ยุทธศาสตร์อัตลักษณ์ท้องถิ่น จาก คุณค่าสู่มูลค่าเศรษฐกิจ

 

สินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์และ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน"

ในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่ความทันสมัยทำให้ทุกพื้นที่ดูเหมือนกันไปหมด "อัตลักษณ์ท้องถิ่น" (Local Identity) ไม่ใช่เพียงมรดกที่รอการอนุรักษ์ไว้บนหิ้ง แต่คือ "สินทรัพย์ทางยุทธศาสตร์" (Strategic Asset) ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หากเราสามารถถอดรหัสและเปลี่ยน "คุณค่า" (Value) ทางวัฒนธรรมให้เป็น "มูลค่า" (Worth) ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ เราจะสามารถสร้างแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้กลับมาพัฒนาบ้านเกิดภายใต้แนวคิด "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน"

ความท้าทายของชุมชนในปัจจุบันคือการสูญเสียตัวตนและการไหลออกของแรงงานสู่เมืองใหญ่ จึงนำเสนอแนวทางการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมีศักดิ์ศรี

การสกัดอัตลักษณ์เชิงคุณภาพ นิยามความโดดเด่นที่ลอกเลียนแบบไม่ได้เพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่าง

การสร้างกลไกรายได้หมุนเวียน พัฒนา "กองกลางหมู่บ้าน" เพื่อความยั่งยืนของสวัสดิการชุมชน

การเปลี่ยนจุดด้อยเป็นจุดแข็ง นำนวัตกรรมทางสังคมเข้าแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของพื้นที่

การสร้างความภาคภูมิใจในตัวตน (Identity Pride) ปลูกฝังรากเหง้าผ่านระบบการศึกษาเพื่อการสืบสานอย่างยั่งยืน

การจะบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ก้าวข้ามการพัฒนาแบบผิวเผิน ไปสู่การเข้าถึงจิตวิญญาณของพื้นที่ผ่าน FICES Model

 

กรอบแนวคิด FICES Model หัวใจของการพัฒนาที่แท้จริง

การพัฒนาชุมชนแบบเดิมมักติดหล่ม "ฉิ่งฉาบวิจัย" หรือการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลเพียงผิวเผินแล้วจากไป แต่ FICES Model คือเครื่องมือที่มุ่งเน้น "พลังขับเคลื่อนภายใน" โดยมีองค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์ดังนี้


FICES Model ทำหน้าที่เปลี่ยนจากความเชื่อไปสู่ระบบการจัดการตนเอง ทำให้ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางโครงสร้างที่เข้มแข็ง

 


การถอดบทเรียนเชิงยุทธศาสตร์ "ห้องปฏิบัติการสังคม" จังหวัดแม่ฮ่องสอน

แม่ฮ่องสอนเปรียบเสมือนพื้นที่ทดลองที่พิสูจน์แล้วว่า FICES Model สามารถเปลี่ยนชุมชนที่เคยถูกมองว่าด้อยโอกาสให้กลายเป็นต้นแบบระดับชาติได้ผ่านกรณีศึกษาสำคัญ

 

การขยายสเกลเชิงกลยุทธ์ กรณีสะพานโขคุโสะ (สะพานบุญ) บ้านแพมบก


กลยุทธ์การแข่งขัน (Competitive Scaling) ในขณะที่สะพาน "ซูตองเป้" ที่มีชื่อเสียงมีความยาว 300 เมตร ชุมชนบ้านแพมบกได้สร้างสะพานไม้ไผ่ "โขคุโสะ" ที่ยาวถึง 800 เมตร (รวมเส้นทางกว่า 1 กม.) เพื่อสร้างความ "Amazing" และเบี่ยงเบนความสนใจของนักท่องเที่ยวจากปายให้เข้ามาสู่พื้นที่

การป้องกันอัตลักษณ์จาก "นักท่องเที่ยวคุณภาพต่ำ" เดิมมีปัญหานักท่องเที่ยวบางกลุ่มเข้ามาทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ชุมชนจึงนิยามพื้นที่นี้ใหม่ว่าเป็น "ทางเดินสู่สวรรค์" (Path to Heaven) พร้อมใช้มาตรการจัดเก็บค่าธรรมเนียมชาวต่างชาติ 30 บาท เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยว

ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจ รายได้จากค่าธรรมเนียมถูกเปลี่ยนเป็น "กองกลางหมู่บ้าน" สร้างทุนหมุนเวียนได้ถึงหลักหมื่นบาทต่อวันในฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งนำไปใช้เยียวยาเกษตรกรในช่วงหน้าแล้งและซ่อมแซมสาธารณูปโภค

 

 

นวัตกรรมการออกแบบและการเปลี่ยนโฉม กรณีเครื่องเงินบ้านละอูบ



โมเดลการฝังตัวเพื่อพัฒนา (Immersion Model) ความสำเร็จเกิดจากการที่นักออกแบบ ลงไปใช้ชีวิตในหมู่บ้านนานถึง 4 เดือน เพื่อดึงจิตวิญญาณของชาวละว้าออกมาเป็นลวดลาย "งูเหลือม" (บรรพบุรุษ) และ "ไก่ฟ้า" (ความงามมงคล)

Living Architecture จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็น "สลัมดอย" เนื่องจากบ้านเรือนตั้งเบียดเสียดบนสันเขา ยุทธศาสตร์นี้ได้เปลี่ยนจุดด้อยให้กลายเป็นความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม จนได้รับการจัดอันดับเป็น 1 ใน 10 หมู่บ้านท่องเที่ยวดีเด่นของประเทศ


ตรรกะแห่งความยืดหยุ่น (Strategic Resilience): กรณีห้วยห้อมและบ้านดง

ตรรกะ 1 ต่อ 1,000 บทเรียนสำคัญจากในหลวง ร.9 เมื่อครั้งเริ่มปลูกกาแฟแล้วตายไป 9 จาก 10 ต้น ทัศนคติเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งต่อมาคือ "ถ้า 1 ต้นรอด 1,000 ต้นก็ต้องรอดได้" นี่คือการสร้างความหวังที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริง

Legacy Asset กาแฟอาราบิก้าใต้ร่มไม้ใหญ่มีอายุเก็บเกี่ยวได้ 60-100 ปี คือการลงทุนระยะยาวที่สร้างรายได้ (Fair Trade กิโลกรัมละ 125-130 บาท) ควบคู่ไปกับการรักษาป่าต้นน้ำอย่างถาวร

 


กลยุทธ์การขับเคลื่อนประชาสังคมและนวัตกรรมทางสังคม

การพัฒนาที่จะประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนทัศนคติของทั้ง "ผู้นำ" และ "เครือข่าย"

การถอด "หมวกด็อกเตอร์" (Removing the Doctor's Hat) นักพัฒนาต้องเข้าหาชุมชนด้วยความอ่อนน้อม ในฐานะ "นักสร้างโอกาส" ที่เข้าไปขอความรู้จากปราชญ์ชาวบ้าน ใช้หลักการ "จับมือทำ นำทางเดิน" แทนการสั่งการจากหอคอยงาช้าง

ประชาสังคม "พวกกล้าตาย" (Brave Souls) การขับเคลื่อนต้องสร้างกลุ่มผู้นำตามธรรมชาติที่เป็นตัวแทนในการเจรจาต่อรองและปกป้องผลประโยชน์ของส่วนรวม มากกว่าความสัมพันธ์เชิงสายเลือดเพียงอย่างเดียว

นวัตกรรมเพื่อการระดมทุน (Strategic Funding Tool) การจัดทำ e-Book อัตลักษณ์ท้องถิ่น ไม่ใช่แค่การบันทึกข้อมูล แต่คือการสร้าง "เครื่องมือเชิงนวัตกรรม" เพื่อเข้าถึงแหล่งงบประมาณจากหน่วยงานระดับชาติ เช่น NIA ผ่าน 3 ขั้นตอน ถอดองค์ความรู้ปราชญ์ -> สร้างสื่อดิจิทัล -> บรรจุสู่หลักสูตรท้องถิ่น

 

 
สะพานไม้ไผ่ "โขคุโสะ"

 

ความยั่งยืนที่เคลื่อนไหว

ความยั่งยืนในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไม่มีอยู่จริงในรูปแบบที่หยุดนิ่ง เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปเสมอ ชุมชนจึงต้องสร้าง "จุดเช็คอินใหม่" จากรากฐานเดิมอย่างต่อเนื่อง 



ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย (Actionable Recommendations)

1. การศึกษาฐานอัตลักษณ์ บรรจุวิชาภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าสู่หลักสูตรโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อสร้างความภูมิใจในตัวตนและยึดเหนี่ยวคนรุ่นใหม่ไว้กับชุมชน

2. Tracking Tourism (ตามรอยมิตรภาพ) พัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ เช่น เรื่องราวของ "อังศุมาลิน" และทหารญี่ปุ่นในแม่ลาน้อย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงจากญี่ปุ่นที่ต้องการสัมผัสมิตรภาพข้ามพรมแดน

3. เศรษฐกิจป่าไม้มีค่า ส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงใต้ร่มไม้ (Forest-Friendly Economy) เพื่อเปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นพื้นที่สร้างรายได้ระยะยาว 100 ปี

ท้ายที่สุด "ความภูมิใจในตัวตน" (Identity Pride) คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่สุด เมื่อชุมชนรู้จักตนเองและรักในรากเหง้าของตน ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจะติดตามมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ และนั่นคือความหมายที่แท้จริงของการพัฒนาที่ยั่งยืน

 

 

ออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย AM 1467 KHz
วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 – 19.00 น.

การจัดการท่องเที่ยว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม เชื่อมร้อยนิเวศชุมชน ตอน 1
การจัดการท่องเที่ยว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม เชื่อมร้อยนิเวศชุมชน ตอน 2

 

หมายเหตุ: เนื้อหาหลักของบทความนี้เป็นการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการพูดคุยของ รศ.ดร.สัญญา สะสอง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในหัวข้อเรื่อง การจัดการท่องเที่ยว อัตลักษณ์ วัฒนธรรม เชื่อมร้อยนิเวศชุมชน จากรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.32 หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้เขียนขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณ  รศ.ดร.สัญญา สะสอง คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เป็นอย่างสูง สำหรับการแบ่งปันเรื่องราวและแรงบันดาลใจในครั้งนี้

เรียบเรียง/บทความโดย ดลรวี ภัทรกุลพิมล

  • โปรดิวเซอร์รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
  • ที่ปรึกษานโยบายสาธารณะจากฐานชุมชน 
  • Public Policy Advisor for Community-Driven Systemic Change 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม