คุณธรรม 4 ประการ (ดังที่กล่าวไปข้างต้น)

    ◦ ศีล 5 (เป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิต)

    ◦ หลักธรรมาภิบาล 6 ประการ

การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่ตัวเราและชุมชนนี่เอง คือรากฐานสำคัญที่จะนำไปสู่ภาพอนาคตของประเทศที่ทุกคนใฝ่ฝัน

บทสรุป : อนาคตประเทศไทย เมื่อธรรมาภิบาลเบ่งบาน

หากประเทศไทยสามารถปลูกฝังธรรมาภิบาลให้หยั่งรากลึกในทุกระดับของสังคมได้อย่างแท้จริง ภาพอนาคตของประเทศจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน สังคมจะน่าอยู่และเต็มไปด้วยความไว้วางใจ การเมืองจะโปร่งใสเป็นธรรม และเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

พล.อ. ดร. กิตติศักดิ์ ได้เปรียบเทียบหลักธรรมาภิบาลว่าเปรียบเสมือน "เพชรแห่งสยาม" ที่ต้องเจียระไนให้ครบทั้ง 6 เหลี่ยม (6 หลักการ) จึงจะส่องประกายงดงามและมีคุณค่าสูงสุด หากขาดเหลี่ยมใดเหลี่ยมหนึ่งไป ความสมบูรณ์ก็ย่อมไม่เกิดขึ้น

ธรรมาภิบาลไม่ใช่ภารกิจของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือหน้าที่ของพวกเราทุกคน ทุกการกระทำที่ยึดมั่นในความดี ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใด คือการร่วมกันเจียระไน 'เพชรแห่งสยาม' ให้ส่องประกายเจิดจรัส พลังในการสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับสังคมไทยเริ่มต้นที่ตัวเรา, และต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้นะครับผม... 

ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.


📘 แหล่งข้อมูล | บทความต่อยอดสู่การเรียนรู้ “ธรรมาภิบาล” 

 

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

เยาวชนการเงินสร้างสรรค์ เดินหน้าขยายผลสู่ชุมชนใหม่

 


โครงการ เยาวชนการเงินสร้างสรรค์จบลงอย่างสวยงาม พร้อมต่อยอดสู่ชุมชนใหม่

ชมรม คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน ร่วมกับ WealthyCats และ H ACADEM ประสบความสำเร็จในการจัดโครงการ เยาวชนการเงินสร้างสรรค์ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนา ทักษะทางการเงินเชิงสร้างสรรค์ ให้กับเยาวชน กลุ่มสตรี กลุ่มแม่บ้าน รวมถึงประชาชนทุกเพศวัยในชุมชน โดยมุ่งหวังให้ทุกคนก้าวไกลกว่าการ เก็บออมหรือ ใช้จ่ายอย่างประหยัดสู่การใช้ความรู้ทางการเงินเป็น เครื่องมือในการสร้างคุณค่า ขยายโอกาสใหม่ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมรอบข้าง

จุดเด่นของโครงการ คือการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ผ่าน บอร์ดเกมที่คว้ารางวัลระดับโลก iF Social Impact Prize 2025 ซึ่งยกระดับการเรียนรู้สู่เป้าหมาย SDGs อย่างยั่งยืน ผสมผสานความสนุกกับสาระ ทำให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกคิด ลงมือทำ และเข้าใจหลักการทางการเงินจากประสบการณ์ตรง ภายใต้บรรยากาศที่เป็นมิตรและสร้างสรรค์

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล ประธานชมรมคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน
กล่าวถึงเจตนารมณ์ของโครงการว่า

 “การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในความรู้ และการใช้ชีวิตอย่างสมดุล ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นว่า ความรู้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มพูนศักยภาพของคนรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน การดำเนินโครงการครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการถ่ายทอดทักษะเท่านั้น แต่ยังเน้นการสร้างความเข้าใจในวิถีชีวิตที่สมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และจิตใจ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำไปต่อยอดและสร้างคุณค่าแก่ชุมชนได้อย่างแท้จริง


 โครงการ เยาวชนการเงินสร้างสรรค์ได้รับเสียงตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้เข้าร่วมและชุมชน ถือเป็นการปูรากฐานสำคัญในการเสริมสร้าง พลเมืองรุ่นใหม่ที่มีความรู้เท่าทันทางการเงิน และพร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

สำหรับก้าวต่อไป เตรียมติดตามว่าโครงการ เยาวชนการเงินสร้างสรรค์จะไปสร้างพลังบวกให้กับชุมชนใด ผ่านกลุ่ม เยาวชนการเงินสร้างสรรค์ และ Facebook เพจ คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

 
The “Creative Financial Youth” Project Concludes Successfully and Expands into New Communities

The Quality of Life at My Home Club, in collaboration with WealthyCats and H ACADEM, has successfully completed the “Creative Financial Youth” Project, an initiative dedicated to enhancing creative financial skills among youth, women, housewives, and people of all ages within the community. The project goes beyond traditional concepts of “saving” and “spending wisely,” aiming instead to empower participants to use financial knowledge as a tool to create value, unlock new opportunities, and drive positive change for themselves, their families, and society at large.

A key highlight of the program was the use of an award-winning board game—recipient of the iF Social Impact Prize 2025—as an innovative learning tool. This approach seamlessly blended fun with knowledge, enabling participants to think critically, take action, and gain direct hands-on experience with financial principles, all within a friendly and creative learning environment that aligns with the Sustainable Development Goals (SDGs).

Mr. Dolravee “Kru P’Lee” Phattharakulpimol, President of the Quality of Life at My Home Club, expressed the project’s guiding vision:

“The most valuable investment is the investment in knowledge and in living a balanced life.”

This reflects the strong belief that knowledge not only strengthens the potential of younger generations but also forms the foundation for sustainable quality of life. The project, therefore, was not limited to teaching financial skills but also focused on fostering an understanding of balanced living—economically, socially, and mentally—so that participants can build upon these insights and bring genuine value back to their communities.

 


The “Creative Financial Youth” Project received an enthusiastic response from participants and local communities alike, laying an important foundation for cultivating financially literate citizens who are ready to become a driving force for a sustainable Thai society.

Looking ahead, stay tuned to see which communities the “Creative Financial Youth” Project will inspire next—through its youth network and the Quality of Life at My Home Facebook page.

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม