IKIGAI อิคิไก EP.2 | ความแตกต่างระหว่าง Ikigai กับเป้าหมายชีวิตแบบตะวันตก


ความแตกต่างระหว่าง Ikigai กับเป้าหมายชีวิตแบบตะวันตก


เมื่อ “เหตุผลของการมีชีวิตอยู่” ไม่เหมือน “เป้าหมายที่ต้องพิชิต”

ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเสียงรอบข้างว่าคุณควร “ทำอะไรให้สำเร็จ” หรือ “ไปให้ถึงเป้าหมายให้ได้” เรามักถูกหล่อหลอมด้วยแนวคิดของความสำเร็จแบบตะวันตก ซึ่งย้ำถึงการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การทำงานหนักเพื่อพิชิตสิ่งที่อยู่ข้างหน้า และการวัดค่าของชีวิตผ่านผลลัพธ์ที่จับต้องได้ เช่น ชื่อเสียง เงินทอง หรือสถานะทางสังคม แต่ในขณะเดียวกัน ที่อีกซีกโลกหนึ่ง แนวคิดอย่าง Ikigai ของญี่ปุ่นกลับเสนอคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า...

“อะไรคือเหตุผลที่คุณลุกขึ้นมาตอนเช้า?”

ความหมายของ Ikigai: การมีชีวิตที่ลึกซึ้ง

Ikigai(อิคิไก) ไม่ได้เป็นเพียงแค่แนวคิดเพื่อค้นหาเป้าหมายในชีวิต แต่เป็นปรัชญาลึกซึ้งที่ผสานระหว่าง

  • ความสุขจากการได้ทำในสิ่งที่รัก
  • ความสามารถของตนเอง
  • สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น
  • และสิ่งที่โลกต้องการ

เมื่อองค์ประกอบทั้งสี่มาบรรจบกัน จุดกึ่งกลางนั้นเองคือ Ikigai ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ ไม่ต้องมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงแค่ทำให้หัวใจรู้สึก “มีความหมาย” ก็เพียงพอแล้ว

ผู้สูงอายุในโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่มีอายุยืนที่สุดในโลก มักจะพูดถึง Ikigai ของตนเองด้วยรอยยิ้ม เช่น การรดน้ำต้นไม้ การดูแลหลาน หรือการออกไปพบปะเพื่อนบ้าน สิ่งเหล่านี้คือ "Ikigai" ของพวกเขา


เป้าหมายชีวิตแบบตะวันตก: เครื่องมือเพื่อการพิชิต

ในทางตรงกันข้าม โลกตะวันตกมีรากฐานจากแนวคิดของ “ความสำเร็จ” (Success-Oriented Mindset) และ “การพิชิต” (Achievement-Oriented) แนวคิดที่เน้นการกำหนดเป้าหมาย (Goal Setting) อย่างเป็นระบบ และการวัดผลผ่านตัวเลข เช่น รายได้ กำไร หรือระดับตำแหน่งในองค์กร

ตั้งแต่วัยเรียน เราถูกสอนให้ตั้ง “เป้าหมายระยะสั้น” และ “เป้าหมายระยะยาว” เมื่อเข้าสู่การทำงาน เราก็วัดค่าตนเองจาก “ความก้าวหน้าในอาชีพ” หรือ “ทรัพย์สินที่สะสมได้”

แนวคิดนี้มีประโยชน์มากในแง่ของ **การวางแผน การพัฒนา และความสำเร็จภายนอก**
แต่ในหลายกรณี มันกลับทำให้ผู้คนรู้สึก “ว่างเปล่า” แม้บรรลุเป้าหมายแล้ว เพราะขาดคำตอบในใจว่า...

“แล้วทั้งหมดนี้... ฉันทำไปเพื่ออะไร?”

ตัวอย่างเปรียบเทียบจากชีวิตจริง

 

  • กรณีที่ 1: ผู้จัดการหนุ่มวัย 35 ปี

เขาตั้งเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องเป็นผู้บริหารภายในอายุ 40 ปี เขาทุ่มเทให้กับการทำงาน ไม่หยุดวันหยุด ไม่ใช้วันลาพักร้อน 5 ปีผ่านไป เขาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารสมใจ แต่เขากลับรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย และรู้สึกเหมือนชีวิต “ไม่มีอะไรอีกแล้ว”

  • กรณีที่ 2: คุณยายวัย 70 ปีในเมืองชนบทญี่ปุ่น

ทุกเช้าเธอตื่นมารดน้ำต้นไม้ และจัดดอกไม้หน้าบ้านเธอไม่มีเป้าหมายใหญ่อะไร แต่หัวใจของเธอเปี่ยมสุขเมื่อถูกถามว่า “อะไรคือ Ikigai ของคุณ?”เธอยิ้มและตอบว่า “แค่เห็นดอกไม้บานในเช้าใหม่ ฉันก็มีความสุขแล้ว”


แล้วเราควรเลือกอะไร?

คำตอบไม่ใช่ “ตะวันตก” หรือ “ตะวันออก” แต่คือ “ความสมดุล” เราอาจใช้หลักการของเป้าหมายชีวิตแบบตะวันตกเพื่อวางแผนและเติบโต แต่ในขณะเดียวกัน ก็ควรถามตัวเองด้วยว่า...


 “สิ่งที่ฉันทำอยู่นี้ เติมเต็มหัวใจฉันหรือไม่?”


หากเป้าหมายของคุณสะท้อนคุณค่าภายในหากคุณสามารถมีความสุขระหว่างทาง ไม่ใช่แค่ปลายทางนั่นแปลว่า “คุณกำลังมีชีวิตอยู่ด้วย Ikigai”

สรุป : เดินทางด้วยหัวใจ ไม่ใช่แค่ด้วยแผนที่

ในโลกที่เราถูกเร่งให้ “สำเร็จ” อย่าลืมว่าการมีชีวิตอยู่ที่ “มีคุณค่า”ไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียง ไม่จำเป็นต้องร่ำรวย แต่ต้องมี “เหตุผล” บางอย่างที่ทำให้เรายิ้มได้แม้ในวันที่ธรรมดาที่สุด


Ikigai คือการอยู่กับปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง เป้าหมายชีวิตแบบตะวันตก คือการมุ่งหน้าไปสู่อนาคตที่ชัดเจน

หากเราสามารถรวมสองแนวคิดนี้ไว้ในชีวิตประจำวันเราจะไม่เพียงแต่ "บรรลุเป้าหมาย" แต่จะ *"มีความสุขตลอดทางที่เดินไป"

บทความโดย ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

IKIGAI อิคิไก EP.1 | นิยามของ Ikigai เหตุผลแห่งการมีชีวิต

 


นิยามของ Ikigai: อิคิ (ชีวิต) + ไก (คุณค่า/เหตุผล)


"เหตุผลที่เราตื่นขึ้นมาในทุก ๆ เช้า ไม่ใช่แค่เพื่อทำงาน แต่เพื่อ มีชีวิตอยู่จริง ๆ" — ปรัชญา Ikigai

Ikigai คืออะไร?

คำว่า อิคิไก (Ikigai / 生き甲斐) เป็นคำภาษาญี่ปุ่นที่มีรากศัพท์จาก 2 คำคือ

  • “อิคิ” (生き)** = ชีวิต หรือ การมีชีวิตอยู่
  • “ไก” (甲斐)** = คุณค่า, เหตุผล หรือความหมาย


เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า “เหตุผลที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า” หรืออีกนัยหนึ่งคือ “เหตุผลที่ทำให้เรายังอยากมีชีวิตอยู่ในทุก ๆ วัน”

อิคิไก ไม่ใช่แค่เป้าหมายใหญ่ของชีวิต

ต่างจากเป้าหมายชีวิตแบบโลกตะวันตกที่มักเน้น ความสำเร็จ ความร่ำรวย หรือชื่อเสียง Ikigai เป็นแนวคิดที่ละเอียดอ่อนและอ่อนโยนกว่า

Ikigai ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ เช่น การเปลี่ยนโลก หรือมีบริษัทพันล้าน แต่สามารถเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่เติมเต็มหัวใจ เช่น...

  • การปลูกต้นไม้ในสวนทุกเช้า
  • การดูแลแมวที่บ้าน
  • การชงกาแฟให้คนที่เรารัก
  • การได้ใช้เวลาทำสิ่งที่ถนัด


อิคิไกไม่ต้อง “พิสูจน์” กับใคร แต่มันคือ “ความหมาย” ที่เรารู้สึกกับตัวเองลึก ๆ
 

องค์ประกอบ 4 ส่วนของ Ikigai (การตีความสมัยใหม่)

มีการตีความ Ikigai สมัยใหม่ว่าเกิดจากจุดตัดของ 4 สิ่งสำคัญในชีวิต



  1. สิ่งที่คุณรัก (What You Love)
  2. สิ่งที่คุณทำได้ดี (What You Are Good At)
  3. สิ่งที่โลกต้องการ (What the World Needs)
  4. สิ่งที่คุณสามารถหาเลี้ยงชีพได้ (What You Can Be Paid For)


เมื่อทั้ง 4 สิ่งนี้มาบรรจบกันตรงกลาง คุณจะพบจุดที่เรียกว่า “Ikigai” – ความลงตัวระหว่างใจ งาน เงิน และคุณค่า

  • แต่ในความเป็นจริง ชีวิตไม่ต้องเพอร์เฟกต์ถึงขั้นนั้นเสมอไป
  • เพราะแค่เราค้นพบบางส่วนของ Ikigai ก็เพียงพอแล้วที่จะมีชีวิตที่สมบูรณ์มากขึ้น


อิคิไกไม่ใช่สิ่งที่ ต้องหา แต่คือสิ่งที่ ค่อย ๆ เห็น

หลายคนพยายามวิ่งหาความหมายชีวิตจากภายนอกแต่ Ikigai บอกให้เรากลับมามองข้างใน

  • ถามตัวเองว่า “อะไรที่ทำให้เราอยากลุกจากเตียงทุกเช้า?”
  • ถามว่า “อะไรที่เราทำแล้วรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไว?”
  • ถามว่า “เราอยู่ตรงนี้ไปเพื่ออะไร?”

คำตอบอาจเปลี่ยนไปตามช่วงวัย และนั่นคือความงามของ Ikigai


สรุป: อิคิไกคือชีวิตที่มีคุณค่า...แม้จะธรรมดา

การมี Ikigai ไม่ได้แปลว่าเราต้องสมบูรณ์แบบ แต่แปลว่าเรารู้ว่า "เราอยู่ไปทำไม" และสิ่งนั้น ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ในสายตาใคร ตราบใดที่มันเติมเต็มใจเรา

เพราะ “การมีชีวิตอยู่” กับ “การมีชีวิตที่มีความหมาย” นั้นต่างกัน


ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

จานนี้เปลี่ยนชีวิต วัฒนธรรมกินได้ ปลุกพลังชุมชน | คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน EP.105

 


"คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" นำเสนอเรื่องราวของ เชฟตูน เฉลิมพล เลาหสกุล  ผู้พลิกผันจากนักการเงินในตลาดหลักทรัพย์ สู่เชฟผู้สร้างสรรค์อาหารจากวัตถุดิบท้องถิ่น ด้วยแนวคิดที่ว่า "อาหารคือวัฒนธรรมที่กินได้"

จากตัวเลขสู่จานอาหาร จุดเริ่มต้นที่ไม่ธรรมดาของเชฟตูน

เชฟตูนเล่าถึงจุดเปลี่ยนในชีวิตที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับการทำงานในระบบที่จำเจ ไร้สมดุล และสังคมที่ห่างเหิน ความฝันเล็กๆ ในการเปิดร้านอาหารที่ไม่เหมือนใครเกิดขึ้นจากความต้องการที่จะใช้ชีวิตที่มีความหมายมากขึ้น การเดินทางและสัมผัสวัฒนธรรมอาหารในที่ต่างๆ จุดประกายให้เขามุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยไม่ได้เรียนทำอาหารมาโดยตรง

วิกฤตสร้างโอกาส : ร้านอาหาร Calida และแนวคิด Chef's Table

ช่วงโควิด-19 คือบททดสอบครั้งสำคัญสำหรับร้านอาหาร 
Calida ที่เพิ่งเริ่มต้น เชฟตูนมองเห็นโอกาสจากสถานการณ์ที่ผู้คนไม่สามารถเดินทางได้ เขาจึงปรับแนวคิดร้านมาเป็น Chef's Table ที่เน้นความเป็นส่วนตัวและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าโดยตรง ด้วยการรับฟัง feedback และพัฒนาเมนูอย่างต่อเนื่อง จากร้านอาหารธรรมดาที่เน้นเมนูแปลกใหม่ กลายมาเป็นร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนเป็นที่รู้จักและมีลูกค้าจองเต็ม

แพลตฟอร์มเชื่อมโยงชุมชน : ยกระดับวัตถุดิบท้องถิ่น

เชฟตูนให้ความสำคัญกับ วัตถุดิบท้องถิ่น เพราะเล็งเห็นถึงปัญหาการเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูง เขาจึงพัฒนา แพลตฟอร์ม ขึ้นมาเพื่อเชื่อมโยงชาวประมงและเกษตรกรกับผู้ประกอบการและผู้บริโภค แพลตฟอร์มนี้เกิดจากการลงพื้นที่คลุกคลีกับชาวบ้าน ศึกษาฤดูกาลการจับปลา การเก็บหอย และวิธีการที่ยั่งยืน เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีที่สุด โดยไม่กระทบต่อสมดุลธรรมชาติ

วัตถุดิบที่ผ่านการคัดสรรโดยเชฟตูนจะถูกส่งต่อไปยังเชฟเก่งๆ ทั่วประเทศ และที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงวัตถุดิบคุณภาพสูงเหล่านี้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเชฟหรือร้านอาหารใหญ่ๆ ก็สามารถนำวัตถุดิบพรีเมียมไปรังสรรค์เมนูที่บ้านได้ นับเป็นการสร้าง ทางเลือก ให้กับผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้เกิดเชฟหน้าใหม่ที่ใส่ใจในวัตถุดิบจาก "หลังครัว" ของตัวเอง

อิเคจิเมะ (Ikejime) : การเคารพวัตถุดิบและการสร้างคุณค่าให้ชีวิต

เชฟตูนเป็นวิทยากรด้าน 
อิเคจิเมะ (Ikejime) ซึ่งเป็นการจัดการปลาให้จากไปอย่างสงบ ไม่ทรมาน เพื่อรักษาคุณภาพของเนื้อปลาให้ดีที่สุด แนวคิดนี้สะท้อนถึงการ เคารพวัตถุดิบ และให้เกียรติกับชีวิตของสัตว์ทะเล การทรมานสัตว์จะทำให้ปลาหลั่งสารที่ส่งผลเสียต่อเนื้อและสุขภาพของผู้บริโภค เชฟตูนเลือกใช้วิธี ตกปลาแบบ Line Course ซึ่งเป็นการจับปลาที่ไม่ทำลายทรัพยากรและช่วยให้ปลามีการต่อสู้ตามธรรมชาติ ทำให้เนื้อปลาไม่เครียดและมีคุณภาพดีเยี่ยม การจัดการวัตถุดิบอย่างพิถีพิถันตั้งแต่ต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค คือหัวใจสำคัญที่เชฟตูนยึดถือ



บทเรียนจากเวทีแข่งขันและข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่

เชฟตูนมองเวทีการแข่งขันเป็นโอกาสในการ เรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างเครือข่าย กับเชฟรุ่นใหม่ๆ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้จากท้องถิ่นสู่ส่วนกลาง เขามองว่าภาคใต้มีทรัพยากรและวัฒนธรรมอาหารที่น่าสนใจมากมาย และอยากให้คนรุ่นใหม่หันกลับมามองบ้านเกิดของตนเอง

ข้อคิดที่เชฟตูนฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่สนใจสายอาหารคือ การ เคารพวัตถุดิบ และ วัฒนธรรมบ้านเกิด การนำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาใช้และยกระดับให้มีคุณภาพ จะสร้างคุณค่าและอาชีพที่ยั่งยืนได้ อาหารไม่ใช่แค่การประทังชีวิต แต่คือวัฒนธรรม การส่งต่อเรื่องราวดีๆ และการสร้างความเชื่อใจ ซึ่งต้องใช้ความทุ่มเทและใส่ใจ

Calida : พื้นที่แห่งการเรียนรู้และแรงบันดาลใจ

คุณสิริน ชีพชัยอิสสระ ผู้เยี่ยมชมร้าน 
Calida บรรยายถึงบรรยากาศของร้านที่สะท้อนแนวคิดและเส้นทางการพัฒนาของเชฟตูน ร้านเปรียบเสมือน "ห้องแล็บ" ที่เปิดให้ลูกค้าได้สัมผัสเรื่องราวและที่มาของอาหารในแต่ละจาน รวมถึงกระบวนการจัดการวัตถุดิบอย่างละเอียด

เชฟตูนเปิดบ้านต้อนรับนักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปให้เข้ามาเวิร์กช็อปและเรียนรู้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ค้นพบศักยภาพของตนเองจากทรัพยากรท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องเป็นเชฟก็ได้ แต่อาจสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนอื่นๆ ที่มีคุณค่าและเป็นสากลได้ การมาที่ร้าน 
Calida จึงเป็นมากกว่าการทานอาหาร แต่เป็นการซึมซับวัฒนธรรมและชีวิตของผู้คนเบื้องหลังจานอาหารนั้นๆ

จานนี้เปลี่ยนชีวิต วัฒนธรรมกินได้ ปลุกพลังชุมชน | สวท.ภาคกลาง AM 1467 KHz.

เรื่องราวของเชฟตูนแสดงให้เห็นถึงพลังของการสร้างสรรค์จากท้องถิ่น การผสมผสานภูมิปัญญาไทยเข้ากับแนวคิดสมัยใหม่ เพื่อสร้าง คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ผ่านเรื่องราวของอาหารและวัตถุดิบ

คุณคิดว่าแนวคิด "การเคารพวัตถุดิบ" ของเชฟตูนสามารถนำไปปรับใช้กับอุตสาหกรรมอาหารอื่นๆ ในประเทศไทยได้อย่างไรบ้าง? ครับ...

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

คืนชีพแผ่นดิน : ฟื้นชีวิตเกษตรด้วยอัตลักษณ์พื้นถิ่น | คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน EP.104

 

"คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" คืนชีพแผ่นดิน ฟื้นชีวิตเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น มิติใหม่แห่งความยั่งยืน!

ในโลกที่ความหมายของ "บ้าน" และ "ชีวิต" ถูกตั้งคำถามอีกครั้ง หลายคนอาจต้องกลับคืนสู่รากเหง้าด้วยเหตุผลนานัปการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพกาย หรือแม้แต่สุขภาพใจ บางครั้งทางเลือกที่ดูเรียบง่ายอาจกลายเป็นคำตอบที่ยิ่งใหญ่สำหรับสังคมโดยรวม

รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" จะพาเราไปสำรวจมิติใหม่แห่งการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืน "เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น" ไม่ใช่แค่การสร้างรายได้ที่มั่นคง แต่ยังเป็นการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและวัฒนธรรมของชาติ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง!

เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น : มากกว่าแค่สินค้าเฉพาะถิ่น

อาจารย์ กำราบ พานทอง ผู้ขับเคลื่อนงานพัฒนาเกษตรกรรมทางเลือกมายาวนานกว่า 30 ปี อธิบายถึง "เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น" ว่าไม่ใช่แค่การยกระดับสินค้าเกษตรให้มีลักษณะเฉพาะ แต่ยังครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่

1.  การยกระดับและพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน: เป็นแนวทางหนึ่งในการขับเคลื่อนเกษตรกรรมยั่งยืนของประเทศ
2.  การฟื้นฟูและสืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น: ให้ความสำคัญกับการเคารพ รักษา และส่งต่อวิถีชีวิตและภูมิปัญญาดั้งเดิม
3.  การสร้างสรรค์นวัตกรรม: พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ จากวัตถุดิบและภูมิปัญญาท้องถิ่น
4.  การคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและชุมชน: โดยเฉพาะการใช้เงื่อนไขทางกฎหมาย เช่น การจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุ้มครองความเฉพาะของสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดแนวคิดสู่ "เกษตรอัตลักษณ์วิถีสีเขียว" ซึ่งเน้นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ผ่านการคุ้มครองสิทธิเกษตรกรและชุมชนอย่างรอบด้าน

ภาคใต้กับการฟื้นคืนชีพพืชพื้นถิ่น : จากทุเรียนเมาสู่กล้วยมหัศจรรย์

อาจารย์กำราบ และทีมงาน ได้เริ่มต้นโครงการนี้มานานกว่า 20 ปี โดยเริ่มจากจังหวัดสงขลาภายใต้แนวคิด "อัตลักษณ์สงขลาสีเขียว" ครอบคลุมผลิตภัณฑ์จาก "เขา ป่า นา เล" กว่า 10 ชุด ก่อนขยายผลสู่จังหวัดสตูล ภายใต้ชื่อ "เครือข่ายเกษตรอัตลักษณ์วิถีสตูลสีเขียว" ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์จาก ควนนารี

ทุเรียนพื้นบ้าน: มรดกทางพันธุกรรมที่ถูกลืม

ทุเรียนพื้นบ้าน ในภาคใต้มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูงมาก ตั้งแต่ทุเรียนป่าไปจนถึงทุเรียนที่ได้รับการคัดเลือกสายพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ทุเรียนพื้นบ้านจำนวนมากถูกโค่นทิ้งและแทนที่ด้วยทุเรียนพันธุ์การค้า ทีมงานจึงได้จัดประกวดทุเรียนพื้นบ้านเพื่อกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์และเห็นคุณค่าของทุเรียนเหล่านี้

เสน่ห์ของทุเรียนพื้นบ้าน

  •    เป็นพืชหลักใน "สวนสมรม" หรือ "สวนดูซง" ซึ่งเป็นระบบวนเกษตรดั้งเดิมของภาคใต้
  •    มีอายุยืนยาว กว่า 100 ปี ยังคงให้ผลผลิตที่ดี
  •    มีรสชาติและกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ บางชนิดมีกลิ่นหอมแรงแม้ในระยะ 1 เมตร!
  •    พบทุเรียนแปลกใหม่ เช่น "ทุเรียนรากขา" หรือ "ทุเรียนดอกแดง" ที่มีกลิ่นคล้ายแอลกอฮอล์!

การรักษาความหลากหลายทางพันธุกรรมของทุเรียนพื้นบ้านจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อความยั่งยืนของระบบนิเวศและการพัฒนาสายพันธุ์ในอนาคต

กล้วย : พืชแห่งชีวิตและความหลากหลาย

นอกจากทุเรียนแล้ว กล้วย ก็เป็นอีกหนึ่งพืชอัตลักษณ์ที่ได้รับการส่งเสริม ภายใต้ "ชมรมรักษ์สวนสมรม" และ "สภาทรัพยากรพันธุกรรมพื้นบ้านภาคใต้" มีการจัดตั้ง "อุทยานกล้วย" เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ รวบรวม และสืบสานภูมิปัญญาเกี่ยวกับกล้วย

กล้วยถูกแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก

1.  กล้วยมงคล : ใช้ในพิธีการและงานมงคลต่างๆ เช่น กล้วยพระราชทาน, กล้วยตานี (สำหรับบายศรี/ขันหมาก), กล้วยพลับพลึง
2.  กล้วยอัตลักษณ์พื้นถิ่น : กล้วยที่มีเฉพาะในท้องถิ่นนั้นๆ เช่น กล้วยหอมขี้แมว/ทองขี้แมวหาดใหญ่, กล้วยนมหมี (กะหรี่/เคอรี่ บานาน่า) ที่มีงานวิจัยรองรับว่ามีสารสำคัญสูง เหมาะสำหรับทำแป้งไร้กลิ่นและมีโพแทสเซียมสูง
3.  กล้วยแปลกใหม่/หายาก : เช่น กล้วยน้ำว้าทองสัมฤทธิ์, กล้วยน้ำว้าดำ ที่มีราคาสูง, กล้วยศรีนารา, กล้วยตาหล่น (สตูล)
4.  กล้วยทั่วไป : เช่น กล้วยหอม, กล้วยน้ำว้า, กล้วยไข่

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่ากล้วยหลายชนิดมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก เช่น กล้วยช้างและกล้วยนมหมีที่มีสารสำคัญสูง

พืชตระกูลหัว : หลักประกันความมั่นคงทางอาหารยามวิกฤต

เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารในภาวะวิกฤต เช่น น้ำท่วม อาจารย์กำราบ ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทของ พืชตระกูลหัว เช่น มัน (มีกว่า 18 ชนิดในป่าที่ชนเผ่าพื้นเมืองใช้เป็นอาหารหลักมากว่าพันปี), บุก, บอน, สาคู และ กลอย

แม้พืชเหล่านี้บางชนิดจะมีพิษ แต่ภูมิปัญญาชาวบ้านได้สอนวิธีการเตรียมและการบริโภคอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ควรได้รับการอนุรักษ์และเผยแพร่ เพื่อให้คนไทยสามารถพึ่งพาตนเองด้านอาหารได้ในทุกสถานการณ์

ปกป้องสิทธิ์ ปกป้องพันธุ์พืช : พ.ร.บ. คุ้มครองพันธุ์พืช

สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งที่เกษตรกรและชุมชนควรตระหนักคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการคุ้มครองพันธุ์พืชพื้นเมืองเฉพาะถิ่น เพื่อให้เจ้าของพันธุ์ (เกษตรกร/ชุมชน) ได้รับผลประโยชน์จากการนำส่วนขยายพันธุ์ไปจำหน่ายเชิงพาณิชย์สูงถึง 20% ของรายได้!

ปัจจุบันมีพันธุ์พืชที่ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครองสำเร็จยังไม่ถึง 100 ชนิดทั่วประเทศ ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับความหลากหลายทางชีวภาพของไทย เกษตรกรสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรประจำจังหวัด หรือผ่านเครือข่ายภาคประชาสังคม เช่น ชมรมรักสวนสมรม หรือ สภาทรัพยากรพันธุกรรมพื้นบ้านภาคใต้

"คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" จึงไม่ใช่แค่รายการที่นำเสนอเรื่องราวท้องถิ่น แต่เป็นการจุดประกายให้เห็นถึงพลังของภูมิปัญญาไทยและความสำคัญของการอนุรักษ์ เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกคน

คุณพร้อมที่จะสัมผัสอัตลักษณ์ท้องถิ่นและร่วมเป็นส่วนหนึ่ง
ในการขับเคลื่อนความยั่งยืนนี้แล้วหรือยัง?

 

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" พวกเราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

เศรษฐกิจพอเพียง EP.1 | สงครามทำให้คนตื่น แต่เศรษฐกิจพอเพียงทำให้คนรอด


อยู่รอดในวันล่มสลาย! เศรษฐกิจพอเพียงในยุคสงครามครั้งใหม่

ถ้าโลกใบนี้ลุกเป็นไฟในพริบตา ถ้าเช้าวันหนึ่งเราตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีน้ำสะอาดดื่ม ไม่มีอาหารในร้านสะดวกซื้อ คุณจะทำอย่างไร?

คำถามนี้อาจเคยฟังดูเว่อร์ไปสำหรับยุคก่อนแต่ในวันนี้ — เมื่อข่าวสงครามสะท้อนอยู่ทุกหน้าจอเมื่อราคาน้ำมันพุ่งพรวด อาหารขาดแคลน พรมแดนถูกปิดกั้นคำถามนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

มนุษย์ยุคใหม่มักเชื่อว่าเงินซื้อได้ทุกอย่างแต่ในวันที่ระบบโลกพังพินาศ เงินอาจไม่ต่างจากกระดาษ เพราะสิ่งที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ความร่ำรวยแต่คือ “การอยู่รอด”


โลกกำลังเผชิญสงครามหลายแนวรบ

สงครามที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสนามรบแต่คือสงครามทางเศรษฐกิจ สงครามข่าวสาร สงครามพลังงานและเหนือสิ่งอื่นใด...คือสงครามของการแย่งชิง “ทรัพยากรพื้นฐาน” น้ำ อาหาร พลังงาน ที่ดิน และความมั่นคงทางชีวภาพ

คุณอาจคิดว่าแค่มีงาน มีเงิน มีบ้านก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าทุกอย่างที่คุณมีไม่สามารถกินได้ ไม่สามารถปลูกเองได้และไม่สามารถดูแลตัวเองได้เลย...วันหนึ่งเมื่อวิกฤตเกิดขึ้นจริงๆ คุณจะไม่ใช่ผู้รอด คุณจะเป็นเหยื่อ


เศรษฐกิจพอเพียง : คำตอบที่โลกเคยมองข้าม

หลายคนเคยคิดว่าแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงคือ “สูตรชาวบ้าน” ล้าหลัง ช้า และไม่ทันยุคดิจิทัลแต่ในวันที่โลกถูกทดสอบอย่างรุนแรง แนวคิดนี้กลับกลายเป็น เข็มทิศชีวิตที่แม่นยำที่สุด เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้แปลว่าแค่ปลูกผัก เลี้ยงไก่ แต่มันคือ “การจัดระบบชีวิต” ให้เราสามารถยืนอยู่ได้แม้โลกทั้งใบจะสั่นคลอน

  • พอเพียง ไม่ใช่ความจน

  • พอเพียง คือความฉลาดในการพึ่งพาตัวเอง

  • พอเพียง คือความมั่นคงที่เงินซื้อไม่ได้


ลองจินตนาการ...ถ้าคุณมีแปลงผักหลังบ้าน มีบ่อน้ำเก็บไว้ใช้ มีความรู้ในการแปรรูปอาหาร มีชุมชนที่ดูแลกันและกัน แม้โลกภายนอกจะลุกเป็นไฟ แต่บ้านของคุณจะยังอุ่น ท้องคุณจะยังอิ่ม และใจคุณจะยังมั่นคง


การเตรียมตัวที่แท้จริง คือการ "กลับคืนสู่สามัญ"


เราถูกสอนให้แข่งขัน สะสม และเร่งรีบ จนลืมไปว่า “ชีวิตไม่ได้ต้องการมากขนาดนั้น” เศรษฐกิจพอเพียงจึงเป็นเสมือนการ “เบรก” ให้เราหยุดคิด หยุดวิ่ง แล้วหันมามองว่า อะไรคือของจริงในชีวิตเรา

มันไม่ใช่รถหรู ไม่ใช่สมาร์ทโฟน ไม่ใช่บ้านหลังโต แต่
คือ “ทักษะในการดูแลตัวเองและคนรอบข้าง
คือ “การมีอาหารที่เราปลูกเอง
คือ “การมีเครือข่ายคนที่จริงใจและช่วยเหลือกันได้

และที่สำคัญที่สุด คือการมี “หัวใจที่มั่นคง” ท่ามกลางพายุที่โหมกระหน่ำ


สงครามทำให้คนตื่น แต่แนวคิดพอเพียงทำให้คนรอด

เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ ไม่ใช่แค่ทางเศรษฐกิจหรือการเมือง แต่คือทางจิตวิญญาณของมนุษยชาติ

สงครามอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความล่มสลายทางชีวิตนั้น “ป้องกันได้” ถ้าเรารู้จักเตรียมตัว รู้จักสร้างระบบพึ่งตนเอง รู้จักปลูก สะสม และแบ่งปัน

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้สอนให้เราหนีโลก แต่สอนให้เรายืนหยัดอยู่ในโลก โดยไม่ตกเป็นทาสของสิ่งใด


ถึงเวลา “ปลูกชีวิต” แทนการรอคอย


อย่ารอให้ทุกอย่างพัง อย่ารอให้ข้าวสารหมดร้าน อย่ารอให้ลูกหลานคุณถามว่า “เราจะอยู่ยังไงต่อดี?


เริ่มวันนี้ เริ่มจากสิ่งเล็กๆ


  • ปลูกต้นไม้

  • เก็บเมล็ดพันธุ์

  • หัดทำอาหารง่ายๆ จากของพื้นบ้าน

  • ลดการพึ่งพาระบบใหญ่

  • สร้างชุมชนเล็กๆ ที่ดูแลกันได้


เพราะในวันที่โลกมืดลง แสงสว่างจะไม่ได้มาจากไฟฟ้าแต่มาจาก “แสงในใจ” ของคนที่ไม่ลืมรากของตนเอง

เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือ “เส้นทางรอด” ที่มั่นคง สงบ และทรงพลังที่สุดในยุคที่โลกกำลังพังทลายต่อหน้าเรา...

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น.
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

Branding Magic : คุณค่าของแบรนด์ กับการบริหารความยั่งยืนของธุรกิจ ตอน 1 | สวท. ภาคกลาง AM 1467 KHz.

 

💡 Branding Magic : คุณค่าของแบรนด์ กับการบริหารความยั่งยืนของธุรกิจ ตอน 1

EP.84 รายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” | AM 1467 KHz


เมื่อแบรนด์ต้องหมุนไปให้ทันโลก การปฏิวัติความคิด
เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารแบรนด์ต้องตระหนักและปฏิบัติการทันที”

อาจารย์ทรงพล เนรกัณฐี


ในยุคที่ทุกสิ่งเคลื่อนที่เร็วกว่าแสง ธุรกิจเล็ก-ใหญ่ต่างต้องเผชิญกับคลื่นการเปลี่ยนแปลงจากรอบทิศ ไม่ว่าจะเป็นโลกดิจิทัล ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงเร็ว หรือการแข่งขันที่รุนแรง การมี “แบรนด์” จึงไม่ใช่เรื่องหรูอีกต่อไป แต่คือ “หัวใจ” ของการอยู่รอดอย่างยั่งยืน!

ในรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน” EP.84 ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ภาคกลาง AM 1467 KHz เราได้รับเกียรติจาก อาจารย์ทรงพล เนรกัณฐี (อาจารย์กบ) นักกลยุทธ์แบรนด์มากประสบการณ์ ผู้ทำงานใกล้ชิดกับรางวัลระดับประเทศอย่าง Prime Minister’s Export Award และ Design Excellent Award มาร่วมถ่ายทอดแนวคิด “Branding Magic: คุณค่าของแบรนด์กับการบริหารความยั่งยืนของธุรกิจ”

🧭 “คุณกำลังบริหารธุรกิจ หรือบริหารแบรนด์?”

คำถามเปิดหัวของอาจารย์ทรงพลกระแทกใจผู้ประกอบการแบบเต็มแรง เพราะเบื้องหลังคำถามนี้คือ “โลกสองใบ” ที่ดูคล้ายแต่ต่างกันสุดขั้ว!

💼 บริหารธุรกิจ = เน้นคุ้มทุน มุ่งกำไรเร็ว

  • เอาราคานำหน้าคุณภาพ
  • แข่งกันลดต้นทุนจนลืมพัฒนานวัตกรรม
  • ลูกค้าเป็นเป้าหมายระยะสั้นที่เปลี่ยนไปเรื่อย
  • กำไรคือความภูมิใจที่แลกด้วย “แรง” ไม่ใช่ “คุณค่า”


บริหารแบรนด์ = รังสรรค์คุณค่าอย่างมีความหมาย

  • สร้างความแตกต่างที่ลูกค้า *รู้สึก* ได้
  • ฟังเสียงผู้ใช้ บ่มเพาะความรักในแบรนด์ (Brand Love)
  • ขยับทุกก้าวอย่างมีเป้าหมายและเรื่องราว
  • ลงทุนกับความรู้ สร้างทีม เติบโตไปด้วยกัน


"แบรนด์ไม่ใช่แค่โลโก้ แต่คือพลังชีวิตของธุรกิจ!"

🔮 Coca-Cola อยู่ยาว 138 ปี เพราะ “แบรนด์ไม่เคยหลับ”

อาจารย์ทรงพลยกตัวอย่าง Coca-Cola ที่แม้จะโดนกระแสต้าน แต่ยังคงยืนหนึ่งในใจคนทั่วโลก เพราะ

  • ปรับตัวได้ไว มีทั้ง Diet Coke, Coke Plus, กลิ่นใหม่ ๆ แม้แต่ Coke+Jack Daniel’s!
  • ไม่ทิ้งอัตลักษณ์ ขวดแก้วโค้กยังอยู่ เป็นซิกเนเจอร์ไม่มีวันตาย
  • ใส่ใจโลกและสังคม สร้าง eKocenter คืนสู่ชุมชน, รณรงค์รีไซเคิล, ฟื้นฟูน้ำในแอฟริกา
  • เล่นกับความรู้สึก แคมเปญ “Share a Coke” ทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจ...ไม่ใช่แค่ในตู้แช่


🔑 3 หัวใจในการสร้างแบรนด์ยั่งยืน

1. เข้าใจว่าโลกเปลี่ยนตลอดเวลา
   ต้องขยับให้ทัน ดิจิทัลมา สังคมเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนตาม
2. รับรู้ความต้องการใหม่ของกลุ่มเป้าหมาย
   จาก "ของถูก" ไปสู่ "ของดี มีคุณภาพ และตรงใจ"
3. กำหนด “ความหมาย” ของแบรนด์ให้ชัดเจน
   ให้ธุรกิจของเรามีตัวตนที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่สินค้า

🌊 ทางรอดอยู่ที่ “พื้นที่สีฟ้า”

อย่าติดหล่ม Red Ocean ที่ต้องสู้กันด้วยราคา ลองหาพื้นที่ใหม่ — Blue Ocean ที่เราจะ “เป็นหนึ่งเดียว” ด้วยคุณค่าที่แท้จริง!

  • แบรนด์ที่ดีคือทรัพย์สินมีชีวิต
  • ที่สร้างความรัก ความภักดี และโอกาสใหม่ ๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด


💬 สารจากอาจารย์ทรงพล 

“การสร้างแบรนด์คือการสร้างมรดกที่จะนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างมีความหมายและยั่งยืน”


🎧 ติดตามรายการ “คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน”
ทุกสัปดาห์ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz | ออกอากาศ ทุกวัน พฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. | เพื่อเติมพลังความรู้ พร้อมเตือนภัย สู่คุณภาพชีวิตที่ดี…ที่บ้านคุณ 🌱

 

ครูพี่ลี ดลรวี ภัทรกุลพิมล
โปรดิวเซอร์ รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น.
  • สามารถมารับชมย้อนหลังผ่านทาง Youtube ช่อง "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ได้อีกช่องทางหนึ่ง...

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

ชีวิตในดิน EP.2 | วิถีชีวิตและเกษตรธรรมชาติของ คาซุโอะ สุงะ

 

ชีวิตในดิน EP.2 | วิถีชีวิตและเกษตรธรรมชาติของ คาซุโอะ สุงะ

สารคดีญี่ปุ่น "ชีวิตในดิน ตอนที่ 2" ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์ของคุณคาซุโอะ สุงะ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นผู้บุกเบิกแนวทางเกษตรธรรมชาติ ซึ่งเน้นการอยู่ร่วมกับระบบนิเวศ ไม่พึ่งพาสารเคมี โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้

ความแตกต่างระหว่างเกษตรธรรมชาติกับเกษตรสมัยใหม่

  • เกษตรธรรมชาติ:ใช้ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตในดินเพื่อสร้างความอุดมสมบูรณ์ โดยไม่ใช้สารเคมี
  • เกษตรสมัยใหม่:ใช้สารฆ่าแมลงและสารเคมีในปริมาณมาก ส่งผลให้จุลินทรีย์ในดินถูกทำลาย ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ใช้สารเคมีต่อพื้นที่เพาะปลูกสูงที่สุดในโลก


แรงบันดาลใจและการเริ่มต้นของคุณสุงะ

  • เริ่มทำเกษตรธรรมชาติเมื่ออายุ 24 ปี หลังป่วยเป็นโรคตับและไต
  • เห็นความสำคัญของอาหารปลอดภัยและดินที่สมบูรณ์


การฟื้นฟูดินและบทเรียนจากธรรมชาติ


  • ช่วงแรกผลผลิตลดลง เพราะดินเกิดอาการชะงักงัน
  • ได้แรงบันดาลใจจากการสังเกตธรรมชาติ เช่น พืชที่เจริญงอกงามบริเวณที่มีใบไผ่ทับถม


กระบวนการทำปุ๋ยหมัก

  • ใช้วัสดุอินทรีย์ เช่น ฟางข้าว หญ้าริมน้ำ
  • ควบคุมความชื้น กลับกองปุ๋ยสม่ำเสมอ อุณหภูมิภายในกองสูงถึง 60°C


บทบาทของจุลินทรีย์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก

  • ช่วยย่อยสลาย สร้างโครงสร้างดิน และควบคุมโรคพืชตามธรรมชาติ
  • ในดิน 1 กรัม มีแบคทีเรียนับร้อยล้านตัว
  • ดินที่ดีมีกลิ่นหอมจากแอคติโนมัยซีส (Actinomycetes)


การคลุมดินและจัดการวัชพืช

  • คลุมดินด้วยหญ้าแห้ง ช่วยรักษาความชื้น ลดวัชพืช และเพิ่มไส้เดือน
  • ใช้วัชพืชบางชนิดช่วยปรับปรุงดินหลังการเก็บเกี่ยว


ความหลากหลายของพืชและการปลูกแซม

  • ปลูกพืชหลากชนิดกว่า 40 ชนิดตลอดทั้งปี
  • การปลูกแซมเลียนแบบธรรมชาติ เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ


คุณภาพผลผลิต

  • พืชมีรากแข็งแรง ต้านโรคและแมลงได้ดี ไม่มีสารพิษตกค้าง
  • มีรสชาติ กลิ่น และคุณค่าทางอาหารที่สูงกว่า


การควบคุมศัตรูพืชแบบธรรมชาติ

  • ส่งเสริมแมลงที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติ เช่น แมงมุมในนาข้าว
  • เน้นการสังเกตและเข้าใจระบบนิเวศในไร่


ผลลัพธ์ทางสุขภาพและเศรษฐกิจ

  • สุขภาพครอบครัวดีขึ้น มีแรงสนับสนุนจากพ่อแม่และลูกชาย
  • ขายผลผลิตในราคาสูงให้กับผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ
  • ไม่ต้องซื้อปุ๋ยหรือสารเคมี กำไรสูงแม้ใช้แรงงานมากขึ้น


การยอมรับและเผยแพร่แนวคิด

  • ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและชุมชน
  • มีผู้สนใจเข้าเยี่ยมชมไร่จำนวนมาก
  • คุณสุงะยังคงศึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้กับเกษตรกรรายอื่น


ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

  • อายุ 49 ปี ทำเกษตรธรรมชาติมา 25 ปี ที่จังหวัดไซตามะ ใกล้โตเกียว
  • มีพื้นที่ทำนา 22 ไร่ และสวนผัก 12.5 ไร่
  • ปรับปรุงดินจนมีชีวิตชีวาหลังใช้เวลา 5 ปี


สรุป : เรื่องราวของคุณสุงะเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำเกษตรธรรมชาติที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านผลผลิต สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการฟื้นฟูดินและระบบนิเวศให้ทำงานร่วมกันอย่างยั่งยืนนะครับ...

 

คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน รายการที่จะนำคุณไปสัมผัสกับ อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย เศรษฐกิจพอเพียง และแนวคิดดีๆ จากบุคคลต้นแบบ ปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อเป็นพลังสรรค์สร้าง คุณภาพชีวิตทีดี อย่างยั่งยืน

  • ออกอากาศทาง สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย วิทยุเพื่อการเรียนรู้และเตือนภัย ภาคกลาง AM 1467 KHz ทุก วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. - 19.00 น. และ
  • ออกอากาศทางช่องทาง Live Streaming ผ่าน Facebook Live "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" ทุก วันพุธ เวลา 19.00 น. - 21.00 น. และ

เพจ & Youtube : รายการคุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน

เกี่ยวกับเรา : รายการ "คุณภาพชีวิตดีที่บ้านฉัน" เราคือใคร?

ป.ล. หากบทความนี้มีประโยชน์ ฝากช่วยกันแชร์ บทความนี้ส่งต่อๆ ออกไปสู่กลุ่มผู้คนวงกว้างให้ได้รับคุณประโยชน์... แบ่งปันความรู้ดีๆ กันนะครับ หนึ่งความรู้ หนึ่งความคิดดีๆ อาจจะเปลี่ยน ช่วยเหลือ ผู้คน และสังคมได้นะครับ และที่สำคัญสิ่งเล็กๆ ที่ท่านทำในวันนี้สามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ให้ดียิ่งขึ้นได้ ขอขอบคุณทุกท่านจากหัวใจ ไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ... แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความต่อๆไปนะครับผม ^_^

บทความที่ได้รับความนิยม